สองวันกับการใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี และการขับเคลื่อนเรื่อง R2R ของโรงพยาบาลสุวรรณคูหา ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู แต่นัดหมายมาเจอมาพบมาพูดคุยกันที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 1-2  ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ข้าพเจ้าเดินทางไปจากวังน้ำเขียวเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็เดินทางกลับมาที่บนผืนแผ่นดินในค่ำคืนของวันที่ 2 ตุลาคม 2552 เป็นการเดินทางที่เกิดปิติสุขอย่างยิ่ง สองวันกับการไปทำงานขับเคลื่อนให้คนหน้างานได้เกิดการมองในมิติที่ลึกซึ้งต่อการทำ R2R ที่เป็นไปมากกว่าการทำวิจัยหรือผลิตวิจัย หากแต่ มีมุมมองต่อทัศนะของการเสียสละตน และนำพาตนไปสู่การงานแห่งการพัฒนา ที่เป็นการพัฒนาทั้งภายในและภายนอก

เมื่อกระบวนการเรียนรู้ผ่านไป...

สองวันกับการที่ผู้เรียนรู้ยังนั่งอยู่เต็มห้อง...ไม่มีการลุกหนีไปไหน บรรยากาศแห่งความสุข และแรงใจที่มีเกิด “แรงใจ” เป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้คนคนหน้างานต่างมองว่า เป็นสิ่งเริ่มจะถูกกลืนหรือเลือนหายไปหรือเปล่า?

การงานที่เริ่มเร่งรีบเหมือนเครื่องจักร และการผลิตผลของงานตามกรอบอันเที่ยงตรง ทำให้ผู้คนหน้างานเริ่มไม่มีความสุข ? นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คนหน้างานต่างร่วมกันหันมามองและทบทวนตนเอง

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเราได้ร่วมการถอดบทเรียน ถ้อยความหนึ่งที่ได้มีการสะท้อนจากใจของผู้เรียน...

“ความคาดหวังก่อนมาคิดว่าจะมาเรียนเอาความรู้ที่จะไปทำวิจัยจากงานประจำที่ทำว่า เขาทำอย่างไร มีรูปแบบกระบวนการอย่างไร มีการวัดผลอย่างไร แล้วจะพัฒนางานของเรา/คนของเราอย่างไรให้สามารถร่วมทำวิจัยได้ คิดว่าคงเป็นการเรียนที่มีเนื้อหาเข้มข้น คงเรียนยากอาจารย์คงจะเข้มสอนเหมือน ป.โท แต่ก็คิดว่า สองวันคงจะไม่ได้อะไร

แต่พอได้มาอบรมแล้ว ก็ทำให้รู้ซึ้งแล้วว่าแท้จริงแล้ว R2R มาจากใครเป็นผู้นิยามขึ้นมา วัตถุประสงค์เป้าหมายสูงสุดคือ อะไร ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเหนือความคาดหมาย คือ พลังที่จะนำไปพัฒนางานของเรา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะทำได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ หรือว่าเรายังไม่มีความวิริยะพอ ความเห็นแก่ตัวในตนเองยังมากอยู่หรือ? เป็นการบ้านที่ต้องฝึกร่วมกับการขัดเกลาตนเองอีกมาก ...”

มีอีกหลายที่คนที่ร่วมกันถอดบทเรียนออกมาจากหัวใจ...ข้าพเจ้านั่นน่ะรู้สึกชื่นชมคนหน้างานแห่งผืนแผ่นดินสุวรรณคูหาอย่างมาก

“การมาเรียนรู้ R2R เหนือความคาดหวังทั้งหมด และสิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ คือ การเพิ่มความเสียสละ เพียงแค่ลดความเห็นแก่ตัวสำหรับตนเองให้ลดลง ใส่ใจเข้าใจคนอื่นให้มากขึ้นเราจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและจุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบ R2R ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างพร้อมเพียงกัน...”

 

อีกหนึ่งคำบอกเล่า... “เหนือความคาดหวัง คือ ได้แรงพลัง/แรงบันดาลใจ/ความกล้าที่จะเปิดตัวเอง ให้โอกาสตนเองได้ทำในสิ่งที่ดีๆ ที่ตนเองตั้งใจไว้ ในการพัฒนางานของตนเองให้มีคุณค่าต่อคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มาในวันนี้ สามารถเป็นผู้เรียนรู้และทำ R2R ได้อย่างมีความสุขเหมือนตนเอง ... เป็นไปตามความคาดหวัง คือ ทราบวิธีการทำ R2R อย่างมีขั้นตอนและทราบถึงเรื่องอะไรบ้างที่จะกลับไปทำ R2R เพื่อประโยชน์ต่อองค์กรและผู้รับบริการ”...

“ก่อนมาเรียนคิดว่า จะต้องได้เรียน R2R ที่ยากและซับซ้อน องค์ประกอบของ R2R ว่ามีอะไรบ้าง นำความรู้ที่ไปพัฒนางานประจำ...แต่พอได้มาเรียนก็ได้รู้ว่า R2R คือ อะไร ได้ concept เกี่ยวกับ R2R แบบง่ายๆ ไปปรับปรุงใช้ในงานประจำ ” … “สิ่งที่เหนือความคาดหวัง คือ เรียนรู้เกี่ยวกับ R2R แบบง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ เข้าใจธรรมชาติ ธรรมเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต การเข้าใจผู้อื่นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน... ซึ่งจริงๆ แล้วคิดว่า R2R จะยากแต่จริงๆ แล้วมันง่าย เป็นสิ่งที่ทำได้เลยไม่ต้องรอระยะเวลา โอกาสใดๆ”

การเรียนรู้ปิดฉากลงด้วยความรู้สึกที่ต่างศรัทธาในความดีความงามในหน้างานของตนเอง ก้าวที่กล้าต่อไป คือ กล้าก้าวออกจากวิถีแห่งชีวิตการงานแบบเดิน และเป็นการก้าวเดินด้วยหัวใจแห่งความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะเสียสละนำพาตนเองไปสู่การทำเพื่อผู้อื่น เพื่อการเพื่องาน เพื่อสังคมและโลกต่อไป...

นี่เป็นการทำงานเพื่อถวายแผ่นดินแห่งแดนเกิดและการได้ดำรงอยู่