เรื่องเล่า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องเล่าเร้าพลัง

จากงานเยี่ยมบ้านที่ฉันได้ออกไปติดตามผู้ป่วยในชุมชน มีเรื่องเล่ามากมายที่อยากจะชื่นชมผู้ป่วยและญาติ ในเรื่องการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ดังเรื่องนี้

พิการกายแต่ไม่พิการรัก

 หญิงสาวนอนอยู่บนฟูกเก่าๆ เอื้อมมือมาดึงขอบกางเกงลงมาให้ต่ำกว่าขอบแผลขนาดใหญ่บริเวณก้นกบของนาง ขอบแผลแดงๆกว้างประมาณ 3 ซม.  หญิงสาวอีกคนหนึ่งวัยอ่อนเยาว์กว่านั่งอยู่ข้างๆ กำลังสาละวนเตรียมอุปกรณ์ในการล้างแผล เธอใช้มือขวาจับไม้พันสำลีก้านเล็กๆแตะน้ำยา ค่อยๆป้ายลงบนแผลอย่างเบามือ สีหน้าอิ่มเอมใจต่อสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า ไม้พันสำลีก้านเล็กๆอันแล้วอันเล่าถูกป้ายน้ำยาแตะลงบนแผลอย่างนุ่มนวล ฉันนั่งมองภาพที่เห็นตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชมและส่งยิ้มให้กับหญิงสาวผู้อ่อนวัย

                มันอาจเป็นภาพที่พบเห็นได้โดยทั่วไป ถ้าไม่ใช่ว่าหญิงอ่อนวัยกว่าซึ่งมีนามว่าน้องแวว  รูปร่างบอบบางผิวเหลือง เวลาก้าวเดินขาข้างหนึ่งจะกะเผลก เนื่องจากเท้าขวาบิดผิดรูป ส่วนมือซ้ายของเธอข้อมือบิดงอ หยิบจับสิ่งของไม่สะดวกอย่างใจคิด ตาสองข้างหรี่เล็กใต้จมูกลงมามุมปากด้านขาวบิดขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากอู้อี้ฟังไม่ชัดเจน เธอไม่สามารถเข้าเรียนหนังสือเหมือนเพื่อนๆได้ แต่ก็พยายามฝึกอ่านฝึกเขียนด้วยตนเองพอเข้าใจเนื้อหาได้บ้าง ความพิการนี้เป็นมาแต่กำเนิด ในฐานะพี่สาวคนโตของครอบครัวเธอแบ่งเบาภาระของพ่อและแม่ทุกอย่างที่สามารถทำได้  ตั้งแต่การตักน้ำ  ทำกับข้าว และการทำความสะอาดบ้าน

                ฉันนึกถึงวันแรกที่ได้รับรู้เรื่องราวครอบครัวนี้จากปากของน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ที่ อบต. ทุ่งกล้วย ทางโทรศัพท์ ขอให้ฉันช่วยมาเยี่ยมบ้านเพื่อให้ความช่วยเหลือในการออกเอกสารรับรองความพิการแก่แม่ของน้องแวว วันนั้นหลังจากรับทราบข้อมูลบางส่วนแล้วฉันนิ่งคิดในใจถึงภาระที่รับปากมาจึงรีบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทะเบียนประวัติการมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลของแม่น้องแวว  “ชื่อนางพันธ์  หน้าตาเป็นอย่างไรนะ  มาตรวจที่จิตเวชตั้งแต่ปี 47  เอ๊ะ ทำไมทานยารักษาคอพอกป็นพิษด้วยหล่ะ  เอ!!!!ครั้งหลังสุดทางจิตเวชส่งตัวไปรักษาที่สวนปรุง เมื่อ 4 เดือนก่อน  ตอนนี้คนไข้อยู่ที่บ้านแล้ว  ทำไมเราไม่รู้เรื่องเลย”  หลายๆความคิดวนเวียนเข้าสู่สมองของฉัน “คนไข้มีแผลกดทับที่ก้นได้อย่างไรนะ” ประวัติที่ได้มาทำให้ฉันอยากไปหาคนไข้ ณ ขณะนั้น  จึงรีบเตรียมของเครื่องใช้และเบิกอุปกรณ์การทำแผลให้พร้อม

                ท่ามกลางแสงแดดอันแผดเผายามบ่าย พวกเราเดินลัดเลาะเงาไม้ข้างถนนเข้าซอยไปอีกซักอึดใจก็พบกับบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงบันไดขึ้นบ้าน 5 ขั้น ลักษณะบ้านมีห้องโล่งต่อกับชานบ้าน ซึ่งใช้ไม้ตีเป็นซี่ๆด้านขวาของตัวบ้านติดกับบันไดต่อเป็นเพิงไม้ หลังคามุงด้วยหญ้าคาใช้ไม้แผ่นเล็กแผ่นน้อยตีปะไว้ทั้ง 4 ด้าน มีประตูเปิดเข้าไปจากภายนอกล็อคกุญแจไว้ ฉันมองลอดฝาที่แตกเข้าไปภายใน มีหญิงวัยประมาณซัก 40 นอนอยู่บนฟูกกลางห้อง ใส่เสื้อยืดคอกลมสีมอๆ สวมกลางเกงวอร์มสีเขียวเก่าๆ ฉันส่งเสียงเรียกเข้าไปภายในห้อง “พันธ์  ขอหมอเข้าไปข้างในหน่อยนะ” เสียงตอบกลับมา “หมออย่าเพิ่งเข้ามาตอนนี้ ยังไม่พร้อมรอก่อน” ฉันแอบสังเกตจากรอยแตกที่ฝาบ้านเงียบๆ เห็นผู้ป่วยลุกนั่งบนที่นอนและกำลังสาละวนกับการใช้แป้งฝุ่นปะหน้าและใช้ลิปสติกทาปากอยู่  รอซัก 2 นาทีก็มีเสียงอนุญาตให้เข้าไปได้  ภายในห้องเล็กๆนี้ นอกจากฟูกที่นางพันธ์ใช้นอนกับหมอนใบเล็กๆที่มองไม่ออกว่าลวดลายที่ปรากฎนั้นเป็นอะไรแล้วก็ไม่มีสิ่งของใดๆอีกเลย กลิ่นอับๆลอยมาเตะจมูกของฉัน ภายในห้องจะมีเพียงแสงที่ลอดผ่านรอยแตกเข้าไปภายใน จะสว่างมากหน่อยตอนที่เปิดประตูเท่านั้นในห้องไม่มีแม้หน้าต่างซักบานเดียว  นางพันธ์มีแววตาสดใสเมื่อเห็นทีมเราไปเยี่ยม การพูดจายังหลงคิดว่ามีเจ้าเข้าทรงอยู่ในร่างของนาง บางครั้งก็ร่ายรำไปมาปากก็พูดถึงการรำแก้บน ฉันและทีมเยี่ยมบ้านรอจนหล่อนร่ายรำเสร็จ จึงขอดูแผลที่ก้นเพื่อทำแผลให้กับนาง  โดยครั้งนี้ฉันเตรียมอุปกรณ์ทำแผลมาเผื่อ  เพื่อสอนให้น้องแววได้ทำแผลให้แม่ของเธอต่อไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน

                ฉันเริ่มทำแผลให้ผู้ป่วย ขอบแผลค่อนข้างกว้างมีเนื้อสีขาวซีดๆอยู่รอบๆแผล  ฉันทำแผลไปพร้อมกับสอนน้องแววถึงวิธีการทำความสะอาดแผล และพูดคุยให้กำลังใจเธอ  ชมเชยเมื่อเธอสามารถทำได้ตามที่ฉันสอนและย้ำถึงความสำคัญของการกินยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาการของแม่ดีขึ้น เธอรับคำอย่างหนักแน่นแก่ฉันว่าจะดูแลแม่อย่างดี  ฉันเห็นแววตามุ่งมั่นคู่นั้นแล้วก็สบายใจ  สัญญากับเธอว่า พรุ่งนี้จะกลับมาเยี่ยมอีก

                เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาลฉันรีบสรุปผลการเยี่ยมบ้านร่วมกับทีม ผู้ป่วยมีอาการทางจิตร่วมกับโรคคอพอกเป็นพิษมาประมาณ 5 ปี  เมื่อ4 เดือนที่แล้วโรงพยาบาลเชียงคำส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลฝ่ายจิตแต่ทางโรงพยาบาลที่ส่งตัวไปรักษาไม่ได้ให้ยารักษาโรคคอพอกเป็นพิษให้แก่ผู้ป่วยจนอาการทรุดหนักไม่สามารถลุกเดินได้จนเกิดแผลกดทับที่ก้นค่อนข้างลึกโรงพยาบาลฝ่ายจิตจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลฝ่ายกายรักษาจนอาการเริ่มดีขึ้นสามารถลุกเดินไปไหนมาไหนได้แต่ยังคงมีแผลที่ก้นอยู่ร่วมกับอาการทางจิตยังมีหูแว่วและประสาทหลอนทานยาไม่ต่อเนื่อง เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านอาการทางจิตของผู้ป่วยเป็นมากขึ้นเดินไปเรื่อยเปื่อยไม่สามารถหาทางกลับบ้านเองได้ สามีจึงตัดสินใจขังไว้ในกระต๊อบข้างบ้านให้ลูกสาวดูแล เพราะตัวสามีเองต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว ทางทีมเยี่ยมบ้านได้ร่วมกันวางแผนการดูแลช่วยเหลือครอบครัวนี้กันอย่างเต็มที่และนัดกันว่าบ่ายวันพรุ่งนี้เราจะออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยอีกครั้ง

                บ่ายวันนี้อากาศยังคงร้อนแรงเช่นเดิม  ฉันปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากเมื่อเริ่มเดินฝ่าเปลวร้อนๆของแดดยามบ่าย  วันนี้ฉันได้พบกับสามีของนางพันธ์  “ลูกผมบอกว่า วันนี้หมอจะมาเยี่ยมบ้าน  ผมก็เลยไม่ไปทำงานรอพบกับหมอครับ”  เขารีบกระวีกระวาดกล่าวต้อนรับทีมเรา  แล้วพาไปพบนางพันธ์ที่ห้อง สีหน้าแววตาผู้ป่วยยังคงสดใสเช่นเดิม ฉันเริ่มลงมือทำแผลให้แก่ผู้ป่วย ในครั้งนี้ฉันเตรียมกรรไกรตัดเนื้อและหัวขูดเนื้อตายไปด้วย เพื่อเลาะเอาเนื้อสีขาวๆที่ขาดเลือดไปเลี้ยงออกมาจากแผล จนเห็นเลือดสีแดงๆปริออกมารอบๆแผล ฉันบอกน้องแววว่า “ต่อไปทำแผลทุกวันนะ  แผลใกล้จะหายแล้ว” เธอรับคำ ฉันกล่าวชื่นชมเธอที่ดูแลแม่เป็นอย่างดี  เมื่อเราทำแผลเสร็จก็ออกมานั่งคุยกันบริเวณแคร่ไม้ถัดจากห้องของนางพันธ์  การมาเยี่ยมบ้านครั้งนี้ฉันเริ่มมองเห็นผังครอบครัวของผู้ป่วยได้ชัดเจนขึ้น สามีผู้ป่วยคือลุงสิทธิ์ อายุ 43 ปี รูปร่างกำยำผิวคล้ำกร้าน จากการทำงานกลางแจ้งตลอด ลุงสิทธิ์เล่าว่า ต้องออกไปทำงานรับจ้าง เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว ลูกชายคนโตเข้าไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ นานๆทีก็ส่งเงินมาให้ทางบ้านครั้งละไม่มากเนื่องจากค่าใช้จ่ายทางโน้นก็มากโขอยู่  ส่วนน้องแววเป็นลูกสาวคนกลาง ซึ่งถึงแม้ร่างกายจะพิการก็สู้ชีวิต พยายามช่วยเหลืองานทางบ้านทุกอย่างที่พอช่วยได้เพื่อไม่ให้เป็นภาระของครอบครัว ตอนนี้ได้รับเบี้ยผู้พิการจากทางอบต. ทุ่งกล้วยเดือนละ 500 บาทและลูกชายคนเล็ก อายุ 9 ปีกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ลุงสิทธิ์บอกให้ฉันฟังว่าบางครั้งหมอที่โรงพยาบาลนัดให้พานางพันธ์ไปตรวจแต่ไม่มีเงินค่าเหมารถก็ผิดนัดอยู่บ่อยๆทำให้การทานยาไม่ต่อเนื่อง ฉันรับปากกับลุงสิทธ์ว่าคราวหน้าหากไม่สามารถไปตรวจตามนัดได้ให้ลุงสิทธิ์ประสานกับทางสถานีอนามัยเพื่อติดต่อรับยามาให้ผู้ป่วยที่บ้าน ลุงสิทธิ์มีสีหน้าแจ่มใสขึ้นทันทีและรับปากจะดูแลภรรยาอย่างดีตามคำแนะนำของฉัน และย้ำให้ลุงสิทธิ์รีบนำเอกสารรับรองความพิการที่ฉันเตรียมมาให้ไปติดต่อทำบัตรผู้พิการเพื่อขอรับเบี้ยผู้พิการจากทางอบต. ต่อไป

                หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ ฉันได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยอีกครั้ง ในการไปครั้งนี้ฉันได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ฉันเห็นนางพันธ์กำลังถูบ้าน หน้าตามีเลือดฝาน ผมเผ้าสะอาดสะอ้านเสื้อผ้าที่สวมใสมีกลิ่นหอมและยังคงรักสวยรักงามเหมือนเดิม แผลที่ก้นหายแล้ว ฉันได้พูดคุยกับผู้ป่วยถึงอาการทั่วไปการรับรู้เป็นปัจจุบันพูดคุยถามตอบเป็นปกติและไม่มีเสียงแว่วอีก นางพันธ์พูดกับฉันว่า”ขอบคุณหมอมากๆที่มาให้ชีวิตใหม่กับฉัน ต่อไปนี้ฉันจะดูแลตนเองและไปตรวจตามหมอนัดทุกครั้ง” ไม่ต้องบอกความรู้สึกว่าฉันดีใจแค่ไหนที่ได้เห็นภาพนั้น