ทฤษฎีแกล้งทำดีเพื่อความสุข
การกระทำใดๆ ถ้าสิ่งนั้นไม่เคยทำหรือลำบากใจที่จะทำมันก็ยากที่จะทำ เช่นโตแล้วไม่เคยกอดพ่อกอดแม่เลยจะให้เดินไปกอดเลยก็ยังเขินๆ (อันนี้แค่ยกตัวอย่าง) หรือวันหนึ่งเราได้รู้ว่าสามีแอบไปมีกิ๊ก จะไม่โมโหเลือดขึ้นหน้าก็ทำได้ยากยิ่ง ยิ่งถ้าสามีกลับมาบ้านภรรยาเอาแต่ด่าๆๆๆ สามีไปนอนบ้านกิ๊กดีกว่าสบายใจ
ถามตัวเองซะ ว่ารักเค้ามั้ยอยากได้เค้ากลับคืนมามั้ย ถ้ารักเค้าก็ทำดีกับสามีให้มากว่าที่กิ๊กทำให้เค้า ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละ กำลังโมโห กำลังโกรธ กำลังเกลียดชังสามี
จะทำดีกับเค้าได้อย่างไร
ก็แกล้งทำดีกับเค้านี่แหละ คิดเสียว่ามันโง่ มันคิดไม่ได้หรอกว่าเรากำลังแกล้งไม่โกรธมัน แกล้งดีกับมัน แกล้งพูดดี แกล้งหาน้ำให้กิน แกล้งยอมมันทุกอย่าง แต่อย่ายอมให้เค้ามีกิ๊กล่ะ วันไหนที่เค้าหลงกลเรานะ เค้าก็จะรู้สึกผิด ทำดีกลับมาตอบแทนเรา
แล้วลองคิดดูนะขนาดเราแกล้งทำดีกับเค้า เค้ายังดีกับเราได้ขนาดนี้ ถ้าเราทำดีอย่างจริงใจกับเค้า เค้าจะทำดีกับเราได้ขนาดไหนนะ?
เคยลองนำไปใช้กับสองคู่แล้วนะ สำเร็จทั้งสองคู่
คู่แรกสามีภรรยาลูก1คน ครอบครัวอบอุ่นมีเงินเก็บสามีก็เริ่มมีกิ๊ก จังหวะได้มีโอกาสคุยกับภรรยาเค้าก็แนะนำเค้าไป เค้านำไปปฎิบัติจนได้สามีกลับมา
คู่สองก็เป็นแค่แฟน ผู้ชายกำลังจะไปพบสาวคนใหม่ แต่ก็ได้ใช้ทฤษฎีแกล้งทำ แก้ได้ซะก่อน กลับมามีความสุขอีกครั้งด้วยความรักที่มีเป็นพื้นของเค้าทั้งสอง
ขอให้ท่านประยุกต์นำไปใช้เถิด ประโยชน์เกินจะบรรยาย
มาชม
เห็นมุมคิดเป็นเป็นประโยชน์ดีนะ...
เมื่อวานนั่งอ่านวารสารเล่มหนึ่ง ทำนองว่า...ชายไปเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ นาน
เมียเหงาเลยแต่งตัวรัดรูปฟิ๊ตเปี๊ยะไปหาสามี
พวกเพื่อน ๆ ของสามีมองตาเป็นมัน
สามีเลยรีบพาภรรยากลับบ้าน
หญิงไทยคนนี้มีอายุมากแล้วยังเต้นบัลเล่เก่งมากที่สุดมีอชื่อในหนังสือกินเน็ตบุคด้วยละ...
เป็นความคิดเห็นที่ค่อนข้างยากที่จะทำนะครับ
แต่ผมคิดว่ามันก็ไม่ยากเกินความสามารถ
หากความรักความเข้าใจมีให้กันแล้ว
ไม่ว่าใจใช้วิธีไหนก็ไม่สามารถแยกเขาออกจากกันได้หรอกครับ
แต่หากไม่มีซึ่งความไว้ใจ เชื่อใจ
ต่อให้เราทำดีกับเขามากแค่ไหนก็ไม่ต่างอะไรกับตำน้ำพริกละลายไม่น้ำ
ลางเนื้อชอบลางยา ครับ
ความดีใช้ไม่ได้ ก็ใช้เล่ห์กล ใช้เล่ห์กลไม่ได้ก็ใช้กำลัง
ประโยคที่สองผมพูดขำๆนะครับ อย่าเชื่อทุกอย่าง "แบบหนุ่มที่ไปดูหมอแล้วสะเดาะห์ด้วยการฆ่าคนล่ะ"