รักในวัยเรียน
ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยมีเพศสัมพันธ์ในช่วงอายุ 11-14 ปีมากขึ้น โดยในปี 2549 ที่ผ่านมาพบว่าเยาวชนเริ่มมีเพศสัมพันธ์อายุเฉลี่ยต่ำสุดเพียง 11 ปี
รวมทั้งมีสัดส่วนของเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ขณะที่เยาวชนหญิงก็มีโอกาสถูกคุกคามทางเพศสูงขึ้น ส่งผลให้มีสถิติการตั้งครรภ์ในวัยเรียนเพิ่มจากร้อยละ 10 ในปี 2536 เป็นร้อยละ 20 ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาทางสังคม และการรับเอาวัฒนธรรมตลอดจนค่านิยมผิดๆ มาใช้ โดยเฉพาะการแสดงความรักด้วยการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร แม้แต่ใน วันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมา ก็ยังมีควันหลงที่แสดงให้เห็นปัญหาสังคมที่ผู้ใหญ่จะต้องตระหนักและร่วมกันแก้ไขทัศนคติผิดๆ เกี่ยวกับความรัก และปลูกฝังให้เยาวชนเห็นว่าอย่าให้วันแห่งความรักต้องเป็นวันที่ทำลายอนาคตของเยาวชนไปทั้งชีวิต
หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดโครงการ 'วัยสวย วัยใส ทรรศนะใหม่ในวันวาเลนไทน์' ท่ามกลางวัยรุ่นในย่านเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์ ต่างก็ให้ความสนใจรับฟังข้อคิดดีๆ จากทั้งผู้ใหญ่ใจดีและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน
"ฝากไปถึงวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นชาย เราต้องคิดว่าแฟนของเราก็คือลูกสาวที่เป็นที่รักของพ่อแม่ เป็นพี่หรือเป็นน้องสาวอันเป็นที่รักของพี่ชายหรือน้องชาย ดังนั้นควรจะปฏิบัติกับผู้หญิงเหมือนเป็นคนในครอบครัวของเรา"

ขอขอบคุณภาพประกอบจากwww.vdo-variety
ลองเข้ามาอ่านกันมากมากนะคะ
เผื่อจะได้รู้มากขึ้น
15 อาการตกหลุมรัก
1. อยากเห็นหน้า...ไม่งั้นบ้าตาย
2. คิดถึงตั้งแต่ตื่นนอนถึงเข้านอนหรือไม่ก็ฝันมันซะเลย
3. เห็นหน้าเขาทีไรหัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล
4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้และระยะไกล โดยไมให้เขารู้ตัว
5. ไม่กล้าสบตาเดี๋ยวเขารู้
6. เกาะติดสถานะการณ์ เห็นเขาอยู่ที่ไหนพยายามพาตัวเข้าไปใกล้ ๆ นั่นแหละ แผนลึก
7. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากยิ้มให้ โอ๊ย สารพัด
8. โรแมนติกขึ้นหน้าตาเฉย พับดาว นก ใส่โหล
9. เห็นเขาคุยกับใคร เดินกับใคร ใจงี้ปั่นป่วนจะระเบิด
10. หวั่นไหวกับเสียงเพลง แอบยิ้มคนเดียว
11. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นก่อน
12. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วตัวเขา เกิดวันไหน ชอบอะไร เบอร์โทร หาให้วุ่น
13. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร อะไรนะที่เป็นของโปรด
14. เริ่มคิดหนัก ...เอ ...เขามีหวานใจหรือยังน๊า..หริอว่าเขาจะชอบเราหรือปล่าว
15. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดาว ท้องฟ้าใส สายลม ช่วยให้สมหวังทีเถ๊อะ
วิธีแก้อาการงอน
เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ
แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม
ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย
โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้
สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก
ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
ต้องการความเอาใจใส่
หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว
ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ
หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ
หมายเหตุ
พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก
สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก
จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ
จะปล่อยไปตามยถากรรม
ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง...