บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ อย่างยิ่งที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้เพราะสังคมโลกปัจจุบันเป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร ความเจริญก้าวหน้า ความเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม มีผลกระทบทั่วถึงอย่างรวดเร็ว บุคคลในสังคมต้องติดต่อ พบปะ เพื่อดำเนินกิจกรรมทางสังคมหรือเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ภาษาต่างประเทศจึงกลายเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่ง (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ , 2545. ) และ ภาษาอังกฤษจึงกลายเป็นภาษาสากล นานาชาติ (English as an international language) ในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ และมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในด้านเศรษฐกิจ ด้วยเหตุที่ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร การแสวงหาความรู้ และการประกอบอาชีพ การเรียนภาษาอังกฤษจะช่วยให้ผู้เรียน มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ สามารถสื่อสาร กับชาวต่างประเทศได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ช่วยสร้างสัมพันธ์ภาพอันดีระหว่างชนชาติไทยและชนชาติอื่นเพราะมีความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างหันของแต่ละเชื้อชาติทำให้สามารถปฏิบัติตนต่อกันได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม มีความเข้าใจและภาคภูมิใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยไปสู่สังคมโลก การเรียนภาษาต่างประเทศแตกต่างจากการเรียนสาระการเรียนรู้อื่น เนื่องจากผู้เรียนไม่ได้เรียนภาษาเพื่อความรู้เกี่ยวกับภาษาเท่านั้น แต่เรียนภาษาเพื่อให้สามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ตามความต้องการในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพ การที่ผู้เรียนจะใช้ภาษาได้ถูกต้องคล่องแคล่วและเหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับทักษะการใช้ภาษา ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนภาษาที่ดี ผู้เรียนจะต้องมีโอกาสได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาให้มากที่สุด ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน การจัดกระบวนการเรียนการสอนต้องสอดคล้องกับธรรมชาติและลักษณะเฉพาะของภาษา การจัดการเรียนการสอนภาษาจึงควรจัดกิจกรรมให้หลากหลาย ทั้งกิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษา และกิจกรรมการฝึกผู้เรียนให้รู้วิธีการเรียนภาษาด้วยตนเองควบคู่ ไปด้วย อันจะนำไปสู่การเป็นผู้เรียนที่พึ่งตนเองได้ ( Learner-dependence) และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ( Lifelong Learning ) ทั้งด้านภาษาต่างประเทศโดยใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้ในการเรียนวิชาอื่น ๆ ในการศึกษาต่อรวมทั้งในการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญประการหนึ่งของการปฏิรูปการเรียนรู้(กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ , 2545. )
แต่การจัดการเรียนการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร Communicative Language Teaching
( CLT) มีหลักสำคัญว่า การเรียนภาษาจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้เรียนอยู่ในสถานการณ์การเรียนการสอนที่เหมือนจริง ( Eskey , 1997. ) และมุ่งเน้นให้ผู้เรียน ฝึกใช้ภาษาให้ถูกต้องตามหน้าที่ (Functions ) ซึ่ง การสอนลักษณะ นี้ช่วยให้ผู้เรียนสื่อสารได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่นักเรียนยังขาดเนื้อหาทางด้านภาษาที่จำเป็นอีกมากในการนำไปใช้เพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับสูง การจัดการเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหานั้นผู้เรียนจะได้รับประโยชน์ที่สำคัญที่สุดคือได้เรียนรู้การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารไปพร้อม ๆ กับทักษะการเรียนที่จะสามารถนำไปใช้ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และมีความพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับสูง นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสอนแนวนี้ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้คิดเป็น วิพากษ์วิจารณ์เป็น วิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น และพร้อมที่จะใช้ภาษาเป็นเครื่องมือศึกษาด้วยตัวเองในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา ( Content-Based Instruction CBI ) นั้นเหมาะที่ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจะใช้สอนเป็นวิชาที่เป็นสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมให้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วงชั้น ม. 4-6 ระดับก้าวหน้า ( Expanding Level ) แต่การจัดการกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นเนื้อหาภาษา ครูผู้สอนต้องสามารถเตรียมบทเรียนจากตำราเรียน สื่อจริงที่หลากหลาย เพื่อเลือกเนื้อหาที่เอื้อต่อการบูรณ าการการสอนภาษาทั้ง 4 ทักษะ ตลอดจนความรู้นั้นต้องเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระอื่นๆ ได้
จากเหตุผลดังกล่าวผู้รายงานได้เลือกการจัดการเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา ( Content-Based Instruction CBI )จัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ จำนวน 35 คน ปีการศึกษา 2551 และผู้รายงานได้เลือกใช้สื่อที่เหมาะสมโดยใช้แนวทางดังต่อไปนี้ ( Briton, Snow and Wesche , 1997. ) การเลือกเนื้อหาของบทเรียนเป็นเรื่องจริง ( Content Authenticity ) ทันสมัย มีข้อมูลมากพอที่จะให้ผู้เรียนฝึกทักษะการอ่าน เขียน และฟังได้ , เลือกภาระงานที่ สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เหมาะสมกับเนื้อหาวิชา กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ , บทเรียนมีระดับความยากง่ายและเหมาะกับความสนใจของผู้เรียน , เนื้อหาเข้าใจง่าย ( Accessibility )และหาง่าย ( Availability ) , รูปแบบของบทเรียนน่าสนใจและยืดหยุ่นได้ ( Flexibility ) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย , มีแหล่งเนื้อหา , ส่วนเสริมบทเรียน เช่น คำอธิบายคำศัพท์ และสื่อการสอนเสริม เช่น แบบฝึกหัดเสริม อีกด้วย
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา (Content – Based Instruction CBI ) รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ เรื่อง To be a film star สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจากกิจกรรมการรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ เรื่อง To be a film star สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์มาตรฐาน กับเกณฑ์ร้อยละ 65 ของคะแนนเต็มที่กำหนด
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา
เรื่อง To be a film star รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ขอบเขตของการศึกษา
1. ผู้รายงาน รายงานผลการศึกษาการจัดกิจกรรมเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา (Content – Based Instruction CBI ) รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยดำเนินการสร้างและปรับปรุงแก้ไขและทดลองใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนรัตนโกสินทร์ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 จำนวน 30 คน เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา คือ เรื่อง To be a film star ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
2. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา (Content – Based Instruction CBI ) รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างปีการศึกษา 2551
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. การจัดกิจกรรมเรียนการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา (Content – Based Instruction CBI ) หมายถึง การสร้างและการทดลองใช้กิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 เรื่อง Let’s go to the cinema ! , 2 เรื่อง What’s on! , 3. เรื่อง Don’t miss it ! , 4 เรื่อง To be a film star .
ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนรัตนโกสินทร์ลาดกระบัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ จำนวน 30 คน ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 เรื่อง Let’s go to the cinema ! , 2 เรื่อง What’s on! , 3. เรื่อง Don’t miss it ! , 4 เรื่อง To be a film star . รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้น
3. นักเรียน หมายถึง ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2551 จำนวน 30 คน
4. เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หมายถึง ร้อยละ 80 ของผลเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากการเรียนภาษาหลังจาก เข้าร่วมกิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และร้อยละ 80 ของผลเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียนจากกิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหา รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา
1. ได้กิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 เรื่อง Let’s go to the cinema ! , 2 เรื่อง What’s on! , 3. เรื่อง Don’t miss it ! , 4 เรื่อง To be a film star . ที่ครูสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพได้จริง
2. ได้แนวทางการพัฒนากิจกรรมการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 เรื่อง Let’s go to the cinema ! , 2 เรื่อง What’s on! , 3. เรื่อง Don’t miss it ! , 4 เรื่อง To be a film star . ที่ครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำวิธีการพัฒนาไปใช้หรือประยุกต์ใช้พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาแบบอื่น ๆ ได้
คุณครูฉัตรวารินทร์เก่งจริงๆครับ บทนำบทที่ 1 เนื้อหาดีมากๆครับ ขอบคุณครับ