"กฎหมายครอบครัว"

ลักษณะสำคัญของ "กฎหมายครอบครัว"
1. การหมั้น
ชายและหญิงจะทำการหมั้นกันได้ต่อเมื่อต่างมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อายุไม่ถึง
17 ปีบริบูรณ์ การหมั้นนั้นย่อมเป็นโมฆะ การหมั้นจะต้องมีของหมั้นและจะต้องส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน
อันเป็นของหมั้นแก่หญิงและตกเป็นสิทธิแก่หญิงทันที

การหมั้นจะต้องได้รับความยินยอมดังต่อไปนี้

           1. บิดาและมารดาในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา
           2. บิดาหรือมารดาในกรณีที่บิดาหรือมารดาตายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกถอนอำนาจปกครอง
           3. ผู้รับบุตรบุญธรรม ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
           4. ผู้ปกครอง ในกรณีที่ไม่มีบุคคลซึ่งอาจให้ความยินยอมตามข้อ 1 2 3 ได้การหมั้นที่ทำโดย ปราศจากความยินยอมดังกล่าวเป็นโมฆียะ
2. การสมรส
การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนได้ และการสมรสจะถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนสมรสกันแล้ว
ประโยชน์ของการจดทะเบียนสมรส
1. เป็นหลักประกันความมั่นคงว่า เมื่อคู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว สามีหรือภรรยาจะไปจดทะเบียนสมรสอีกไม่ได้ ถ้ามีการจดทะเบียนสมรสอีกฝ่ายหนึ่งยกขึ้นกล่าวอ้างได้โดยไม่ต้องรอให้ศาลพิพากษาเสียก่อน
2. ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้
3. ชายหญิงที่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ เมื่อจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็กลายเป็นผู้บรรลุนิติภาวะคือ สามารถทำกิจการงานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง แม้จะหย่ากันในภายหลังก็ยังบรรลุนิติภาวะอยู่อย่างเดิม
3. ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา
ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา 2 ประเภท
3.1 สินส่วนตัว ได้แก่ทรัพย์สินที่
+ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
+ เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามสมควรแก่ฐานะ 
   หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
+ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา
+ ของหมั้น
3.2 สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สินที่
+ คู่สมรสได้มาในระหว่างสมรส
+ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม หรือโดยการให้เป็นหนังสือ เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
+ เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
+ ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส
4. ความสัมพันธ์ในครอบครัว
4.1 สามีภรรยาต้องอยู่กินกันฉันสามีภรรยา และต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
4.2 บุตรมีสิทธิใช้นามสกุลของบิดาและมีสิทธิรับมรดกของบิดา
4.3 บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร จนกระทั่งบุตรบรรลุนิติภาวะต้องให้การศึกษาแก่บุตร แม้บุตรจะอายุ 20 ปีแล้ว แต่พิการและหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ก็ยังต้องอุปการะ เมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
4.4 บุตรจะฟ้องบุพการีของตนไม่ได้
4.5 บิดามารดามีอำนาจปกครองบุตร ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
4.6 บุคคลที่จะรับผู้อื่นเป็นบุตรบุญธรรมได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องแก่กว่าผู้ที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
4.7 บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม