GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำอย่างไรเมื่อทราบว่าผู้ป่วยตั้งใจหลบหนีออกจากสถานบำบัด

ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว วิตกกังวล กับการปรับตัว ไม่มีเป้าหมายในการบำบัดรักษา

กรณีตัวอย่าง : การช่วยเหลือเพื่อป้องกันหลบหนี

เรื่องเล่า : ได้รับผู้ป่วยชาย อายุ 38 ปี จากคุมประพฤติแขวงพระโขนง ผู้ป่วยประวัติใช้ยาบ้าสูบนาน มีบุคลิกภาพพูดน้อย เงียบเฉย เคยอยู่ในคุกได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบชุมชนบำบัด รู้สึกเบื่อต่อต้านการบำบัด ประวัติครอบครัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ผู้ป่วยเป็นเด็ก ด้วยนิสัยที่เกเรทำให้ญาติพี่น้องไม่ยอมรับผู้ป่วย ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในคุกขณะเดียวกันผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือวัณโรคปอด ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้ารับการรักษาผู้ป่วยมีอาชีพขับรถรับจ้าง นายจ้างรับรู้

     ได้รับผู้ป่วยชาย อายุ 38 ปี จากคุมประพฤติแขวงพระโขนง ผู้ป่วยประวัติใช้ยาบ้าสูบนาน มีบุคลิกภาพพูดน้อย เงียบเฉย เคยอยู่ในคุกได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบชุมชนบำบัด รู้สึกเบื่อต่อต้านการบำบัด ประวัติครอบครัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ผู้ป่วยเป็นเด็ก ด้วยนิสัยที่เกเรทำให้ญาติพี่น้องไม่ยอมรับผู้ป่วย ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในคุกขณะเดียวกันผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือวัณโรคปอด ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้ารับการรักษาผู้ป่วยมีอาชีพขับรถรับจ้าง นายจ้างรับรู้ จากการประเมินแรกรับ ผู้ป่วยบอกให้ทราบว่าต้องการหลบหนี เพราะเมื่อรูปแบบการบำบัดรักษารู้หมดแล้ว ไม่ขอติดต่อญาติ

ประเด็นปัญหา

- ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว วิตกกังวล การปรับตัว ไม่มีเป้าหมายในการบำบัดรักษา

การช่วยเหลือเพื่อป้องกันหลบหนีได้รับผู้ป่วยชาย อายุ 38 ปี จากคุมประพฤติแขวงพระโขนง ผู้ป่วยประวัติใช้ยาบ้าสูบนาน มีบุคลิกภาพพูดน้อย เงียบเฉย เคยอยู่ในคุกได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบชุมชนบำบัด รู้สึกเบื่อต่อต้านการบำบัด ประวัติครอบครัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ผู้ป่วยเป็นเด็ก ด้วยนิสัยที่เกเรทำให้ญาติพี่น้องไม่ยอมรับผู้ป่วย ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในคุกขณะเดียวกันผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือวัณโรคปอด ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้ารับการรักษาผู้ป่วยมีอาชีพขับรถรับจ้าง นายจ้างรับรู้

แนวทางการช่วยเหลือ

- ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมีเพื่อนมิได้ตัวคนเดียวโดยการจัดให้คณะรับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยง ดูแลช่วยเหลือพูดคุยในระยะแรกพร้อมทั้งเข้ากลุ่มจิตบำบัดของข้าพเจ้าเอง เพื่อรับรู้ความรู้สึกและปัญหาอุปสรรคขณะบำบัดรักษา และประเมินความเสี่ยงของการหลบหนีเป็นระยะ

- ผู้ป่วยได้รับการคัดเลือกเป็นหัวหน้าทีมและพัฒนาตนเองอย่างรวดเร็ว จนกระทั้งถึงระดับผู้ควบคุม ดูแลและประสานกิจกรรม (COD) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจนกระทั้งครบเกณฑ์ที่กำหนด 120 วัน

การเรียนรู้ที่ผู้ป่วยได้รับ

- ผู้ป่วยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปรับตัว รู้สึกว่าชีวิตนี้มิได้อยู่คนเดียว ยังมีเพื่อน เจ้าหน้าที่ที่ยอมรับและเข้าใจ

- ความรักความผูกพัน เป็นความรู้สึกที่ผู้ป่วยบอกให้เราทราบว่าการอยู่ที่นี่ทำให้รู้ว่า การได้มาซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างได้มาด้วยความรัก ความผูกพัน มิใช่ได้มาด้วยเล่ห์เหลี่ยม และมันเป็นสิ่งที่จูงใจให้เขาอยู่รักษาจนทนการหลบหนี 

- แนวทางการเผชิญและการแก้ไขปัญหา ขณะที่ผู้ป่วยได้รับการคัดเลือกเป็นหัวหน้าทีมงาน รู้สึกอึดอัดเนื่องจากสมาชิกในทีมงานแสดงการไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เขาแก้ไขปัญหาโดยการพูดคุยตักเตือนและการทำตัวเป็นแบบอย่างจนกระทั้งประสบความสำเร็จ

     วันสุดท้ายแห่งการเรียนรู้ ผู้ป่วยได้พูดสรุปความรู้สึกและประโยชน์ที่ได้รับจากการบำบัดในกลุ่มกิจกรรมอำลาว่าเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความรัก ความผูกผันใกล้ชิด การทำเป็นแบบอย่าง ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด คือ วันศุกร์เพราะวันศุกร์เป็นวันครอบครัว เขาไม่มีญาติมาเยี่ยมขณะบำบัด แต่วันสุดท้ายเจ้านายมารับกลับไป นี่คือประเด็นที่เขาทิ้งไว้ให้เราคิดแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ป่วยไม่มีญาติต่อไป

     นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จที่เราทุกคนภาคภูมิใจ ที่สามารถช่วยเหลือให้ผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงความคิดจากการหลบหนีเป็นการบำบัดรักษาครบตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วประเด็นการหลบหนีของผู้ป่วยมีอยู่ด้วยกันหลายประการ สิ่งสำคัญคือ เราต้องประเมินปัญหาแรกรับ และให้การช่วยเหลืออย่างถูกต้องเหมาะสม จึงประสบความสำเร็จ การเรียนรู้ของผู้ป่วยขณะบำบัดรักษาจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ถ้าผู้ป่วยสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

โดย พี่กระแส

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 30220
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)