"บัตรประจำตัวประชาชน"
กฎหมายกำหนดให้คนที่มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ (ย่างเข้าอายุ ๑๕ ปีก็ขอยื่นทำบัตรประชาชนได้) แต่ไม่เกิน ๗๐ ปีบริบูรณ์ และมีชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยยื่นคำขอทำบัตรประชาชนได้ที่ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอของท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่
การยื่นขอทำบัตรประชาชนต้องยื่นภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่อายุ ครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ เช่น ตัวอย่าง นาย ก เกิด ๑ มกราคม ๒๕๑๙ ครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๔ นาย ก ต้องยื่นคำขออย่างช้า ภายในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๔ มิฉะนั้น นาย ก จะต้องถูกปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท (การนับเวลา ๖๐ วันนี้นับเป็นวันๆ ไม่ใช่นับทีละ ๒ เดือน)
บัตรประชาชนมีอายุ ๖ ปี เมื่อบัตรหมดอายุให้ใช้บัตรนั้นต่อไปได้ จนถึงวันครบรอบวันเกิด เมื่อครบรอบวันเกิดแล้ว ภายใน ๖๐ วันนับแต่วัน ครบรอบวันเกิด ต้องไปขอเปลี่ยนบัตรใหม่ หากฝ่าฝืนถูกปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท เช่น ออกบัตรวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ บัตรหมดอายุ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๖ ต้องขอทำบัตรใหม่ภายในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๗ เป็นต้น
"ข้อแนะนำในการติดต่อราชการที่อำเภอ"
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อำเภอเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของอำเภอมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับประชาชนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ฉะนั้นประชาชนทุกคนจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับงานในหน้าที่ และขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของอำเภอ ทั้งนี้เพื่อเป็นบันไดที่จะนำไปสู่ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการที่จะให้บริการของรัฐไปสู่ประชาชนโดยสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญของราชการ
เมื่อมีปัญหาสงสัย ติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ติดต่อสอบถามของอำเภอ
โดยปรกติแล้วอำเภอต่าง ๆ จะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อสอบถามของอำเภอโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่องานอำเภอ อำเภอจะตั้งโต๊ะติดต่อสอบถามไว้ในที่ซึ่งประชาชนสามารถมองเห็นได้เด่นชัด นับตั้งแต่ท่านย่างเท้าก้าวสู่ที่ว่าการอำเภอ ฉะนั้นถ้าท่านมีปัญหาข้อสงสัย เช่น ท่านไม่ทราบว่า งานที่ท่านจะมาติดต่อนั้นต้องไปติดต่อกับส่วนราชการใด หรือแผนกใด ท่านก็สามารถติดต่อสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ติดต่อสอบถามของอำเภอ ซึ่งพร้อมแล้วที่จะให้ความกระจ่างแก่ท่านในเรื่องต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
๑. เอกสารที่ควรจะนำติดตัวไปด้วย
เมื่อท่านมีธุระที่จะต้องติดต่อกับอำเภอ ไม่ว่าจะไปติดต่อเรื่องอะไรก็ตาม เอกสารที่สำคัญที่ท่านต้องนำไปด้วยเสมอก็คือ บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน ) เพราะเอกสารทั้งสองประการดังกล่าว ทางราชการถือเป็นหลักฐานที่แสดงสถานภาพของประชาชนที่มีความสำคัญที่สุด ถ้าท่านไม่นำเอกสารดังกล่าวไปด้วย เจ้าหน้าที่อาจจะไม่สามารถดำเนินการตามความต้องการของท่านได้ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและเสียเงิน ( ค่าพาหนะและค่าอาหาร ) โดยเปล่าประโยชน์
นอกจากนี้ การติดต่องานอำเภอบางอย่างจำเป็นต้องนำเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ หรือพยานบุคคลไปแสดงประกอบด้วย เช่น การขอแก้ วัน เดือน ปีเกิด ชื่อตัว ชื่อสกุล ในใบทะเบียนบ้าน ท่านจะต้องนำสูติบัตร, ใบ ส.ด. ๙, ใบทะเบียนของโรงเรียนติดตัวไปด้วยเสมอ หรือการจดทะเบียนสมรสมีคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ( อายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ) จะต้องนำบิดามารดาไปให้ความยินยอมด้วยเป็นต้น
๒. เจ้าหน้าที่ไม่สุภาพ หรือไม่ได้รับความสะดวก ควรเข้าพบนายอำเภอ
ในบางครั้งการติดต่องานอำเภอท่านอาจจะประสบปัญหาบางประการที่ทำความหนักใจให้ท่าน เช่น เจ้าหน้าที่ใช้วาจาไม่สุภาพ ใช้วาจาข่มขู่ ข่มเหง เรียกร้องค่าตอบแทนเกินอัตราที่ทางราชการกำหนด หรือไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ท่าน เป็นต้น
เมื่อท่านประสบปัญหาดังกล่าวข้างต้น ท่านควรเข้าพบนายอำเภอเพื่อปรึกษาหารือ หรือชี้แจ้งปัญหาเดือดร้อนต่างๆ ที่ท่านประสบ กรณีเช่นนี้นายอำเภอจะช่วยแนะนำและแก้ไขปัญหาให้แก่ท่านได้อย่างดีที่สุด
ที่มา.. http://law.tu.ac.th/law_ center (Anna Reangsamut)