แล้วจะทำอย่างไรให้คน “ไร้สติ” เหล่านั้น กลับมามีสติ และสามารถพัฒนาปัญญาที่ดี และ สติปัญญา ได้ก็ยิ่งดี

ศีล สมาธิ สติ ปัญญา เพื่อการเรียนรู้ และการพัฒนาชีวิต

ผมเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายคงคุ้นกับหลักของไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และ ปัญญา ที่เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของการเรียนรู้ ในการพัฒนาชีวิต

แต่ผมพยายามเพิ่มคำว่า สติ เข้ามาแทรกให้เกิดความเชื่อมโยงกับปัญหาการพัฒนาที่คิดแบบทางโลกอีกเล็กน้อย

อันเนื่องมาจากการพัฒนาปัญญาที่ขาดสตินั่นเอง

ที่แสดงอาการมาจากการพัฒนาความรู้แบบแยกส่วน แบบทำลายส่วนอื่น และอยู่อย่างเอกเทศ ไม่เชื่อมโยงกับใคร

ที่ยังอุตส่าห์เรียกว่าปัญญา หรือ แม้กระทั่ง สติปัญญา

แต่ในความเป็นจริงอาจมีแค่ปัญญาแบบแยกส่วน แบบ ไร้สติ

ที่เป็นต้นเหตุของการทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษาไร้ชีวิต และชีวิตที่ไร้การศึกษาดังที่กล่าวไปในบันทึกก่อนๆ

แล้วจะทำอย่างไรให้คน “ไร้สติ” เหล่านั้น กลับมามีสติ และสามารถพัฒนาปัญญาที่ดี และ สติปัญญา ได้ก็ยิ่งดี

นอกจากประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ก็ยังมีการนำคำว่า สติปัญญา ที่มีความหมายกว้างไกลและลึกซึ้ง ทั้งทางโลกและทางธรรม ไปปะปนกับความสามารถในการท่องจำ ที่ภาษาอังกฤษว่า IQ หรือ Intelligent quotient  หรือแค่คิดอะไรบางอย่างได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น

อันเนื่องมาจาก สติปัญญา นั้น อย่างน้อยที่สุด ก็มีรากคำมาจากปัญญาที่ประกอบไปด้วย สติ

เป็นปัญญาที่เกิดมาจากการรู้ตัว ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน เพื่ออะไร

ที่ตรงข้ามกับปัญญาที่ขาดสติ ที่รู้แต่ว่าทำได้ แต่ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่าง

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือการศึกษาของไทย ที่กำลังสับสนวุ่นวาน หาจุดแก้ไขไม่ได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของปัญญาที่ขาดสติ

ที่ขาดสติ เพราะ ขาดศีล ขาดสมาธิ แต่อ้างว่าตัวเองมีปัญญา (เพียงเพราะตัวเอง “ทำได้” เท่านั้น)

จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวมาแล้ว

ผมจึงขอคิดแบบรวบรัดว่า หลักไตรสิกขา น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ก็เพียงทำให้มีสติ ในการพัฒนาปัญญา

มองมุมนี้อาจจะดูง่ายขึ้นอีกสักนิดหนึ่งนะครับ

เผื่อจะมีทางออกบ้างครับ