การทำงานคัดเลือกผู้สมัครรับทุนนั้น ผมทำมานาน และสั่งสมประสบการณ์ขึ้นเรื่อยๆ จึงขอนำเอาเทคนิคการทำงานให้เร็วและแม่นยำมา ลปรร. ไว้
แต่ละทุนมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน เราต้องการคัดเลือกคนให้ตรงวัตถุประสงค์ที่สุด ซึ่งก็ดูจากประวัติการศึกษาและการทำงาน/ผลงานในอดีต ถ้าต้องการให้แน่ใจว่าเป็นคนดีจริง เอาถ่านจริง ก็ดูจากคนรับรอง และถ้อยคำที่เขารับรอง
แต่จริงๆ แล้วเราดูจากการทำงานนั่นแหละแม่นยำที่สุด คนที่เขียนว่าตัวเองหลงไหลชอบเรื่องนั้นมาก แต่เป็นคนที่เปลี่ยนงาน เปลี่ยนแนวของงาน ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมเรียกว่าคนไม่กัดติด ไม่รักงานใดจริงจัง
บางคนทำงานแนวเดิมนั่นแหละ นานกว่า ๑๐ ปี แล้วมาขอทุนไปทำวิจัยต่างประเทศ เพราะตนมีหัวข้อที่เจ๋ง และมีทุนให้ไปต่างประเทศ จึงขอไปทำวิจัยในต่างประเทศ อย่างนี้ผมก็จะตั้งคำถาม (กับตัวเอง) ให้หาหลักฐานที่แสดงว่า ผู้สมัครได้หาความรู้ตามโจทย์วิจัยในบริบทไทยหรือไม่ ได้ review องค์ความรู้เรื่องนั้นจนได้ประเด็นปัญหาชัดเจนหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้สมัครไม่ได้ทำ ก็ได้คะแนนน้อยไปตามระเบียบ
ที่จริงการคัดเลือกแบบแข่งขันมันเป็นเรื่องใครดีกว่าใคร ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานว่าตนเป็นคนที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับเรื่องนั้น แต่แปลกจริงๆ ที่ผู้สมัครคนไทยไม่รู้วิธีแสดงความมุ่งมั่นหรือสนใจจริงจัง ที่แสดงออกทางการลงมือทำ และทำต่อเนื่องมานาน
สงสัยว่าสังคมไทยไม่ค่อยมีประเพณีนิยมเรื่องการเป็นคนทุ่มเทจิตใจทุ่มเทเวลาให้กับงานหรือเรื่องที่ตนรักหรือเปล่า เราจึงมีคนสมัครรับทุนที่เพียงเห็นว่ามีทุนก็ลองโฉบมาเสียหน่อย
การทุ่มสุดตัวคือวิธีดำรงชีวิตของผม ผมรักและถนัดเรื่องไหนผมก็ทุ่มเทชีวิตให้เรื่องนั้น ทำต่อเนื่องแบบที่เรียกว่ากัดติด แล้วเทวดาฟ้าดินก็เห็นเอง
ผมเคยบอกสาวน้อยของผมว่า ผมเป็นคนมีนิสัยทุ่มสุดตัว ดังนั้นเมื่อตัดสินใจว่าจะตกร่องปล่องชิ้นกับคนนี้แล้ว ผมก็จะไม่วอกแวกอีก จะตั้งหน้าตั้งตาสร้างเนื้อสร้างตัวในการทำงานและสร้างครอบครัว เขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเรื่อยมา แต่ฝั่งไม่เชื่อน้อยลงไปเรื่อยๆ
ตั้งต้นเล่าเรื่องวิธีคัดเลือกผู้รับทุน ทำไมมาออกที่สาวน้อยก็ไม่ทราบ
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.ย. ๕๒
กราบสวัสดีครับอาจารย์
"ตั้งต้นเล่าเรื่องวิธีคัดเลือกผู้รับทุน ทำไมมาออกที่สาวน้อยก็ไม่ทราบ"
ยังสงสัยว่าบรรยากาศพาไปได้ยังไงครับ ^_^
ขอบพระคุณที่ ลปรร ไว้ครับ
ขอบพระคุณมากมากมาย
ท่านพระอาจารย์
กับความรู้ดีๆ