สงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนาม

       การที่ฝรั่งเศสเข้ามามีอำนาจในเวียดนามโดยใช้กำลังบังคับนั้น เท่ากับเป็นแรงผลักดันให้ชาวเวียดนามรวมตัวกันเพื่อต่อต้านอิทธิพลของชาติตะวันตก การต่อต้านนี้เริ่มด้วยการปล้นสดมภ์ทรัพย์สินของชาวฝรั่งเศส ในขณะที่ระดับปัญญาชนนั้น นักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฮานอยได้เริ่มเรียนรู้ปรัชญาของนักคิดฝรั่งเศสเกี่ยวกับเสรีภาพ อิสรภาพ และความเสมอภาค

      ในระดับปัญญาชนได้มีการเคลื่อนไหวให้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้น เพื่อเรียกร้องสิทธิในการปกครองตนเองตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย แต่กลับถูกรัฐบาลฝรั่งเศสปราบปรามอย่างรุนแรง การปราบปรามนี้ทำให้แนวทางการต่อสู้แบบคอมมิวนิสต์ได้รับความนิยมมากขึ้น

      ในปี ค.ศ. ๑๙๓๑ โฮจิมินส์ได้รวมตัวกันตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคแรกของเวียดนาม และพรรคได้ตั้งขบวนการที่จะต่อต้านฝรั่งเศสโดยเฉพาะ เรียกว่า เวียดมินห์ (Viet Nam Doc Lap Dong Minh Hoi)

       ก่อนที่ญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นได้ช่วยเหลือให้ทำการรัฐประหาร เพื่อให้รอดพ้นจากอิทธิพลของฝรั่งเศส ญี่ปุ่นได้สนับสนุนให้จักรพรรดิเบาได๋เป็นประมุข แต่โฮจิมินห์ปฏิเสธ และได้เข้ายึดครองตังเกี๋ย และฮานอย ตลอดจนโคชินไชน่าบางส่วนไว้

       เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลง ฝ่ายสัมพันธมิตรกำหนดให้กองทัพจีนยึดดินแดนทางเหนือของเส้นขนานที่สิบหก ส่วนฝรั่งเศสและอังกฤษยึดดินแดนทางใต้ เวียดนามจึงถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน โดยทางตอนบนอยู่ใต้อิทธิพลของจีนที่สนับสนุนโฮจิมินห์ (มีรัสเซียและประเทศคอมมิวนิสต์ให้การสนับสนุนร่วมด้วย) และตอนใต้อยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศสที่สนับสนุนจักรพรรดิเบาได๋ (มีสหรัฐอเมริกาและอังกฤษให้การสนับสนุน)

       พวกเวียดมินห์ยังคงต่อต้านรัฐบาลเบาได๋และฝรั่งเศส โดยได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านทหารและอาวุธจากรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ มีการต่อสู้กันอย่างหนักทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะการรบที่เดียนเบียนฟู ฝรั่งเศสต้องประสบกับความพ่ายแพ้ (เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๕๔) ทั้งสองฝ่ายได้ประชุมกันที่นครเจนีวา เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๕๔ ตกลงให้แบ่งเวียดนามออกเป็น ๒ ส่วน คือ เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ที่เส้นขนานที่ ๑๗ องศาเหนือ และมีแม่น้ำเบนไฮเป็นพรมแดนธรรมชาติ

        สำหรับเวียดนามใต้ ชาวเวียดนามไม่ยอมรับจักรพรรดิเบาได๋ จึงได้ประกาศตั้งเป็นสาธารณรัฐเวียดนามที่มีประธานาธิบดีโงดินห์เดียมเป็นประมุข

        ส่วนเวียดนามเหนือกลับมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง โดยโฮจิมินห์เป็นผู้นำประเทศที่มีความสามารถซื่อสัตย์และรักชาติ สามารถแก้ไขปัญหาความอดอยาก พัฒนาอุตสาหกรรม โดยจีนและรัสเซียได้ให้ความช่วยเหลือทั้งด้านเงินทุนและผู้เชี่ยวชาญ แต่เวียดนามเหนือยังคงไม่ละเลิกอุดมการณ์ที่ต้องการรวมเวียดนามให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การรบระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จึงยังคงมีอยู่

      ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ สหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือเวียดนามใต้อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องลดกำลังพลลง เมื่อ ค.ศ.๑๙๖๙ (ตามคำประกาศของประธานาธิบดีนิกสันซึ่งได้รับแรงกดดันจากสภาคองเกรสและประชาชนอเมริกัน) เพียงแต่ยังคงให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธเท่านั้น

      เวียดนามเหนือได้ใช้กำลังบุกเข้าเวียดนามใต้อย่างหนัก จนในที่สุดเวียดนามใต้ต้องประสบกับความพ่ายแพ้ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ค.ศ. ๑๙๗๕ เวียดนามเหนือประกาศรวมเวียดนามใต้เป็นประเทศเดียวกันอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๗๖ ให้ใช้ชื่อประเทศว่าสาธารณรัฐสังคม นิยมเวียดนามมีเมืองหลวง คือ ฮานอย และมีรูปแบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์