สินค้าที่กำลังจะนำมาเล่าเรื่องให้ฟังในบันทึกนี้ ถือเป็นสินค้าเกรดหนึ่งประเภทหนึ่งอีกชิ้นจากตลาดนัดของภาคใต้ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร.พ.ของฉัน ที่นั่นคือ ร.พ.พังงา จังหวัดพังงาค่ะ
ผู้ที่นำสินค้าขึ้นมาวางแผง คือ คุณกิตติยา เดชวรวิทย์

หลักคิดที่เป็นที่มาของเรื่องราวของผลงานชิ้นนี้มีอยู่อย่างนี้ค่ะ :
ทันสมัย
ไม่ยุ่งยาก (อุปกรณ์)
ใช้เวลา่สั้นๆ
ทำแล้วผ่อนคลาย สบายกาย
ยืดหยุ่นได้
ได้ใจที่ชื่นชมหนุนนำ
ติดตามสม่ำเสมอ
แนวคิดที่เป็นที่มาคือ "ดูแลเท้าประดุจการดูแลใบหน้า"
ซึ่งมีเครื่องสำอางค์ประทินผิวให้เท้าเหมือนใบหน้าที่มีเครื่องสำอางค์ของใบหน้า
ชุดเครื่องสำอางค์ประกอบด้วย : กระจก โลชั่น ผ้าขนหนู กรรไกรตัดเล็บ แผ่นพับบรรยายวิธีนวดเท้า 6 วิธี

วิธีทำงานก็ลงมือทำกันอย่างนี้ค่ะ :
ให้คำแนะนำและฝึกการปฏิบัติให้แก่ผู้ป่วยและญาติ ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนและการเกิดแผลที่เท้า แนะนำวิธีดูแลตนเองในเรื่องการนวดเท้า การบริหารเท้า การดูแลเท้าที่ถูกวิีธี การจัดชุดเครื่องสำอางค์เท้า
เบื้องหลังที่มาที่จูงใจให้คิดแล้วลงมือผลิตสินค้าชิ้นนี้เป็นอย่างนี้ค่ะ :
โรงพยาบาลพังงามีการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของปลายประสาทเสื่อม จึงมีการตรวจสุขภาพเท้าประจำปีและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดูแลเท้าในเครือข่าย พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานเกิดแผลที่เท้าเพิ่มมากขึ้นคือ 11, 14 และ 15 รายในปี 2546, 2547 และ 2548 จึงมีการประชุมกันและเกิดแนวคิดให้ผู้ป่วยสนใจการดูแลเท้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานจนกระทั่งได้รูปแบบสปาเท้าชิ้นนี้ขึ้นมาใช้งาน
4 ตุลาคม 2552
หมายเหตุ
อ่านบันทึกนี้แล้วจะตามไปอ่านบันทึกพี่ครูต้อยเรื่องเดียวกันเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ค่ะ
แล้วถ้าใครมีส้นเท้าแตกอยากทำสปาเท้าเองก็ตามไปที่นี่ และขอชวนตามไปเรียนรู้การทำสปาเท้าแบบสนามที่ประเทศลาวกันหน่อย
เห็นพาดพิงจึงรีบมาค่ะ
ขอบคุณค่ะ น้องพี่หมอเจ๊
เท้านี้สำคัญจริงๆนะคะ
คุณหมอกรภัทรเล่าว่าผู้ป่วยเบาหวานมักละเลย
ไม่เอาใจใส่เท่าที่ควร
อาบน้ำก็ไม่ค่อยจะทำความสะอาดเท้าคู่ชีพ
เพราะเสียเวลาไปห่วงใยใบหน้าอย่างเดียว
จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องตัดเท้าทิ้ง
ขอบคุณค่ะ