เมตตาปรมัตถบารมี และอุเบกขาบารมี

บารมีทั้งหมด ผู้เขียนเทศน์จบไปนานแล้ว เพียงแต่มิได้เขียนเล่าไว้ เป็นเพราะมีเรื่องคาใจที่จะค้นให้เจอก่อนนำมาเขียน แต่ก็ยุ่งกับเรื่องใหม่ๆ ที่ถาโถมเข้ามาทุกวัน จนทำให้ประเด็นที่คาใจอยู่นั้นเลือนหายไป... บันทึกนี้จึงถือโอกาสปรารภเมตตาปรมัตถบารมีและอุเบกขาปรมัตถบารมี ซึ่งยังคงค้างอยู่แล้วจะสรุปเป็นการจบเรื่องราวในชุดนี้ เพื่อจะได้นำเทศนาธรรมที่แสดงในวันพระต่อๆ ไป มาเล่าตามความเหมาะสมสืบต่อไป...

เมตตาปรมัตถบารมี นั้น ตามคัมภีร์ชาดกอรรถกถา ในส่วนทูเรนิทาน (คลิกที่นี้) บอกว่าเป็นเอกราชชาดก ซึ่งได้ยกคาถาเบื้องต้นมาว่า...

  • ใครๆ ก็ทำให้เราสะดุ้งไม่ได้ ทั้งเรา มิได้หวาดต่อใครๆ เราไม่แข็งกระด้าง เพราะกำลังเมตตา จึงยินดีอยู่ในป่าเขา ทุกเมื่อ ดังนี้.

แต่ เมื่อลองค้นหาคำว่า เอกราชชาดก (คลิกที่นี้) กลับไม่มีเนื้อความคาถานี้... นี้คือประเด็นที่สงสัยเป็นต้น

 

อุเบกขาปรมัตถบารมี นั้น ตามคัมภีร์ชาดก ในส่วนทูเรนิทาน บอกว่าเป็นโลมหังสชาดก ซึ่งได้ยกคาถาเบื้องต้นมาว่า...

  • เราหนุนซากศพเหลือแต่กระดูก สำเร็จการนอนในป่าช้า พวกเด็กต่างพากันกระโดดจากสนามวัว แล้วแสดงรูปต่างๆ เป็นอันมาก ดังนี้.

แต่ เมื่อลองค้นหาคำว่า โลมหังสชาดก (คลิกที่นี้) กลับไม่มีเนื้อความคาถานี้... และนี้คือประเด็นที่สงสัยเป็นต้นเช่นเดียวกัน

 

อนึ่ง ในส่วนนิทานชาดกนั้น นอกจาก ชาดก ในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๗-๒๘ แล้ว (คลิกที่นี้)... ส่วนหนึ่งก็อาจค้นหาได้จาก จริยปิฎก ในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๓๓ ได้อีกด้วย (คลิกที่นี้)... ซึ่งผู้เขียนก็ตรวจสอบอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ค้นไปถึงจุดที่คลายความสงสัยได้ทั้งหมดเท่านั้น อาทิเช่นในส่วนสรุปจริยปิฏก ก็มี การประมวลปรมัตถบารมี ทั้งหมดไว้เช่นเดียวกัน (คลิกที่นี้)

ยุคสมัยพระอรรถกถาจารย์นั้น ท่านไม่มีหนังสืออิเลคทรอนิก คอมพิวเตอร์ และหรืออินเทอร์เน็ตช่วยในการค้น ทั้งหนังสือก็น่าจะมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับยุคปัจจุบัน แต่ท่านก็มีอุตสาหะค้นคว้า รวบรวม ประมวลไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะมีการพลั้งเผลอไปบ้างในบางประเด็นก็ตาม...

คิดๆ ไปก็รู้สึกละอายต่อพระโบราณาจารย์เหล่านั้น ที่สามารถทำงานเพื่อคุณูปการแก่พระศาสนายิ่งกว่าคนในยุคปัจจุบัน เมื่อเทียบถึงเครื่องมือในการใช้...

  • จิรํ ติฎฺฺฐตุ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ อนาคเต กาเล
  • ขอคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจงดำรงอยู่ยั่งยืนในอนาคตกาลเทอญ