รูปแบบการเรียนการสอนแบบ lecture-based ที่ยังใช้กันอยู่ในมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน   เป็นสิ่งล้าสมัย ทำให้ นศ. เรียนรู้ได้ไม่ลึก   ไม่สร้างนิสัยการเป็น “นักเรียนรู้”

          การปฏิรูปชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย มีอุปสรรคที่ความเคยชินของอาจารย์    วัฒนธรรมมอบอำนาจและความรับผิดชอบให้อาจารย์แต่ละคนในนามของ academic freedom   และความไม่เอาใจใส่พัฒนารูปแบบการเรียนรู้อย่างจริงจัง

          โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติน่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้   หากมีการกำหนดไว้ในเป้าหมายให้ชัดเจน   ว่ามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติต้อง reform ชั้นเรียนด้วย    ดังตัวอย่างบทความ editorial ในวารสาร Science เรื่อง Galvanizing science departments ซึ่งอ่านได้ที่นี่   ซึ่งชี้ให้เห็นว่าต้องมีการเปลี่ยนจุดเน้นของการเรียนรู้  “the teaching conversation has shifted from the standard concerns about topic coverage to a new focus on how students learn, pedagogy issues, and evidence of learning.”    

 

          การปฏิรูปการเรียน ให้เหมาะสมกับการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย มีต้นแบบให้เราเรียนรู้มากมาย   ดังตัวอย่างใน http://www.cwsei.ubc.ca/  และอื่นๆ   ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ถ้าทำได้สำเร็จ จะเกิดคุณประโยชน์มหาศาลต่อบ้านเมือง   ดังที่กล่าวในบทความ editorial

 

          นี่คือข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการนโยบายโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ   ที่ควรจัดงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อการบรรลุเป้าหมายนี้   ดังการจัดทุนเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของอาจารย์ตามที่ระบุใน editorial   ซึ่งเขามีกำหนดเวลาของ change program นี้ ๖ ปี 

 

วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ย. ๕๒