เป็นบันทึกที่ 77 ในรอบหนึ่งปี ที่ผู้เขียน เริ่มเขียนบันทึกใน blog ของ gotoknow ถ้าเปิดไปดูในสารบัญ จะเป็นบันทึกแรกใน blog นี้ ชื่อ เตรียมรับการประเมิน “ครู วิทยฐานะชำนาญ” มือใหม่ ซึ่งบันทึกเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2551

   มาครบรอบคล้าย 1 ขวบ ผู้เขียนก็เลยอยากนำเรื่อง เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ หลังจากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2552 ให้ความเห็นชอบ "หลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่" ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป ...ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ ผู้เขียนก็ตั้งตารอมา จนข้ามปีทีเดียว(ฮา)

   เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนแต่ละด้าน ดังนี้ 

 
ชำนาญการ
ชำนาญการพิเศษ
เชี่ยวชาญ
เชี่ยวชาญพิเศษ
ด้าน 1
ต้องได้คะแนน
แต่ละด้านจากกรรมการ
ทั้งสามคน
เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 65%
70%
75%
80%
ด้าน 2
70%
75%
80%
ด้าน 3
ส่วนที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 65%
ส่วนที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 70%
ส่วนที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 75%
ส่วนที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 65%
ส่วนที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 70%
ส่วนที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 75%
คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า 70%
คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า 75%
คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า 80%
 
 
ต้องผ่านเกณฑ์เป็นเอกฉันท์ทั้ง 3 ส่วน

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมิน

  • ครูชำนาญการ  ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี 4 ปี 2 ปี สำหรับวุฒิปริญญาตรี โท และเอกตามลำดับ  และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูชำนาญการพิเศษ  ดำรงตำแหน่งครูชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูเชี่ยวชาญ  ดำรงตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือครูชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูเชี่ยวชาญพิเศษ  ดำรงตำแหน่งครูเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 2 ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

องค์ประกอบในการประเมิน

  • ด้านที่ 1 ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ  พิจารณาจากข้อมูลของบุคคลและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกสารหลักฐาน คือ ก.พ.๗, คำรับรองของผู้บังคับบัญชาและกรรมการสถานศึกษา และเอกสารหลักฐานที่แสดงการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

  • ด้านที่ 2  ด้านความรู้ความสามารถ พิจารณาจากเอกสารหลักฐานในการพัฒนาตนเองและงานในหน้าที่ 2 ส่วน คือ  1) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในสาขาหรือกลุ่มสาระที่รับผิดชอบหรือในงานที่รับผิดชอบ เช่น วุฒิบัตร เกียรติบัตร หรือใบรับรองการผ่านทดสอบความรู้จากสถาบันวิชาการที่ ก.ค.ศ.รับรอง เป็นต้น  2) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน เช่น แผนการสอน สื่อการสอน แฟ้มสะสมผลงาน เป็นต้น

  • ด้านที่ 3 ด้านผลการปฏิบัติงาน  
         - ชำนาญการ  พิจารณาผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้และพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณ คุณภาพ และสภาพของงานด้วย และอาจพิจารณาจากการปฏิบัติจริงด้วยก็ได้

   * ส่วนตำแหน่งอื่นๆ หารายละเอียดได้ที่ ครูไทย หรือ ครูบ้านนอก ได้คะ

       ทั้งนี้ การยื่นขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ ต้องยื่นครบถ้วนทั้ง 3 ด้าน โดยมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม ได้แก่

      1. การยื่นขอวิทยฐานะเก่าที่ค้างอยู่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ก็ให้ใช้หลักเกณฑ์เก่าในการพิจารณา

     2. ผู้ที่ขอยื่นวิทยฐานะแล้ว ต่อมามีการเปลี่ยนสายงาน ก็สามารถเปลี่ยนสายงานได้ โดยไม่มีผลให้วิทยฐานะที่ได้ยื่นไว้ครบถ้วนก่อนเปลี่ยนสายงานต้องยกเลิก

      3. หากได้รับการประเมินวิทยฐานะใหม่ แต่เงินเดือนยังไม่ถึงขั้นต่ำของสายงานใหม่ ก็ต้องรอให้ถึงก่อนเงินเดือนขั้นต่ำ 1 ขั้นของสายงานจึงจะได้วิทยฐานะใหม่

    ท้ายนี้...เก็บเอาแบบฟอร์มที่ต้องใช้ เป็นแบบไฟล์ word มาฝากคะ

  - แบบเสนอขอรับการประเมิน (ก.ค.ศ.1)

  - แบบรายงานด้านที่ 1 (ก.ค.ศ.2)

  - แบบรายงานผลการปฏิบัติงาน (ก.ค.ศ.3)

  - แบบเสนอขอรับการประเมิน (ไฟล์ pdf)

  - แบบรายงาน (ไฟล์ pdf)

  - หลักเกณฑ์และวิธีการขอเลื่อนวิทยฐานะ ชำนาญการ (ไฟล์ pdf)

     ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณ ครู (ไร้วิทยฐานะ)...ที่จะพัฒนาตนเองเป็น ครู (มีวิทยฐานะ...ชำนาญการ) คะ

    +_+