สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าครูเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลน และยังเป็นที่ต้องการอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) นอกจากนี้ในบ้านเรายังประสบปัญหา เรื่องการกระจายตัว
จากการศึกษาเรื่อง สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สรุปได้ว่า การขาดแคลนครูเป็นสภาวะวิกฤตไม่เฉพาะอย่างยิ่งครูสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ปัญหาการขาดแคลนครูประกอบด้วยการขาดแคลนเชิงปริมาณและคุณภาพ
การขาดแคลนครูในเชิงปริมาณ มีอยู่อย่างน้อย 2 ลักษณะ คือ
1. การบรรจุครูใหม่ไม่เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน
2. การขาดแคลนครูใหม่ที่จะมาทดแทนครูที่เกษียณอายุ ลาออกหรือโอนย้าย
สำหรับสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจาก นโยบายการจัดกำลังคนของภาครัฐ และคืนอัตราทดแทนผู้เกษียณอายุตามโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ทำให้ครูลาออกเป็นจำนวนมาก การปฏิรูปหลักสูตรส่งผลให้เกิดรายวิชาใหม่ๆ ทำให้คลาดแคลนครูผู้สอน รวมถึงสาเหตุเนื่องจากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างการผลิตและการใช้ครูปัญหาวิกฤติศรัทธาวิชาชีพครู และภาพลักษณ์ของวิชาชีพครูที่มีค่าตอบแทนน้อย มีสวัสดิการไม่เพียงพอทำให้ครูขาดกำลังใจ
การขาดแคลนในเชิงคุณภาพ
1.ครูไม่ตรงตามวุฒิปฏิบัติการสอน เช่น เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ครูผู้สอนต้องจบสาขาดังกล่าวโดยเฉพาะ จึงจะมีคุณภาพจากการระบุของสำนักงานคณะกรรมการพื้นฐานการศึกษา ได้เปรียบเทียบคะเนนนักเรียนอยู่ที่ Percentile ที่ 50 โอกาสที่จะขยับไปที่ 85- 87 น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งหากได้ครูที่ดี หากครูไม่ดีจากที่อยู่ในมาตรฐานที่ค่า 50 อาจจะตกลงไปที่ระดับ 30 – 20
2.คนเก่งไปประกอบวิชาชีพอื่น จากการศึกษาผลการประเมินของ ร.ศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ประธานที่ประชุมคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ 16 สถาบัน และรองคณบดีครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ได้กล่าวถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตครูและการพัฒนาครูอย่างชัดเจนสาเหตุหนึ่งเกิดจากรัฐบาลขาดการเหลียวแลเพื่อพัฒนาบุคลากรครูเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลทุ่มไปพัฒนาบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลนสาขาอื่นๆทำให้ขาดช่วงในการสนับสนุนจากรัฐบาลจึงส่งผลในการพัฒนาของคณะศึกษาศาสตร์ คุรุศาสตร์ หยุดนิ่งลง “ สถานการณ์ในขณะนี้คณะศึกษาศาสตร์ คุรุศาสตร์หลายแห่งกำลังจะตายเพราะไม่มีคนอยากเรียนและไม่มีการพัฒนาหลักสูตร” ซึ่งหากในระยะ 5 ปี จากนี้รัฐบาลยังไม่ใส่ใจ และหันกลับมาเอาใจใส่ในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังจะเกิดวิกฤติอย่างรุนแรง
3.ครูต้องปฏิบัติงานอื่น ที่นอกเหนือจากการสอนตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูทำให้ครูมีภาระที่ต้องแบ่งรับมากขึ้น การทุมเทการสอนจะน้อยลง ทำให้เกิดคุณภาพและประสิทธิภาพในการสอนลดลงด้วย
จากการกล่าวของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวไว้เช่นกันว่า สำหรับครูที่จะต้องปฏิบัติงานหลายด้านแทนการสอนนักเรียน เช่น การเป็นผู้บริหาร การพัฒนาตนเอง การทำเอกสารเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ รัฐบาลจึงมีนโยบายที่เป็นโครงการ “คืนครูให้นักเรียน” ให้ครูมีเวลาสอนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับนักเรียน แต่ถ้าครูไม่ทำงานด้านอื่นๆก็จะไม่เกิดความก้าวหน้า จึงต้องกำหนดน้ำหนักกันใหม่ เช่น 80: 20 แทน 50: 50 ต้องมีเกณฑ์ประเมินมาตรฐานที่ยอมรับโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานที่ยอมรับโดยสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา ( สมศ) และจะวัดเฉพาะครูแต่จะเป็นการวัดการประเมินทั้งระบบ
ภายหลังจากการศึกษาปัญหาเรื่องสภาวะการขาดแคลนครู รศ. ดร ขนิดา รักษ์พลเมือง และคณะได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูโดยสรุปดังนี้
1.โครงการคุรุทายาท จากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการคุรุทายาทมาตั้งนานมาตั้งแต่ปี 2530 เพื่อการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูทั้งในระดับการศึกษา การศึกษาเฉพาะพื้นที่และเฉพาะสาขาวิชาโดยเลือกคนเก่ง คนดี เป็นครู
2.โครงการพิเศษเพื่อการบริหารจัดการปฏิรูปการฝึกหัดครู พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา(สปค.)เช่น โครงการสำหรับครูประจำการ การผลิตครูใหม่ และโครงการสำหรับผู้ใช้ครู โดยจัดคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐบาลและเอกชน ใน 4 สาขาวิชาหลักคือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และอังกฤษ
3.นโยบายและมาตรการผลิตและพัฒนาครูไทยในสตวรรษที่ 21 โดยการสร้าง ความเชื่อมั่นในวิชาชีพครูประกันคุณภาพครู และมาตรการสร้างความยั่งยืนในการปฏิรูปวิชาชีพครู
4.แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา ครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูศรัทธาต่อวิชาชีพครูพัฒนาศักยภาพครู และมาตรการสร้างความยั่งยืนในปฏิรูปวิชาชีพครู
5.การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูของ สพฐ. โดยการเรียกบรรจุครูจากบัญชีการสอนที่มีอยู่ บรรจุครูอัตราจ้างที่ทำงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปและบรรจุครูที่มีคุณวุฒิอื่นและให้เรียนวิชาทางการศึกษาเพิ่มเติม