โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม...
เงาแดดทอดไปทางทิศตะวันออกไม่มากนัก แสงตะวันจ้าจัดและร้อนแรง แม้ยังมิทันจะพ้นวสันตฤดู
ผมนั่งอยู่ที่นั่น
บนม้านั่งหินอ่อน ตัวเดียวกันกับตัวที่นั่งเมื่อสองปีก่อน...
ต้นไม้ต้นเดิมดูสูงโปร่งขึ้น กิ่งก้านถูกริดดูเรียบร้อย เฉกเช่นกับต้นอื่น ที่เรียงรายอยู่ริมสนามฟุตบอล คั่นกลางกับถนนลาดยางภายในโรงเรียน ที่ถัดไปเป็นสวนหย่อมสวยงามหน้าบริเวณอาคารเรียน
แต่ที่มองไม่เห็นคือ...
กอกล้วยหลายกอที่คั่นกลางระหว่างแมกไม้กับสนามฟุตบอล รวมทั้งหน้าอาคารเรียน
กอเตยหอมหน้าอาคารเรียน
แปลงพืชผักสวนครัวที่มีดอกอัญชัญอวดดอกสีม่วงสด
เครือกล้วยน้ำว้าแขวนอยู่ชั้นล่างอาคารเรียน นักเรียนมาบิดไปรับประทาน
ที่ผมคุ้นและจำติดตาจากการมาเยือนมาสองปีก่อน
โรงเรียนเปี๋ยนไป๋... ผมพูดกับตัวเองในใจ
โรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปเยอะจนผิดหูผิดตา
...
ผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบัน ย้ายมาใหม่เพิ่งย่างเข้าปีที่สอง
มาถึงได้ทำการปรับปรุงสภาพทางกายภาพโรงเรียนขนานใหญ่ อาคารดูใหม่ขึ้นจากการทาสี รั้วโรงเรียนสูงใหญ่แน่นหนา สวนหย่อมงามตาเกือบทั่วบริเวณโรงเรียน ไม้ยืนต้นถูกตัดแต่งกิ่งดูงามตา แปลงผักสวนครัวแปรรูปเป็นสนามหญ้า ต้นไม้ที่ดูรกและเกะกะถูกกำจัดออกรวมทั้งต้นกล้วยนับสิบกอ ห้องน้ำ-ห้องส้วมถูกรื้อและสร้างใหม่ดูสะอาดสะอ้าน ถูกสุขลักษณะ ห้องอาหารปรับปรุงใหม่ให้ดูสะอาดกว้างขวาง มีห้องประกอบอาหารเป็นสัดส่วน
เพราะความจำกัดของโรงเรียนในด้านทรัพยากรสำหรับการบริหารงานและจัดการเรียนการสอน ผู้อำนวยการท่านใหม่มีแนวคิดในการดึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มาสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียน กลยุทธ์ คือ โชว์/แสดงของดีให้เห็น เพื่อสร้างการยอมรับ แล้วจึงขอความร่วมมือ
ปลายปีการศึกษา ท่านได้จัดงานแสดงผลงานของโรงเรียน โดยได้ให้ครูและนักเรียนเตรียม/สะสมผลงานตั้งแต่ต้นปีการศึกษา
ในวันงานท่านเชิญทั้งหน่วยงานต้นสังกัด คือ สพท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง อบจ. อบต. และชุมชน กลยุทธ์นี้ได้ผล ผู้คนมาร่วมงานชื่นชมผลงานและให้การยอมรับ บรรดาหน่วยงานทั้งต้นสังกัดและที่เกี่ยวข้องไม่อิดออดรีรอที่จะให้การสนับสนุนโรงเรียนเมื่อขอรับการสนับสนุน
ท่านสนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะวอลเลย์บอล เคยทำทีมวอลเลย์บอลระดับประถมจนเป็นที่ลือเลื่องเมื่อสมัยอยู่โรงเรียนเดิม และได้ชักชวนครูโค้ชทีมวอลเลย์บอลโรงเรียนคู่แข่ง ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่นี่ ย้ายตามมาอยู่ด้วยกันในโรงเรียนที่ท่านเป็นผู้อำนวยการฯ
ครูโค้ชฯ ย้ายมาพร้อมนักเรียนอีก ๗ คน เป็นนักเรียนที่ท่านปั้นมากับมือตั้งแต่ ป.๔ จนเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลที่ฝีมือฉกาจฉกรร และจากประสบการณ์ที่ฝังลึกมองปราดเดียวรู้ว่าใครมีแววจะเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล จึงได้คัดนักเรียนจากในโรงเรียนอีก ๕ คน ผสมกันเป็นทีมโรงเรียน
ความทุ่มเทเอาใจใส่อย่างจริงจังของครูโค้ช การสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่จากท่านผู้อำนวยการ ทำให้ทีมวอลเลย์บอลของโรงเรียนได้แชมป์ระดับประเทศในการแข่งขันกีฬาของ สพฐ. ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนขจรขจาย
และน่าจะเป็นแรงดูดให้การสนับสนุนทั้งหลายมุ่งหน้าสู่โรงเรียนมากขึ้น...
...
ที่นั่น
บนม้านั่งหินอ่อน ตัวเดียวกันกับตัวที่นั่งเมื่อสองปีก่อน...
ผมนั่งคุยกับแกนนำนักเรียนจำนวนหนึ่ง เมื่อถามถึงแกนนำรุ่นพี่ของพวกเขา ทุกคนต่างชื่นชมในความสามารถของรุ่นพี่ที่ได้รังสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ มากมาย หลายสิ่งหลายอย่างตกทอดมาถึงรุ่นน้อง โดยเฉพาะกองทุนฯ
สองปีก่อน ผมมีโอกาสได้พูดคุย ได้เยี่ยมชมกิจกรรมของแกนนำรุ่นพี่ที่พูดถึง ผลงานคู่ควรแก่การชื่นชมดังแกนนำรุ่นน้องเอ่ยอ้าง
กิจกรรมหลายหลายที่แกนนำรุ่นพี่ลงมือทำ เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนได้อย่างน่าสนใจ ทั้งทักษะการเรียนรู้ (ค้นคว้า เรียบเรียง นำเสนอ ฯลฯ) คุณธรรมประจำตน (ความรับผิดชอบ ความอดทน ความเสียสละ ฯลฯ) กระทั่งการทำงานร่วมกัน (ผู้นำ-ผู้ตาม ความรับผิดชอบต่อกลุ่ม ฯลฯ)
...
เงาแดดทอดยาวไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น แสงตะวันยังคงจ้าจัดและร้อนแรง
บนม้านั่งหินอ่อน ตัวเดิม
ผมนั่งคุยกับคุณครูสองท่าน
คุณครูทั้งสองท่าน ยืนยันตามข้อสังเกตของผมว่า แกนนำนักเรียนรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นพี่เป็นอันมาก ผมหมายถึงความเข้มแข็งทั้งกระบวนการคิด การนำเสนอ และผลงาน
คุณครูทั้งสองท่าน ยืนยันอีกว่า คุณลักษณะและคุณสมบัติของนักเรียนในวันเดินเข้าโรงเรียนทั้งสองรุ่นไม่แตกต่างกัน
ผมมิได้ถามต่อว่าเพราะอะไรจึงทำให้แกนนำนักเรียนทั้งสองรุ่นที่ผมได้พบแตกต่างกันมากมายถึงเพียงนี้ ด้วยเห็นสีหน้าอึดอัด และเพราะผมเองก็ทราบคำตอบแล้ว
...
เงาแดดทอดยาวไปทางทิศตะวันออกเป็นเส้นยาว ความจ้าจัดและร้อนแรงจากแสงตะวันค่อนคลายลง
ผมขับรถกลับบ้าน ปิดวิทยุ นั่งอยู่กับความคิดของตัวเอง
“...ผอ.ท่านเดิมท่านเปิดโอกาสให้ทำงานเต็มที่ สนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมเต็มที่ นักเรียนอยากได้อะไรหาให้หมด ผอ.ท่านนี้ ท่านสนใจพัฒนาปรับปรุงให้โรงเรียนสวยงาม แต่ไม่ค่อยสนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมเท่าที่ควร ครูทำงานยาก แต่ก็ยังทำ ทำเท่าที่ทำได้...”
คำพูดของครูที่ผมสนทนาด้วยเมื่อครู่แว่วมาในโสตประสาท
ผมจับความรู้สึกของคุณครูทั้งสองท่านได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับผู้บริหารคนปัจจุบัน
ผมมิได้ฟันธงตัวเองว่าพึงใจกับการบริหารของผู้อำนวยการท่านใด ระหว่างเก่าและใหม่
โรงเรียนขนาดกลางที่ทรัพยากรไม่มากนัก แม้ไม่ถึงขั้นขัดสนแต่ก็ห่างไกลหากจะดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ การแสวงหาทรัพยากรภายนอกเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก และบรรดาผู้สนับสนุนทั้งหลายย่อมสนใจผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเนื้อเป็นหนัง เช่นนี้เองที่ผักชีจึงงอกงามในทุกวงการไม่เว้นวงการศึกษา
การบริหารโรงเรียน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ผลงานปรากฏเด่นชัดยาก วัดยาก มองยาก ทำให้มักไม่เป็นที่ชอบพอของบรรดาพ่อยกแม่ยก แต่สิ่งเหล่านี้มิใช่เป้าหมายที่แท้ของการศึกษาดอกหรือ
ผมชื่นชมความตั้งอกตั้งใจ ความเอาจริงเอาจังของผู้บริหารทั้งสองท่าน แม้ทั้งสองจะมีมรรควิธีคนละเส้นทาง แต่ผมเชื่อว่าเป้าหมายปลายทางท่าจะเป็นสิ่งเดียวกัน
ผมแอบคาดหวังว่า ในวันที่โรงเรียนมีทรัพยากรเพียงพอแล้ว กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนจะเบ่งบานสวยงามเช่นเดียวกับความสวยงามและชื่อเสียงของโรงเรียน
จองงงงงงงงงงงงงงงงงง
พอลล่า ว่า ผักชี ปลูกได้ แต่ต้องปลูกประจำนะคะ อิอิ
พี่หนาน หิวข้าวรึยังคะ อ๋อ พี่ชอบเตี๋ยว ก็ได้ค่ะ ถูกดี อิอิ
จองงงงงงงงงงงงงงงงง
ได้แล้ว ขึ้นไป อ่านนนนนนนนนนนนนน ด้วยนะะะะะะะะะะะะะ
น้อง ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
สวัสดีค่ะคุณอาหนานเกียรติ
วันนี้หนูได้โอกาสมาลงบันทึกใหม่ค่ะ เขียนไว้ตั้งแต่วันจันทร์
เหลืออีกไม่กี่นาทีหนูก็ได้เวลาออกจากเน็ตแล้วค่ะ
คุณอาหนานเกียรติสบายดีไหมคะ ถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมพวกหนูที่โรงเรียนด้วยนะคะ
นายก็น่าจะรู้ว่า"รูปลักษณ์ภายนอก"เห็นชัดกว่า
จะให้ดังเปรี๊ยงปร๊างทันตา....ก็ต้องมีผักชีกันหน่อย
มัวปลูกต้นไทร..เมื่อไหร่จะได้เกิดล่ะ....คุณน้อง
การบริหารงานของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันค่ะ...ทุกคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน บางคนเก่งวิชาการ บางคนสนใจนัทนาการ บางคนให้ความสำคัญกับบริบทรอบข้าง...บวร...ผู้บริหารทุกยุคย่อมโรยผักชีไว้หน้าบ้านเสมอ แล้วแต่จะมากน้อย...เพราะผักชักกลิ่นหอม ดึงดูดให้ต้องหันไปมองตามกลิ่นค่ะ...แน่นอนที่สุดผู้บริหารคนไหน ๆ ก็ไม่เหมือนกันสักคน...หากยอมรับข้อนี้ได้ ทำงานอย่างมีความสุขแน่นอนค่ะ...ฟังเรื่องนี้แล้วทำให้นึก ๆ ไปถึงนิทานเรื่อง "กบเลือกนาย"...ค่ะ อิๆๆๆ
ผักชีคงขายดี และอาจขาดแคลน เพราะใครๆก็ชอบผักชีโรยหน้ากันทั่วไปในกิจกรรมของหลวง เมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องอาศัยผักชีหนอ คงยากเนาะ เพราะมันเป็นตำนาน แล้วก็ตำนานตลอดไป
เขียนได้ให้มองเห็นภาพการโรยหน้า ด้วยผักชี เพื่อมองหาแม่ยกกัน
มาอ่าน อีกก็ได้ค่ะ อิอิ
พี่หนาน อิสระ
พี่เอก freelance อิอิ บอกอะไรสักอย่างค่ะ พี่หนาน
.....
ผมก็งว่างั้นแหละพี่ "รูปลักษณ์ภายนอก" เห็นชัดกว่า
"มัวปลูกต้นไทร..เมื่อไหร่จะได้เกิด"
ขอบคุณครับ
เจอผอ.ก่อสร้างเข้าแล้วดิหนานเกียรติ..อิๆๆๆ
ผักชี มีอยู่ทุกวงการค่ะ อิอิ
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ เป็นอะไรที่เจริญงอกงามได้ทุกแห่งหน 555
แวะมาเรียนรู้ก่อนลาไปนอนค่ะ
เมื่อก่อนไม่กินผักชี เพราะมันชอบติดฟัน
แต่ปัจจุบันต้องกิน เพราะมันช่วยรักษาแผลในกระเพาะได้
อร่อยมากถ้ากินกับน้ำปลาหวานปลาดุกย่างค่ะ
ผอ.จะทำอย่างไรก็ได้ ขอเพียงให้เป้าหมายที่ทำนั้น
ได้ส่งผลถึงพัฒนาเด็กน้อยไปในทางบวก
ไม่เช่นนั้นแล้วจะบาปค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
เจอในทุกวงการจริง ๆ ครับ
แต่วันที่ทำให้ผมฉุกคิดว่า ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้ เราจะใช้ประโยชน์จากมันได้ไง
คนชอบก็ทำให้ แต่ไม่ลืมว่าคุณภาพที่แท้คืออะไร
แต่ส่วนใหญ่ไปไม่ถึงครับ
เหนื่อยเน๊อะอาจารยเน๊อะ...
มาเยี่ยมยามวิกาลครับท่านหนานเกียรติ คงไม่เจอข้อหาบุกรุกนะครับ อิ อิ เว้าหยอกเด๊อท่าน สบายดีนะครับ ผมคงไม่ได้เข้าบล็อกสัก 2 - 3 วันนะครับ ติดภารกิจ หวังว่าท่านและน้อง เฌวา คงสบายดีนะครับ
สวัสดีครับคุณ
หนานเกียรติ
NGO จะเหนื่อยมาก หากไปวุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ถ้าเรื่องอื่นมีคนทำเยอะแล้ว ก็คงต้องหันมาด้านการศึกษา
วานนี้ได้เป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์ไปที่รัฐสภา
จึงนำเรื่องราวด้านการศึกษานี้มาฝากครับ
ฝ่าวิกฤติการศึกษาไทยในสังคมโมหะภูมิ (33378.59 Kb)
การศึกษาไทยในสังคมโมหะภูมิ เป็นตัวเร่งให้สังคมไทยล่มสลายเร็วขึ้น
เราจะฝ่าวิกฤติเหล่านี้ไปได้อย่างไร หากไม่แก้ที่ต้นเหตุคือการศึกษาของคนในชาติ ?
ทั้งหมดนี้ไม่สามารถเห็นผลได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือตามนโยบายด่วนได้ของฝ่ายการเมือง
แต่ต้องใช้เวลาเป็น10ปี เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้หลุดพ้นจากภาวะของสังคมโมหะภูมิ และแน่นอนว่า ต้องใช้เลือดใหม่ล้างเลือดเก่า!!
หาก ครูและนักการศึกษา โชคดีที่ได้มีโอกาสฟัง ไฟล์นี้จบ ตลอด 2 ชั่วโมง ท่านจะเห็นว่า ภาพรวมของสังคมเราอยู่ในภาวะโมหะภูมิและวิกฤติเช่นไร?
..........................................................................................................................
พระ ราชาตรัสว่า "..เหตุการณ์ในวันนี้แสดงความจำเป็น นับแต่อุปราช จนถึงคนรักษาช้างรักษาม้า และนับจากคนรักษาม้าจนถึงอุปราช และโดยเฉพาะเหล่าอำมาตย์ ล้วนจาริกในโมหภูมิทั้งนั้น พวกนี้ขาดทั้งความรู้ทางวิชาการ ทั้งความรู้ทั่วไป คือความสำนึกธรรดา พวกนี้ไม่รู้แม้แต่ประโยชน์ส่วนตน พวกนี้ชอบผลมะม่วง แต่ก็ทำลายต้นมะม่วง " ความตอนหนึ่งจากพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ...........................................................................................................................
ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย คือทางออก ทางรอดของประเทศชาติ ....ที่พระองค์ทรงชี้ทางด้วยปริศนาธรรม ในพระมหาชนก
http://blog.palungjit.com/uploads/d/dhammav/4054.wma
พี่ อ้อยเล็ก
ลูกศิษย์ของครูที่ผมพูดถึง ตอนนี้เรียนที่ ภปร. หลายคน มีดรงเรียนดัง ๆ หลายที่ผมจำไม่ได้
และเด็กที่จะจบ ป.๖ ที่ได้แชมมา มีคนแย่งขอตัวไปเรียนด้วย แตาคาดว่าจะไปเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่ราชบุรี และคงไปต่อที่ ภปร.