เริ่มเดินเครื่องสามารถรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันในช่วงแรกวันละ 250 ตันทะลาย

       การก่อสร้างโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นการรองรับผลผลิตจากเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกปาล์ม  โดยมีกำลังการผลิต  45  ตันทะลาย/ชั่วโมง เริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี  2548  ใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท  ทั้งนี้การปลูกปาล์มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีจำนวนกว่า 85,000 ไร่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมสหกรณ์  จำนวน  35,000 ไร่

        ขณะนี้การก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเดินเครื่องเพื่อทำการสกัดปาล์มน้ำมันได้เรียบร้อยแล้ว โดยในวันแรกก่อนเดินเครื่องได้รับซื้อผลผลิตปาล์มไว้จำนวนหนึ่งแล้วโรงงานจะเปิดทำการวันละ  8 - 10  ชั่วโมง สกัดผลปาล์มดิบได้ประมาณวันละ 350 ตัน และสามารถรองรับผลผลิตได้อย่างเต็มที่ประมาณ 2 00,000  ตัน  ต่อปี

         สำหรับโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันมีสหกรณ์จำนวน 5 แห่งในการร่วมดำเนินการและบริหารงาน ได้แก่  สหกรณ์นิคมบาเจาะ จำกัด  สหกรณ์นิคมปิเหล็ง จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันนราธิวาส จำกัด  สหกรณ์ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันปัตตานี จำกัด  และสหกรณ์ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันยะลา จำกัด

       ทั้งนี้ทั้ง  5  สหกรณ์จะดำเนินการจัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์ดูแลเรื่องโรงงานสกัดปาล์มโดยเฉพาะ และผู้แทนสหกรณ์ทั้ง 5 แห่ง จะเป็นผู้บริหารโรงงานในนามคณะกรรมการบริหารโรงงาน ซึ่งคณะกรรมการบริหารฯ  นี้จะทำหน้าที่บริหารธุรกิจโรงงาน  ด้านการกำหนดนโยบายแต่ละสหกรณ์จะมอบให้คณะกรรมการบริหารโรงงานพิจารณาดำเนินการ โดยคณะกรรมการบริหารฯดังกล่าวจะเลือกประธานคณะกรรมการบริหารฯ กันเอง

       ขั้นต้นพนักงานในโรงงานทางกรมฯจะจ่ายค่าจ้างให้ทุกตำแหน่งจำนวน 3 ปี หลังจากปีที่  4 เป็นต้นไปโรงงานจึงจะจ่ายเงินเดือนพนักงานเอง โดยได้ส่งพนักงานไปอบรมเรียนรู้วิธีการทำงานจากชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ และมีพี่เลี้ยงจากกรม ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์ม กระบี่ ช่วยดูแล โดยโรงงานจะรับซื้อปาล์มจากสมาชิกและบุคคลภายนอก ซึ่งสมาชิกจะได้รับผลตอบแทนดีกว่าบุคคลภายกลับคืนมาในรูปของการปันผลกำไร 

       นายศุภชัย   บานพับทอง  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส  เพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมในการเดินเครื่องจักรภายในโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาด  45 ตันทะลายต่อชั่วโมงและการเปิดจุดรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส  ซึ่งอยู่ในการดำเนินการของขบวนการสหกรณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่  3 สิงหาคม ที่ผ่านมา

        การเปิดโรงงานดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 5 ,000  ครัวเรือน เนื้อที่ปลูกปาล์มกว่า  60,000  ไร่ ว่าจะเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตที่ “ให้ราคาที่เป็นธรรม” แก่เกษตรกร และสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรในการยึดอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมัน

         อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  ได้ให้ข้อแนะนำแก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และการบริหารโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม  ดังนี้

         1. การวิเคราะห์และตัดสินทางการบริหารเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือดำเนินนโยบายให้ใช้ข้อมูลการปลูกที่เป็นจริงในพื้นที่  การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนโรงงานต้องใช้ข้อมูลการรวบรวมผลผลิตต่อเนื่องอย่างน้อย  1  ปี 

         2. การรวบรวมผลผลิตป้อนโรงงานให้สร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกับภาคเอกชนนอกเหนือของ ขบวนการสหกรณ์ในพื้นที่แล้ว  เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอและสังคมชุมชนพื้นที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

         3. การมองผลสัมฤทธิ์ต้องมองทั้ง  2  ทางพร้อมกัน  คือ “ทางสังคมจิตวิทยา” ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในแนวนโยบายรัฐในการให้ความช่วยเหลือ / ลดการทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำข้างนอก และ“ความคุ้มทุนของเงินภาษีในการสร้างโรงงาน” โรงงานต้องดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ศักยภาพขององค์กรธุรกิจ

แหล่งข้อมูล :  ขอบคุณโคออปนิวส์สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์