การจัดการความรู้ในมุมมองของ e- learning ที่มีประสิทธิภาพ

Knowledge Management perspective on e-learning effective

การจัดการความรู้ในมุมมองของ e- learning ที่มีประสิทธิภาพ

แปลโดย น.ส.พัชราวดี ศรีบุญเรือง

1. หลักการหรือแนวคิดที่สำคัญที่ผู้เขียนบทความนำเสนอ

             ยุคของ e-learning บนพื้นฐานการเรียนได้ทุกหนทุกแห่ง มีเทคโนโลยีเคลื่อนที่ สังคมเครือข่าย (ชุมชน) การจัดการความรู้ การผสมผสาน e-learning และการจัดการความรู้ การเผยแพร่ สังคม Software  เพื่อนช่วยเพื่อน การจัดการความรู้รายบุคคล  โดยใช้เทคนิควิธีการในการแบ่งปันความคิด แสดงความคิดเห็น การค้นหาความรู้

             การสื่อสารด้วย e-mail, chat, workspace, discussion, forum, bulletin board จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ผ่านทางการเรียนรู้ร่วมกันและการแบ่งปันความรู้

             สังคมซอฟต์แวร์มีลักษณะดังนี้ คือ Social work analysis, topic map, Weblogs, PodCasts, Photo sharing, People Network, social bookmarking, virtual reality, game, co-editing ผู้เรียนเผยแพร่แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น voice, movie, peer-to-peer หรือ group

             Search engine และ taxonomy tools จัดเตรียมไว้สำหรับการค้นคว้าหาข้อมูลโดยมีการจัดหมวดหมู่ไว้แล้ว ประกอบด้วยเนื้อหาจำนวนมากทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และการเผยแพร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

             Peer-to-Peer เครื่องมือในการจัดการความรู้เตรียมไว้สำหรับค้นหาข้อมูล ใช้ workspace, file sharing, การเผยแพร่เนื้อหาแบบสื่อสารทันทีทันใด ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้กับผู้อื่น เครื่องมือจะกระตุ้นให้เกิดสภาพแวดล้อม e-learning แบบ Peer-to-Peer

             การใช้เครื่องมือจัดการความรู้ที่หลากหลาย รวมทั้งผู้ช่วยเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ โดย 1. Socialisation (จากความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้งเป็นความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้ง) 2. Externalisation (จากความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้งเป็นความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง) 3. Combination (จากความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้งเป็นความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง) 4. Internalisation (จากความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้งเป็นความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้ง)

 2. ความคิดเห็นต่อหลักการ/แนวคิดนั้น

            ในยุคของ e-learning ปฏิเสธการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการความรู้ไม่ได้ โดยเทคโนโลยีที่นิยมนำมาใช้ในการจัดการความรู้ในปัจจุบัน ได้แก่ e-mail, chat, workspace, discussion, forum, bulletin board จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ผ่านทางการเรียนรู้ร่วมกันและการแบ่งปันความรู้ แม้แต่ในบทความ งานวิจัยต่าง ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการความรู้ไม่มากก็น้อย ซึ่งผลที่ออกมานั้นก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้ว่าสามารถช่วยพัฒนาให้เกิดการจัดการความรู้ได้

3. ประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร และการพัฒนาบุคลากรในองค์กร

            เพื่อให้เห็นถึงยุค e-learning ว่ามีการนำเทคโนโลยีอะไรบ้างที่นำมาใช้ในการจัดการความรู้ เช่น e-mail, chat, workspace, discussion, forum, bulletin board เทคนิควิธีการต่าง ๆ เช่น voice, movie, peer-to-peer หรือ group เพื่อเป็นแนวทางในการนำมาปรับใช้กับองค์กรและบุคลากรในองค์กร

4. ประโยชน์/ การประยุกต์ใช้กับองค์กร

            เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เห็นความสำคัญและมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการจัดการความรู้  e-mail, chat, workspace, discussion, forum, bulletin board เพื่อให้สามารถแบ่งปันความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา  รวมทั้ง สังคมซอฟต์แวร์มีลักษณะดังนี้ คือ Social work analysis, topic map, Weblogs, PodCasts, Photo sharing, People Network, social bookmarking, virtual reality, game, co-editing ผู้เรียนเผยแพร่แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น voice, movie, peer-to-peer หรือ group

            องค์กรควรจัดให้มีเทคโนโลยี Search engine และ taxonomy tools เครื่องมือในการจัดการความรู้เตรียมไว้สำหรับค้นหาข้อมูล ใช้ workspace, file sharing, การเผยแพร่เนื้อหาแบบสื่อสารทันทีทันใด ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้กับผู้อื่น รวมทั้ง จัดการเรียนรู้ร่วมกันในองค์กรแบบ Peer-to-Peer ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้เตรียมไว้สำหรับค้นหาข้อมูล ใช้ workspace, file sharing, การเผยแพร่เนื้อหาแบบสื่อสารทันทีทันใด ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้กับผู้อื่น

อ้างอิง 

Adela Lau,

Eric Tsui (2009). Knowledge management perspective on e-learning effectiveness.

 

Eric Tsui (2009). Knowledge management perspective on e-learning effectiveness.

Eric Tsui (2009). Knowledge management perspective on e-learning effectiveness.

 

Knowledge-Based Systems 22 (2009) 324–325

 

 

 

 

 

 

***********************