กรรมเป็นสิ่งที่ติดตัว กรรมจะหมดได้ต้องให้เจ้ากรรมนายเวรเป็นผู้ปลดปล่อย

ห่างหายไปนานกับความคืบหน้าที่จะรายงานให้ทราบถึงน้องสาวที่เป็นมะเร็ง    คุณหมอวินิจฉัยว่าน้องสาวดิฉันเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ซึ่งอาการไม่ค่อยเหมือน)  ทำให้เกิดแผ่นเซลล์ในสมอง   ให้เคมีบำบัดอย่างต่อเนื่องทำให้ดีขึ้นบ้าง   แต่ก็เกิดขึ้นมาใหม่  ต่อจากนั้นฉายแสง   แผ่นเซลล์ก็หายไปหมดทำให้อาการดีขึ้นเหมือนปกติ   แต่เวลาผ่านไปเพียง 3 เดือน   แผ่นเซลล์ก็กลับมาอีกและคุณหมอบอกว่าไม่สามารถจะฉายแสงได้อีกแล้ว    ก็กลับมาให้เคมีบำบัดต่อ   แต่อาการก็ทรุดลงเรื่อย ๆ  ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2552 แขนขากลับอ่อนแรงลงอีก   เดือนมีนาคมเริ่มไม่รู้สึกตัว   ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้    อาการหนักต้องเข้า ICU และจากไปด้วยอาการสงบ   ถือว่าโชคดีมากที่เขาไม่เคยรู้สึกเจ็บปวด   ในช่วงที่เขายังพอเดินได้และมีสติดี   ดิฉันพยายามจะให้เขาทำสมาธิและขออโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวร   แต่เขาก็ทำไม่ได้    ทุกคนที่บ้านก็ได้แต่ทำใจ   และดูแลเขาให้ดีที่สุด    เหตุการณ์นี้จึงทำให้ได้ข้อคิดว่า "การจะหมดกรรม  เจ้าตัวจะต้องเป็นผู้ทำเอง   หากทำไม่ได้อาจจะเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรดลใจก็ได้"

ในช่วงเจ็ดวันที่เสียชีวิต   น้องสาวดิฉันก็ได้มาที่บ้านโดยทำให้ได้กลิ่นและมีการทำประตูสั่น   ดิฉันก็บอกเขาว่าขอให้ไปสบายไม่ต้องห่วง   ดิฉันจะดูแลแม่เอง   หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยมาอีกเลย   ทุกครั้งที่ทำบุญก็จะอุทิศส่วนกุศลให้เขา   ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนทำให้พิธีฌาปนกิจเรียบร้อย