
สิ่งใดสำคัญกว่ากัน ?
" ระหว่างความเจริญทางด้านวัตถุกับจิตใจ " ที่แน่ ๆ คือเรามากกว่าร้อยละ 80 ต้องตอบอย่างหลังมากกว่า
นั้นคือจิตสำนึกของเรา แต่ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวติคือ คนที่มี IQ ระดับสูง จะตอบอย่างนั้น ทำแต่พูด ไม่เคยทำตามสิ่งที่พูดหรือไม่รับผิดชอบคำพูดของตัว ยิ่งสูงระดับผู้บริหารคิดการณ์ไกลมากโข แต่หันกลับมาดูชาวบ้าน เขาคิดแบบจริงใจตรงไปตรงมา

เฉกเช่น ข้าพเจ้าได้ยินแม่พูดหลังจากอ่านหนังสือ ของข้าพเจ้าจบ (แม่ชอบอ่านหนังสือที่ข้าพเจ้าวางไว้ ) เรื่อง การคิดบวก
อ่านทำไม ? หาทางออกอย่างไร ? ในเมื่อตัวเองไม่แก้ปัญหาที่เราเจอ ด้วยตัวเรา มัวแต่ปล่อยปัญหานั้นเกิดเอง ให้คิดแต่แง่ดี แต่ไม่ยอมแก้ปัญหา ทำนองทางจิตวิทยา พูดว่า "มะนาวหวาน"
** มะนาวหวาน = การพูดปลอบตัวเองให้คิดว่ามะนาวหวาน ทั้ง ๆ ที่มันออกจะเปรี้ยว ไม่ยอมรับความจริง ทำให้จิตใจเราดีขึ้น **
กับอีกเรื่องคือ โรงพยาบาลขยายตึกให้ใหญ่โต โอ่อ่า แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับกลับจากชาวบ้าน จากใบแสดงความคิดเห็น
" ขยายทำไมโรงพยาบาลให้ใหญ่ ทำไมไม่จัดหมอมาตรวจแต่เช้า เยอะคนหน่อย มัวแต่ว่าหมอน้อย ให้รอตรวจ "
ตรงใจดีค่ะ ! ไม่ถามลูกค้าบ้างเลย ?


สวัสดีค่ะคุณบุษรา
- สุขใจ หากเราคิดเป็น
- ไม่มีอะไรแน่นอน ความไม่แน่นอน คือไม่แน่นอน
- ไม่อะไรถูกใจไปหมดทุกอย่าง
- แต่อย่างน้อยขอให้เรากระทำไปก่อน
- แก้ต้นเหตุดีกว่าปลายเหตุกันดีค่ะ
สวัสดีครับ
" ระหว่างความเจริญทางด้านวัตถุกับจิตใจ "
ในความคิดของผมนะ...
...ความเจริญทางด้านวัตถุไม่ได้เป็นสาเหตุให้จิตใจคนไม่เจริญ และความเจริญด้านจิตใจก็ไม่ได้ทำให้ความเจริญทางด้านวัตถุไม่เกิดขึ้น และจะมุ่งหมายของความเจริญสองอย่างนี้ก็ไม่เหมือนกัน
...ถ้าเราพัฒนาทางด้านใดได้(ก่อน)ก็พัฒนาไปให้เจริญตามสติปัญญาของตนเถิด
สวัสดีค่ะคุณเอกชน
- ปัญญา + สติ สุดยอดเป็นที่สุด
- หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมไม่สมประกอบในประการอื่น ๆ ทั้งปวงค่ะ
ความเจริญทางวัตถุ หรือความเจริญทางจิดใจ ล้วนสำคัญ ต้องพัฒนาอย่างต่อ ที่สำคัญ ต้องเหมาะสม และควบคู่ไปด้วยกันให้สมดุล มีเหตุผลครับ
พระ เน้นพัฒนาจิตใจ
นักธุรกิจ(บางคน)+นักวัตุนิยม เน้น วัตถุ
เรา อยู่ตรงกลางดีแล้ว มีสติ ปรับตัวให้ดี จึงจะเป็นปกติสุข
สวัสดีค่ะหมอเอก
- สาธุ
- การเดินสายกลางนั้นดีแลจริง ๆ เลยค่ะ