ชีวิตตามบ้านๆ

สวัสดีครับ ..เมื่อวันที่ 8 /10 /52 หลังจากเลิกงานไม่รู้จะทำอะไรดี คว้ากุญแจรถคู่ใจออกไปชมธรรมชาติยามเย็น ที่หมู่บ้าน ไอตีมุง(ชื่อออกจะแปลกๆนะ แต่จากการสอบถามถึงที่มา เป็นภาษายาวี ไอ แปลว่าน้ำ ตีมุงแปลว่า แตงโม) ดังนั้นคงเรียกเป็นหมู่บ้านน้ำแตงโม  มั้งครับ หมู่บ้านนี้ห่างจากที่ทำงานผม 15 ก.ม. ผมก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมงานเก่า เคยเป็นลูกจ้างชั่วคราวและได้ลาออกไปทำสวนยางเพราะยางราคาดีความคุ้มค่าระหว่างทำงานที่โรงพยาบาลและทำสวนยางแตกต่างกันมาก ทำงานที่โรงพยาบาลมีเจ้านายหลายคนภาระงานมาก ทำงานของตัวเองมีเจ้านายคนเดียวคือ ภรรยา ทำงานเสร็จเมื่อไหร่ก็ถือว่าสิ้นสุดงานภายในวันนั้น ครับเข้าไปหมู่บ้านยามเย็นอย่างนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับที่ต้องเจอผู้คนมากมายหลายหลากหน้าตานั่งคุยกันอยู่ที่บ้านน้องจวบ(เพื่อนร่วมงานเก่า) ซึ่งน้องเขาได้ลงแขกฉาบผนังบ้าน ดังนั้นเมื่อเสร็จจาการลงแขก(ชาวใต้แถวนี้เรียกขอแรง) ก็จะมีการเลี้ยงอาหารสุราให้กับคนมาช่วยงาน ซึ่งผมเห็นว่าความเป็นมิตรไมตรีต่อกันของคนในชุมชนยังได้รับการสืบทอด ต่อจากคนรุ่นเก่า ที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะช่วยกันทำงานหนักและผู้หญิงจะช่วยกันเตรียมอาหาร เด็กๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ใครมีอะไรก็เอามาช่วยกัน ข่า ตะไคร้ เกลือ กระเทียม มะกรูด มะพร้าว นำมาช่วยกันทำอาหารซึ่งดูแล้วไม่เห็นต้องซื้อ อะไรมากเลย ไก่ ปลาดุก ก็เอาที่เลี้ยงไว้มาทำกับข้าวกลับแกล้ม ผมเห็นแล้วเหมือนกับงานเลี้ยงโต๊ะจีนเลย แต่เปลี่ยนจากโต๊ะ มาเป็นเสื่อนั่งล้อมวงคุยกัน มีทั้ง ผู้สูงอายุ คนวัยกลางคน วัยรุ่นและเด็ก ครบทุกวัย การรับประทานอาหารเลยออกรสชาติเต็มที่  พอผมร่วมวงการคุยก็เลยมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และมีการแสดงความคิดเห็นการรับบริการของโรงพยาบาลมีทั้งติ ทั้งชม (ติเพื่อก่อ) วันนั้นเลยสวมบทเป็น ผอ. ที่ต้องสร้างความเข้าใจกระบวนการในการให้บริการและรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่  บางครั้งทางออกที่ดี ไม่จำเป็นต้องมานั่งประชุมให้เสียเวลา มาคิดกระบวนการโน่นกระบวนการนี่ให้กับชาวบ้านลงไปคุยกับชาวบ้านเขาจะบอกเราเองว่าเขาต้องการอะไร แบบใหน ที่จะเหมาะกับเขา...สวัสดีครับ