"คะลำ"วัฒนธรรมที่ถูกลืม
"คะลำ"
สวัสดีค่ะ วันนี้ขอต่อยอดความคิดจากการที่ได้พาพี่ชายทั้งสองท่านเที่ยวชมวัดหนองแวงค่ะ แต่งานนี้เอ๋ยอมรับค่ะว่าไม่เอาไหนจริงๆค่ะ แม้ว่าจะเป็นคนอีสานแต่ศัพท์อีสานบางคำเอ๋ยังแปลไม่ออก เพราะไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ
ยิ่งเรื่องคะลำแล้ว พูดได้เต็มปากค่ะว่า "ไม่รู้เรื่องเลย" น่าอายจริงๆ
อธิบายให้พี่ชิว กับพี่ขจิตฟังไม่ได้ รู้สึกผิดยังไงชอบกล
งานนี้ขอแก้ตัวโดยการหาข้อมูลมาอธิบายตัวเอง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ (ด้วยความสามารถอันน้อยนิดหามาได้แค่นี้นะคะ จะพยายามหามาเพิ่มอีกค่ะ)
ในบรรดาคำสั่งสอน คำแนะนำ ข้อห้าม ข้อควรปฏิบัติในสังคมอีสานนั้น
'คะลำ' ถือว่าเป็นมรดกทางปัญญาอย่างหนึ่งที่ผลิตออกมาจากองค์ความรู้ของคนอีสาน ซึ่งได้รับอิทธิพลทั้งจากความเชื่อ บรรทัดฐาน ค่านิยม การทดลอง การปฏิบัติทั้งในแง่ส่วนบุคคลและจากการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคมและเห็นว่าไม่ควรกระทำ ประพฤติ ปฏิบัติออกไป ทั้งนี้คะลำได้ครอบคลุมวิถีการดำเนินชีวิต แนวปฏิบัติด้านต่างๆในชีวิตประจำวัน
หากจะเปรียบฮีตสิบสองคองสิบสี่เป็นรัฐธรรมนูญ
คะลำคงจะเปรียบกับกฎหมายลูกหรือพระราชบัญญัติที่แยกย่อยออกมากำหนดชี้เฉพาะ
หรือให้รายละเอียดปลีกย่อยไปในแต่ละเรื่อง
คะลำ , ขะลำ หรือ กะลำ
บางท่านเชื่อว่ามาจากรากศัพท์ของคำว่า กรรม ซึ่งหมายถึงการกระทำ
อันเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันของคนอีสานในอดีต
เนื่องจากคะลำเป็นข้อห้ามในการกระทำแสดงออกต่างๆ หรือสิ่งต้องห้าม
ต้องเว้น ห้ามประพฤติปฏิบัติ ไม่สมควรที่จะกระทำ ทั้งกาย วาจาและใจ
หากละเลย หรือล่วงละเมิดจะเป็นอัปมงคล เป็นบาปกรรม ผิดฮีตผิดคอง
นำความเสื่อมเสีย
และอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลที่ฝ่าฝืนรวมทั้งมีผลต่อสังคมที่อยู่ด้วย
ดังนั้น คะลำ จึงเป็นดังมาตรการหรือข้อห้ามในการควบคุมความประพฤติของคนในสังคมและเป็นกฏเกณฑ์ในการจัดความสัมพันธ์ของคนในสังคมด้วย ทั้งนี้อาจจะใกล้เคียงกับ 'ขึด' ของทางภาคเหนือ หรือข้อห้ามต่างๆที่มีในภาคกลางและภาคใต้ รวมทั้ง Taboo ในภาษาชาวเมลานีเชีย โดยได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาและหลายคนที่รับปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งลางครั้งหลายข้อกะลำไม่มีเหตุผลอธิบายรายละเอียดว่าเหตุใดจึงต้องคะลำ เห็นว่าเคยถูกสั่งสอนปฏิบัติสืบต่อกันมาจึงได้ปฏิบัติสืบต่อกันไป ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าคะลำหลายข้อได้บอกถึงผลข้างเคียงหรือผลจากการฝ่าฝืนไว้อย่างน่ากลัว น่า "เข็ดขวง" ซึ่งผู้ล่วงละเมิดจะได้รับ ดังนั้นข้อคะลำหลายข้อจึงมีลักษณะอย่างฟันธงว่า
"เพราะว่าคะลำจึงห้ามประพฤติ !"
ด้วยเหตุนี้คะลำซึ่งได้กลายเป็นเหตุผลของการห้ามคะลำไปในตัว
มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองโดยปริยาย
แต่ครั้นพอเวลาล่วงเลยผ่านบริบทแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
คะลำหลายข้อได้ถูกละเลย ละทิ้งและไม่ได้รับความสนใจที่จะประพฤติ
ปฏิบัติดังที่เคยเป็นมา
ทั้งที่หากพิจารณาถึงข้อคะลำโดยรวมทั้งหมดจะเห็นภาพชีวิตของคนที่ปรากฏในข้อคะลำทั้งหลายที่บัญญัติ
ทั้งนี้การที่บัญญัติข้อคะลำออกมานั้น
จำเป็นต้องได้รับประสบการณ์ก่อนจึงจะสามารถเข้าใจถึงผลที่จะเกิดจากการฝ่าฝืนข้อคะลำ
เช่นนั้นคะลำจึงเป็นผลผลิตหนึ่งที่เกิดจากการกระทำที่เคยประสบมาในอดีต
ภายใต้เงื่อนไขของสิ่งแวดล้อมและเวลาในขณะนั้น เพื่อกำหนดข้อประพฤติ
ปฏิบัติของคนในสังคม
หลายข้อแฝงด้วยปรัชญาของชีวิตและภูมิปัญญาที่คนอีสานในอดีตได้คิดค้นเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมและแบบแผนปฏิบัติเฉพาะบุคคลเพื่อความดี
ความงามตามมาตรฐานสังคมและสวัสดิภาพของชีวิต
โดยได้ถ่ายทอดในรูปแบบต่างๆทั้งมุขปาฐะ ซึ่งเป็นคำสอน
ข้อห้ามโดยตรงในชีวิตประจำวัน และผ่านงานวรรณกรรมต่างๆ เช่น ผญา
กลอนลำ วรรณคดี นิทานต่างๆ เป็นต้น
ประเภทของคะลำ
ทั้งนี้หากจะแบ่งประเภทของข้อคะลำแล้ว
สามารถแบ่งออกกว้างๆตามสิ่งที่ได้ไปเกี่ยวข้อง หรือปฏิสัมพันธ์ได้ 3
ลักษณะคือ
1. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับบุคคล
2. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับสถานที่
3. ข้อขะลำที่สัมพันธ์กับเวลา
ซึ่งการแบ่งลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ได้แยกออกจากกันเป็นอิสรภาพหากแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน
ในลักษณะองค์รวมความรู้ของค่านิยม บรรทัดฐาน อุดมการณ์
อันจะครอบคลุมไปทั้งหมดของวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเกิด
การอยู่ การกิน การนอน การเจ็บป่วย การแต่งงาน การตาย เป็นต้น
ซึ่งจะจัดพฤติกรรมความสัมพันธ์ของผู้คนในระดับต่างๆ
เพื่อผลที่น่าปรารถนาทั้งต่อระดับบุคคลและสังคม
อ้างอิงจาก
http://www.isan.clubs.chula.ac.th/th/index.php
http://www.pantown.com/board.php?id=6197&area=1&name=board6&topic=8&action=view
มาอ่าน คำจำกัดความ ว่า คะลำ แล้วค่ะ น้องเอ๋ ...ชัดค่ะ .. ขอบคุณน้องเอ๋จ๊ะ
ว่าแต่ ครูโย่ง เปงครายเหรอ ....อิอิ
สนใจ"คะลำ" ลองติดตามแล้ว น่าสนใจมาก
ได้สาระดี
คะลำ คำแคะ ข้อห้าม ทำแล้วไม่เกิดมงคล
คะลำห้ามกินไตไก่ ผู้ใหญ่หลอกเด็ก
เมฆน้อย-นักพับฝูงเป็ด ^__^
นำมา "ฝากไว้ก่อน" ครับ พี่ยังไม่ได้นำภาพขึ้นทั้งหมด มีแค่ภาพเดียวตอนนี้...
สวัสดีค่ะพี่ชิว
เมื่อคืนเอ๋ดู sponge ค่ะ ดูไปอมยิ้มไป เค้ากล่าวถึงเรื่อง taboo ของหญิงบนเกาะฮาวาย
ว่าห้ามกินเนื้อ และห้ามกินกล้วยค่ะ มิเช่นนั้นจะได้รับการลงโทษด้วยการทุบตีด้วยกระบอง
แต่หากหญิงผู้นั้นเข้าไปหลบในเทวสถานเฉพาะ ซึ่งมีอยู่หลายที่ในเกาะ จะรอดพ้นจากการโดนทำโทษนั้น
ไม่น่าเชื่อนะคะ....องค์ความรู้เมื่อเราเริ่มที่จะศึกษาแล้ว ทำให้เราเข้าใจว่าความรู้ใหม่ๆที่ประดังเข้ามาหาเราอยู่ทุกวัน
ทำให้เราเข้าใจได้ง่าย และลึกซึ้งมากขึ้น และต่อยอดความคิดได้อย่างรวดเร็ว
เอาไว้เอ๋จะค้นเรื่องข้อห้ามบนเกาะฮาวายมาต่อยอดเพิ่มนะคะ
ขอบคุณค่ะพี่ชิว
ลืมไปสนิทว่าต้องเข้ามาอ่าน
เข้ามาอ่านปรากฏว่ามีถึง ๓ บันทึกแล้ว
ตามไปอ่านตอน ๒ และ ๓ ครับ