การจัดการความรู้
 การจัดการความรู้   KM

ทำไมต้องจัดการความรู้

-  คนทำงานจะมีทักษะ ความสามารถหรื้อไม่นั้น ถ้ามีความรู้ไม่เพียงพอ

เมื่อมีการอบรม / สัมมนาภายนอกหรือภายใน เราควรทำอย่างไรให้ บุคลากรที่ไม่ได้เข้าร่วม มีความรู้ชัดเจนเหมือนอย่างผู้ที่เข้าร่วม  ศักยภาพของหน่วยงานจะเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าคนในหน่วยงานมีทั้งคนที่รู้และไม่รู้ทำงานอยู่ด้วยกัน  เราแน่ใจได้อย่างไรว่า บุคลากรในหน่วยงานมีความรู้เพียงพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เมื่อเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลหรือมีการลาออกทำอย่างไรให้ความรู้ของ คนนั้นอยู่กับหน่วยงาน  ทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาใหม่ เรียนรู้วิธีการทำงานอย่างรวดเร็ว รวมทั้งปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับตำแหน่งงานนั้น  องค์กรจะมีศักยภาพหรือไม่ ถ้าบุคลากรไม่ขวนขวายเรียนรู้ หรือสร้างความรู้ใหม่  องค์กรจะมีศักยภาพหรือไม่ ถ้าความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ไม่ได้ถูกเก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึง กระบวนการที่จะช่วยนำประสบการณ์ ทักษะความรู้ที่แฝงและฝังลึกอยู่ในตัวคนออกมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น โดยผ่านทางสื่อต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดเก็บความรู้เพื่อให้เป็นสินทรัพย์ที่คงอยู่ในองค์กร อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนและเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในอนาคต องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) หมายถึง กระบวนการบริหารจัดการเพื่อขยายขีดความสามารถและเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลงานในอนาคต ตลอดจนความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยผู้คนในองค์กรต่างๆ ต้องเรียนรู้วิธีที่จะเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง กระบวนการเรียนรู้ ซึ่งควรอยู่ในทุกๆที่ขององค์กร รวมถึงอยู่ในทุกๆกระบวนงาน ที่ทุกคนจะต้องร่วมกันเรียนรู้และร่วมกันทำอย่างเป็นระบบ ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice : COP) หมายถึง กลุ่มคนที่มีการรวมตัวกัน หรือเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นทางการ มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน ผ่านเวทีจริงหรือเวทีเสมือนทางเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น ตัวแบบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ในเชิงระบบ Systems Learning Organization Model

ประเภทของความรู้ Explicit Knowledge : EK (ความรู้ที่ชัดแจ้ง) คือ ความรู้ที่เป็นเหตุและผลที่สามารถบรรยาย/ถอดความออกมาได้ในรูปของทฤษฏี การแก้ปัญหา คู่มือ และฐานข้อมูล ความรู้ที่สามารถอธิบายหรือเขียนออกมาได้โดยง่าย เช่น คู่มือการปฏิบัติงาน หรือ วิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ (ทุกคนสามารถเข้าถึง/ซื้อได้) Tacit Knowledge : TK (ความรู้ที่ฝังลึกในคน/ความรู้โดยนัย ) คือ ความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละบุคคลที่ได้มาจากประสบการณ์และความสามารถส่วนตัว ยากที่จะเขียนหรืออธิบายออกมาได้ เช่น ให้บอกวิธีในการว่ายน้ำ, วิธีการวาดรูปให้สวย, วิธีการตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ที่เกิดขึ้น ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้ และเป็นความรู้ที่จะทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันได้ ระบบย่อยด้านการเรียนรู้ Learning Subsystem

ระบบย่อยด้านองค์การ Organization Subsystem

ระบบย่อยด้านคน People Subsystem

ระบบย่อยด้านการจัดการความรู้ Knowledge Subsystem

ระบบย่อยด้านการจัดการความรู้

ระบบย่อยด้านเทคโนโลยี Technology Subsystem

การจัดการความรู้ (Knowledge Management) การบริหารจัดการเพื่อให้ “คน” ที่ต้องการใช้ความรู้ ได้รับความรู้ที่ต้องการใช้ ในเวลาที่ต้องการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงาน Right Knowledge Right People Right Time

การจัดการความรู้ คือ อะไร …….. การจัดการความรู้ คือ การดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจาย ฝังอยู่ทั่วไปภายในองค์กร ออกมารวบรวม และแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์กร เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไป

การกำหนดเป้าหมาย/ทิศทาง Knowledge Vision  กำหนดเป้าหมายของการทำ KM  ความคิดเห็นร่วมกันของคนในองค์กร  สร้างความเข้าใจในประโยชน์ที่จะได้รับ  เป็นการร่วมกันทำกิจกรรมที่มีจุดหมายเดียวกัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Knowledge Sharing  ค้นหาและใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว (หา best practice ใน/นอกองค์กร)  การสอนงานในองค์กร  การศึกษาเพิ่มเติม  การเรียนรู้จากความสำเร็จของผู้อื่น  ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice – CoP) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้  กลุ่มพ่อแม่ : ใช้เวลาระหว่างชมฟุตบอล เพื่อแลกเปลี่ยนศิลปะการเลี้ยงลูก  กลุ่มศิลปิน : จับกลุ่มตามร้านกาแฟและสตูดิโอ เพื่อถกเถียงกันถึงข้อดีของสไตล์หรือเทคนิคใหม่ๆ  กลุ่มนางพยาบาล : พบปะกันช่วงเวลาอาหารกลางวันและพูดคุยเกี่ยวกับอาการป่วยของคนไข้ในรูปแบบต่างๆ  กลุ่มมนุษย์ถ้ำ : ล้อมวงรอบกองไฟ เพื่อถกเถียงเกี่ยวกับยุทธวิธีในการล่าสัตว์ ลักษณะอาวุธที่ใช้ รากไม้แบบใดที่สามารถกินได้  กลุ่มแก๊งกวนเมือง : เรียนรู้ที่จะอยู่รอดตามท้องถนน และรับมือกับโลกที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับพวกเค้า

การจัดเก็บความรู้/ ขุมความรู้ Knowledge Assets • Knowledge codification การทำให้ความรู้อยู่ในรูปแบบที่ค้นได้ เช่น บันทึกเป็นตัวอักษร  การจัดเก็บในรูปแบบเอกสาร หรือ โดยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ง่ายต่อ การสืบค้น และนำไปใช้  ต้องมีการสรุปประเด็น สาระสำคัญ และ การอ้างอิง  สะดวกต่อการถ่ายโอน และ กระจายความรู้ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ฐานข้อมูล Best practice , ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ ….. เป็นขุมความรู้ (Knowledge Assets) ที่มีบริบท และรายละเอียด ตามกาละและเทศะที่ต้องการความรู้นั้น

ทีมงานพัฒนาการจัดการความรู้ คุณเอื้อ เป็นผู้บริหารระดับสูงทำหน้าที่จัดการความรู้ขององค์กร คุณอำนวย เชื่อมโยงคน สร้างความสัมพันธ์ต่อกัน คุณกิจ ผู้ที่รับผิดชอบตามหน้าที่ของตน คุณลิขิต ผู้ทำหน้าที่จดบันทึก สกัดองค์ความรู้ คุณวิศาสตร์ ออกแบบระบบไอที การจัดการความรู้ของ PSRU

KM Input 1. บุคลากร • Personal Improvement • Knowledge Responsibility • Quality Commitment 2. ความรู้ • ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงาน • ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงาน 3. เทคโนโลยี • eKM • เว็บไซต์อื่น ๆ KM Process 1. การสร้างความรู้ • การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง • การประชุม / อบรมสัมมนา / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2. การแบ่งปัน / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) 2.1 เวทีจริง • การประชุม • การอบรม / สัมมนา • กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ • การเสวนา • กิจกรรมพี่เลี้ยง • On the job training 2.2 เวทีเสมือน • eKM • Webboard • Go to Know 3. การสร้างคลังความรู้ (Knowledge Asset) • Webboard • eKM • เว็บไซต์ คณะ / ศูนย์ / สำนัก • รายงานการประชุม / อบรม / สัมมนา • รายงานสรุปโครงการ / กิจกรรม • รายงานสรุปการปฏิบัติงานพิธีประสาทปริญญา

  1. การประยุกต์ใช้ความรู้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด การประยุกต์ใช้จะทำให้แตกฉาน หรือการยกระดับความรู้(Knowledge Leverage) KM Output • การจัดการความรู้ควรทำให้เกิดนวัตกรรมด้านระบบงาน • การจัดการความรู้ ต้องสามารถยกระดับความรู้ • ความสามารถ (Competency) ของบุคลากร KM Outcome • ลดการเกิดปัญหาซ้ำ • ปัญหาต่าง ๆ ลดลง • การทำงานต่าง ๆ มีความสะดวกสบาย คล่องตัวมากขึ้น • ยกระดับคุณภาพการทำงาน • องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขัน