นี่คือเรื่องเด่นประจำฉบับของนิตยสาร ไทม์   ซึ่งเขาขึ้นปกว่า The Rise of the Ethical Consumer   ซึ่งเมื่อใช้คำนี้ค้นด้วย Google ได้ผลดังนี้ จึงรู้ว่าคำนี้มีมาหลายปีแล้ว    เป็นกระแสในประเทศตะวันตกมาหลายปี

          บทความหลักใน ไทม์ ชื่อ The Responsibility Revolution   บอกว่า SRI (Socially Responsible Investment) mutual funds มีมูลค่าการลงทุนถึงร้อยละ ๑๑ ของการลงทุนในสหรัฐอเมริกา    หรือคิดเป็นเงิน ๒.๗ ล้านล้านดอลล่าร์ 

          รัฐบาล ปธน. โอบามา ถึงกับตั้งหน่วยงานชื่อ Office of Social Innovation and Civic Participation   ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาสังคมด้วยท่าทีแนวราบ ร่วมกับภาคีที่หลากหลาย   หลีกเลี่ยง bureaucracy   อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่  และที่นี่   เท่ากับว่า ยุคนี้จะเป็นยุคของการเมือง (และการบ้าน) ภาคประชาชนของสหรัฐอเมริกา

          ขบวนการความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) มีหลายกระแส   กระแสที่เกิดมาหลายปีแล้วที่ ไทม์ เอามาเขียน   คือกระแสที่ผู้บริโภคกดดันผู้ผลิต   โดยเลือกบริโภคเฉพาะสินค้าที่ผลิตอย่างรับผิดชอบ   โดยมีคำหลักคือ 3P : profit, planet, people   คือบริษัทผู้ประกอบการต้องไม่มุ่งกำไรอย่างเดียว   ต้องคำนึงถึงสภาวะแวดล้อม และเอาใจใส่คุณภาพชีวิตของพนักงานของตนด้วย  

          ในโลกที่อยู่ภายใต้ลัทธิบริโภคนิยม   ที่สภาพการผลิตล้นเกิน มีสินค้ามากเกิน   อำนาจต่อรองจึงน่าจะอยู่ที่ผู้บริโภค   การเปลี่ยนแปลงเพื่อรับผิดชอบต่อโลกและสังคมจึงน่าจะมาจากแรงขับเคลื่อนของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

          ผู้บริโภคจึงควรรวมตัวกัน สร้างกระแสรับผิดชอบต่อสังคม  

          ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นโจทย์วิจัยได้   ว่าในสภาพของสังคมไทย   น่าจะมีการรวมตัวของผู้บริโภคเพื่อสร้างกระแสความรับผิดชอบต่อสังคมในบริบทต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง   เป็นกระแส Neo – CSR   ที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของฝ่ายผู้ผลิตหรือให้บริการเท่านั้น 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๘ ก.ย. ๕๒
วันศุกร์ที่อยู่บ้าน