|
When two worlds collide: KM+ Social Network = Competitive edge เมื่อ 2 โลกปะทะกัน: การจัดการความรู้ + สังคมเครือข่าย = ยุคของการแข่งขัน |
แปลและวิพากษ์โดย...น.ส.พัชราวดี ศรีบุญเรือง
“สังคมคอมพิวเตอร์มีพลังอำนาจมากในการรวมการจัดการความรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นแนวโน้มไปสู่การคิดก้าวหน้าขององค์กร”
องค์กรแห่งการเรียนรู้ เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ของคนทุกคนในองค์กร กระบวนการเผยแพร่แบ่งปันความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับให้ทำ แต่เป็นการผสมผสานอยู่ในงานประจำและกระบวนการการต่าง ๆ ในการทำงาน ดังนั้น จะไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแต่การแบ่งปันความรู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างเงื่อนไขที่ถูกต้องในการแบ่งปันความรู้ให้เกิดขึ้นด้วย
วิธีการที่ทำเกี่ยวกับการจัดการความรู้คือการสาธิต โดยพยายามรักษาความรู้และทักษะ ด้วยการมอบหมายให้พูด จับความรู้ และเก็บความรู้ และในขณะเดียวกันธรรมชาติของผู้ใช้มักใช้ค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ต้องการมากกว่าใช้ติดต่อกับผู้อื่น
พฤติกรรมเหล่านี้จะนำไปสู่การโต้แย้งว่า “เราจะเรียนรู้อะไรและอย่างไร” วิธีการจูงใจเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมที่จะกระตุ้น ผลักดันให้เกิดการแบ่งปันความรู้ โดยจะต้องสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การจัดการความรู้คือ ให้ทุกคนได้นำความรู้ที่มีออกมาใช้
ความสามารถในการสร้างการเรียนรู้
ความขัดแย้งระหว่างการเรียนรู้ในองค์กรคือ ขาดเป้าหมาย ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของตนเอง ดังนั้น ควรจะสร้างความตระหนักให้แก่คนในองค์กร ด้วยการมีส่วนร่วม เลียนแบบการทำงาน ควรจัดให้ทุกที่มีการเผยแพร่ความรู้และทักษะเกิดขึ้น ด้วยการติดต่อ สนทนา กับบุคคลอื่น เพื่อเติมเต็มความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคน ซึ่งจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการทำงาน จนกลายเป็นวัฒนธรรม มีปฏิสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการจนเกิดเป็นสังคมในที่สุด
การสร้างความสัมพันธ์
ความรู้ต่าง ๆ บางครั้งไม่สามารถนำเสนอได้ แต่อะไรคือ “Behind the Scenes” ที่ไม่สามารถบอกได้ ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์กันในองค์กร สามารถทำได้โดยจัดทำเอกสารที่เกี่ยวกับตัวคุณ ถ้าคนในองค์กรอธิบายและแบ่งปันความรู้กันได้เอกสารก็ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่จะต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เผยแพร่การเรียนรู้ และสิ่งที่เกิดขึ้นให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะรวบรวม กำกับดูแลเพื่อจะนำไปสู่ประโยชน์ร่วมกัน
วิธีการใหม่ทั้งหมด
โชคดีที่มีการปฏิรูปสังคมคอมพิวเตอร์ ซึ่งนำไปสู่เครื่องมือในการสร้างเครือข่าย โดยความรู้จะอยู่ในมือเมื่อคุณต้องการ ระบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสภาพแวดล้อม ซึ่งมีการจัดรวบรวมไว้และปรับใหม่อย่างเหมาะสม การบริหารความรู้ที่สร้างขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์คือ “สังคมถังความคิด Social Think Tank” ซึ่งจะรวบรวมสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กร ไม่ใช่แค่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลเพียงฝ่ายเดียว
การจัดระบบใช้เวลาไม่นานมาก แต่อุปสรรคที่จะต้องคำนึงถึงคือ การสร้างความตระหนัก ที่จะติดต่อกันด้วยใจ การจัดการความรู้เป็นโอกาสและไม่ต้องพึ่งพาระบบที่สัมพันธ์กับบุคคลและสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นโอกาสในการใช้บุคคลต้นแบบและข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดเวลา
หากการจัดการความรู้ในระยะแรกเหมือนหนังสือที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ การจัดการความรู้แบบใหม่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นตลอดไป เพื่อที่จะสร้างความตระหนักในทุกสถานการณ์ และความสามารถในการตอบสนอง เนื่องจากฉลาดขึ้นและคล่องแคล่วมากขึ้นแล้ว
ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ เป็นความรู้ที่จำเป็นในองค์กร เพื่อที่จะเป็นหลักการให้เกิดการกระทำและการมีร่วมมือเป็นเครือข่าย การติดต่อระหว่างคนในองค์กร มีเว็บไซต์ และคุณภาพของคนในองค์กรจะเกิดขึ้น นั่นก็คือทั้งหมด ยุคของการแข่งขันนั่นเอง
|
ประเด็นวิพากษ์และวิเคราะห์ |
1. หลักการหรือแนวคิดที่สำคัญที่ผู้เขียนบทความนำเสนอ
องค์กรแห่งการเรียนรู้ เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ของคนทุกคนในองค์กร กระบวนการเผยแพร่แบ่งปันความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับให้ทำ แต่เป็นการผสมผสานอยู่ในงานประจำและกระบวนการการต่าง ๆ ในการทำงาน
ธรรมชาติของผู้ใช้มักใช้ค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ต้องการมากกว่าใช้ติดต่อกับผู้อื่น
วิธีการจูงใจเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมที่จะกระตุ้น ผลักดันให้เกิดการแบ่งปันความรู้ โดยจะต้องสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การจัดการความรู้คือ ให้ทุกคนได้นำความรู้ที่มีออกมาใช้
ความขัดแย้งระหว่างการเรียนรู้ในองค์กรคือ ขาดเป้าหมาย ไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของตนเอง ดังนั้น ควรจะสร้างความตระหนักให้แก่คนในองค์กร ด้วยการมีส่วนร่วม
ควรจัดให้ทุกที่มีการเผยแพร่ความรู้และทักษะเกิดขึ้น ด้วยการติดต่อ สนทนา กับบุคคลอื่น เพื่อเติมเต็มความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคน จนเกิดเป็นสังคมในที่สุด
การปฏิรูปสังคมคอมพิวเตอร์ ซึ่งนำไปสู่เครื่องมือในการสร้างเครือข่าย
การบริหารความรู้ที่สร้างขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์คือ “สังคมถังความคิด Social Think Tank” ซึ่งจะรวบรวมสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กร
ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ เป็นความรู้ที่จำเป็นในองค์กร เพื่อที่จะเป็นหลักการให้เกิดการกระทำและการมีร่วมมือเป็นเครือข่าย
2. ความคิดเห็นของท่านต่อหลักการ/แนวคิดนั้น
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนภาพในปัจจุบันคือ ในยุคของการแข่งขัน จำเป็นที่จะต้องมีการจัดการความรู้ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อผลสุดท้ายคือ การสร้างเครือข่ายในองค์กรให้เกิดขึ้น ซึ่งการจัดการความรู้ เห็นด้วยกับแนวคิดการจัดการความรู้ ควรจัดให้อยู่ในงานประจำก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก จะเป็นการเพิ่มภาระงาน ทำให้อยากที่จะเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น และทุกคนมีความรู้ความสามารถอยู่ในแต่ละคนอยู่แล้ว (Tacit Knowledge) แต่การจัดการความรู้จะนำมาช่วยทำให้มีการแบ่งปันความรู้ที่เป็น Tacit Knowledge ระหว่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้อยาก แต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ
นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่าย เนื่องจาก เทคโนโลยีสามารถทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้น หากไม่มีการนำเทคโนโลยีแบ่งปันความรู้มาใช้ ก็จะต้องใช้วิธีแบบเผชิญหน้าเพียงอย่างเดียว (Face-to-Face) ซึ่งอาจทำให้การจัดการความรู้ไม่ประสบผลสำเร็จ นอกจากจะแบ่งปันความรู้แล้ว การเก็บความรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญ “สังคมถังความคิด Social Think Tank” ซึ่งจะรวบรวมสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กร การมีเทคโนโลยีเข้ามาใช้ก็จะช่วยก่อให้เกิดสังคมถังความคิด ซึ่งจะสามารถจัดเก็บและค้นค้นได้ง่าย และเข้าถึงได้ทุกคน ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของคนในองค์กรได้อย่างทันทีทันใด
3. ประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร และการพัฒนาบุคลากรในองค์กร
การพัฒนาองค์กร นอกจากจะต้องสร้างแรงจูงใจ มีวิสัยทัศน์แล้ว องค์กรก็จำเป็นจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ควรพัฒนาคนในองค์กรให้เป็นชุมชนนักปฏิบัติให้ได้ เพื่อที่จะได้เกิดเป็นสังคมเครือข่ายอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้ทุกคนได้นำความรู้ที่มีอยู่ในแต่ละคนมาใช้แลกเปลี่ยนกับบุคคลอื่น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนทุกคน และองค์กรในที่สุด
4. ประโยชน์/ การประยุกต์ใช้กับองค์กร
ปัญหาในองค์กรคือการจัดการความรู้เป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่คนในองค์กร ยังไม่เกิดเป็นเครือข่าย มีเพียงผู้ที่สนใจบางกลุ่มเข้าร่วมแบ่งปันความรู้ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแบ่งปันความรู้น้อยมาก
จากบทความ การจัดการความรู้ + สังคมเครือข่าย = ยุคของการแข่งขัน การนำมาใช้ในองค์กรคือ เนื่องการแข่งขัน จำเป็นต้องปลูกฝัง สร้างความตระหนัก และจูงใจให้คนในองค์กรเห็นความสำคัญของการจัดการความรู้ โดยการผสมผสานให้เข้าไปในงานประจำ จูงใจให้คนในองค์กรอยากเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง โดยให้คิดเสมอว่าไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง ควรจัดให้มีการแบ่งปันความรู้ทุกที่ ทุกเวลา และต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าร่วม โดยคัดเลือกประเด็นที่สนใจร่วมกันเพื่อให้เกิดเป็นสังคมเครือข่ายที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนในองค์กร หากทำได้องค์กรก็จะเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น คนในองค์กรจะต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการจัดการความรู้ และสร้างเครือข่ายในองค์กรให้เกิดขึ้นให้ได้ ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน จัดให้มีการแบ่งปันความรู้กันได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลารับประทานอาหาร สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันความรู้ การจัดเก็บและการเผยแพร่ความรู้โดยอาศัยเอกสารและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
****************************
อ้างอิง
John Tropea (2008). When two worlds collide: KM+ Social Network = Competitive edge. KM Review Volume 11 Issue 4 September/October 2008