ข้อความเหล่านี้มาจากเอกสารประกอบการประชุมโครงการ half by three(ขออนุญาติตั้งไปก่อน)ซึ่งเป็นโครงการที่จะลดการติดเชื้อเอดส์ให้เหลือเพียงครึ่งเดียวใน3ปี
จากการศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยาและการใช้แบบจำลองเพื่อคาดประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี2548มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ16,500รายโดยจำแนกสัดส่วนการติดเชื้อรายใหม่ตามช่องทางและกลุ่มประชากรดังนี้
กลุ่มหญิงที่ติดเชื้อจากสามีหรือคู่รัก 39%
ชายทีติดจากภรรยาหรือคู่รัก 10%
ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 22%
ชายเที่ยวหญิงบริการทางเพศ 11%
หญิงขายบริการทางเพศ 4%
ผู้ติดยาเสพติดเข้าเส้น 6%
กลุ่มคนทั่วไปที่ติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์แบบชั่วคราว(โดยเฉพาะวัยรุ่น)
7%
การกำหนดยุทธศาสตร์หลักในการป้องกัน
1 ป้องกันในกลุ่มสามีภรรยาหรือคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดติดเชื้อ
2 ป้องกันในกลุ่มชายรักชาย
3 ป้องกันในกลุ่มหญิงขายบริการและชายนักเที่ยว
4 ป้องกันในกลุ่มยาเสพติดเข้าเส้น
5 ป้องกันในกลุ่มวัยรุ่น
จะเห็นว่าประมาณ50%เกิดในกลุ่มที่ไม่ได้ขายบริการทำให้เราต้องเน้นการใช้ถุงยางในการมีเพศสัมพันธ์ทั้งในกลุ่มที่ติดเชื้อและในกลุ่มที่เราไม่ทราบผลเลือด การเปิดเผยผลเลือดยังมีความสำคัญ
อาจารย์ครับ ดูตัวเลขเปอร์เซ็นต์เหมือนจะน้อยแต่แท้จริงแล้วน่าเป็นห่วงนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มคนทั่วไปที่ติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์แบบชั่วคราว(โดยเฉพาะวัยรุ่น) นี่แหละที่จะค่อยๆ กัดกร่อนให้ทรัพยากรบุคคลเราลดลง ผมว่าสุราก็เป็นส่วนหนึ่งในปัญหานี้ อย่างไรแล้วขอฝากอาจารย์ช่วยแสดงความคิดเห็น และบอกต่อๆ ให้ด้วยนะครับ ขอความเห็นจากทุกๆท่าน เรื่องการตีแผ่วงจรธุรกิจน้ำเมา
เรื่องการป้องกันโรคเอดส์ คิดว่าถ้าใช้หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา คือการรักษาศีล 5 ได้ โดยเฉพาะข้อประพฤติผิดในกาม และการดื่มสุรา เพียงแค่นี้ก็สามารถป้องกันโรคเอดส์ได้แล้ว แต่ต้องลงทุนเรื่องการเผยแพร่คำสอนให้คนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติ ทำไม่ได้ทุกคนก็ไม่เป็นไร คนที่ทำได้ก็จะช่วยลดปัญหาการติดเชื้อเอดส์ได้ น่าจะลองดูนะไม่ต้องเสียเงินเลย ถุงยางก็ไม่ต้องใช้ ซึ่งปัจจุบันการติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่นมีสถิติสูงขึ้น น่าเป็นห่วง แนวทางการแก้ไขทางกระทรวงศึกษา ถ้าจะนำหลักคำสอนของพุทธศาสนามาสอนในโรงเรียน เป็นหลักสูตรที่ทุกคนต้องเรียน เราควรเน้นในการพัฒนาจิตใจคน มากกว่าการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี่ ยิ่งโลกโลกาภิวัฒน์มากเท่าไร คนยิ่งมีความเห็นแก่ตัวมากเท่านั้น จิตใจคนไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นเลย ต่อไปสังคมจะอยู่ไม่ได้
เรื่องการป้องกันโรคเอดส์ คิดว่าถ้าใช้หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา คือการรักษาศีล 5 ได้ โดยเฉพาะข้อประพฤติผิดในกาม และการดื่มสุรา เพียงแค่นี้ก็สามารถป้องกันโรคเอดส์ได้แล้ว แต่ต้องลงทุนเรื่องการเผยแพร่คำสอนให้คนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติ ทำไม่ได้ทุกคนก็ไม่เป็นไร คนที่ทำได้ก็จะช่วยลดปัญหาการติดเชื้อเอดส์ได้ น่าจะลองดูนะไม่ต้องเสียเงินเลย ถุงยางก็ไม่ต้องใช้ ซึ่งปัจจุบันการติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่นมีสถิติสูงขึ้น น่าเป็นห่วง แนวทางการแก้ไขทางกระทรวงศึกษา ถ้าจะนำหลักคำสอนของพุทธศาสนามาสอนในโรงเรียน เป็นหลักสูตรที่ทุกคนต้องเรียน เราควรเน้นในการพัฒนาจิตใจคน มากกว่าการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี่ ยิ่งโลกโลกาภิวัฒน์มากเท่าไร คนยิ่งมีความเห็นแก่ตัวมากเท่านั้น จิตใจคนไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นเลย ต่อไปสังคมจะอยู่ไม่ได้
อยากถามอาจารว่าการทำ 2 ข้อ ครับ
1. การทำออรอลเซ็ก หญิงทำให้ชายและชายทำให้หญิง มีโอกาศติดเชื่อเอดส์ไหมครับ
2. การทำเม้าทูเม้ามีโอกาส มีโอกาศติดเชื่อเอดส์ไหมครับ
++หมายเหตุ++ ตอนมีเพศสัมพันผมใส่ถุงยางครับ ตรวจดูแล้วไม่มีรอยแตกครับ
ขอบคุณสัมหรับคำตอบครับ
ตอบค่ะ
1 ทำoral sex โอกาสติด0.0.....% สรุปคือน้อยกว่า1/1000
2 ข้อสอง ติดน้อยมากๆเป็นอันดับสุดท้าย ไม่มีตัวเลขให้ค่ะ
หมอโทรถามคุณหมอวีรวัฒน์จากสถาบันบำราศค่ะ
ตัวเลขจริงๆจะไปเปิดตำราให้ถ้ามีเวลานะคะ
ถามการโมก จะทำให้ติดเอดไหมกรณีไม่ใส่ถุง คับ
คุณพงษ์ศักดิ์ค่ะ
ไม่ใส่ถุงก็ติดได้ค่ะ
มีเรื่องอยากถามว่า
คือผมเที่ยวหญิงบริการ ให้เขาใช้มือกับอวัยวะเพศผมโดยไม่ได้ใส่ถุง
และมีการดูดหน้าอกกัน แต่ไม่มีการสอดใส่ ทำแบบนี้เสี่ยงที่ติดเชื้อรึป่าวครับ
กลุ้มใจจังครับ
ผมเป็นกลุ่ม ช รัก ช แต่ว่าได้มีการตรวจมาได้ สองปี ไม่มีการติดเชื่อ แต่ไม่ได้ ไปมีอะไรกับใครนอกจากแฟน ที่นี้ไม่ได้ยุ่งกับแฟนมา สองปี พอดีไปรู้จัก อีกคน แต่ว่าเค้ามีแฟนเค้าแต่ผมก็ใช้ถุงยาง แต่เคยแกล้งเค้าว่าจะไมใส่แต่เค้ากลัวเหมอืนกันเลยใส่แต่ พอได้ประมาณ 3 เดือน เค้าก็บอกว่าเราไม่ใช้ถุงกันไหม แต่ว่าก่อนหน้านี้ตอนใส่ถุงเค้าก็มีเลือดออกมาบ้างตอนแรกๆแต่พอซักระยะก็ไม่มีแล้ว เลยอยากจะถามคุณหมอว่า แบบนี้ ถ้าผมไม่ใช้ เนี่ยจะเสี่ยงมากไหมคับ และในความเข้าใจผม ถ้าผมมีอะไรกับเค้าด้านหลังแล้วเค้าก็มีเลือด ผมจะติดกันไหมคับ ถ้าของผมไม่ใส่ถุงเกิดมีการสีกันระหว่างเนื้อกับเนื้อ เนี่ยจะทำให้เกิดได้ไหม และ เลือดกับเลือดเนี่ยมันทำให้มีการติดเชื่อได้ไหม เพราะว่ากรุ๊ปเลือด โอ เหมือนกัน (เริ่มมันใจว่าต่างคนต่างไม่ได้มีอะไรกับใครและก็ไม่ได้มีการติดเชื้อทั้งคู่) แบบนี้ถ้ามีอะไรกันไปจะมีผลอย่างไรบ้างคับ เพราะว่าทั้งผมและเค้าก็รักษาความสะอาดและความปลอดภัยอยู่ และความคิดของผมที่ว่าเลือดกับเลือดสัมพัสกันจะมีการติดเชื้อได้ไหมคับ(มีอะไรกันด้านหลัง)
ชายกับชายโดยมีเพศสัมพันธ์ทางด้านหลังจะติดง่ายเพราะมีการบาดเจ็บโดยไม่เห็นเลือดได้ค่ะ ควรใช้ถุงยางค่ะ ส่วนการใช้มือไม่ติดค่ะ
ขอบคุณคับ ...แล้วกรณี ที่ไม่ติดเชื้อทั้งคู่ แล้วมีไรกันไม่ใช่ถุง ก็มีโอกาศ ติดเชื้อไหมคับ
ถ้าไม่ติดเชื้อทั้งคู่ แปลว่าภายใน6เดือนไม่เคยยุ่งกับใครที่ติดเชื้อและเจาะเลือด 6 เดือน หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายแล้วไม่พบเชื้อ ในความเป็นจริงถ้าเราไม่แน่ใจเพราะคนที่ผลลบ อาจจะไปนอนกับใครที่มีเชื้อแต่เราตรวจยังไม่ได้
แนะนำให้ใช้ถุงทุกครั้งดีกว่านะคะ
ขอบคุณมากคับ ....
ถามการโมก จะทำให้ติดเอดไหมกรณีไม่ใส่ถุง แต่ใส่ถุงตอนร่วมเพศ
ช่วยบอกด้วยกลุ่มากแล้ว
โดยหลักการ การใช้ปากถ้าปากมีแผลและอีกฝ่ายมีเชื้อเยอะก็ติดได้ค่ะ
ถ้าไม่สบายใจก็ไปเจาะเลือด3เดือนและ6เดือนค่ะ
ในความเป็นจริง การมีแผลและมีเชื้อเยอะอาจไม่เกิดพร้อมกัน คงติดได้น้อย แต่ควรระวังไว้ค่ะ
สวัสดีครับคุณหมอ ถ้าหากว่าผมมีใช้ปากกับอวัยวะเพศ มีการเม้าทูเม้า โดยที่ปากมีแผล
ผมจะมีโอกาสติดเชื้อมัยครับ (ตอนที่มีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งมีการใส่ถุงยางทุกครั้ง)
ขอบคุณครับ
oral sex ติดไหม ตอบ... ผู้ถูกกระทำ โอกาสติด HIV จากน้ำลายยังไม่เคยเจอ
ส่วนผู้กระทำคือผู้ใช้ปาก โอกาสติดก็มี เพราะในน้ำหลั่งชาย น้ำหลั่งหญิงมีเชื้อเป็นจำนวนมาก ถ้าในปากมีการอักเสบ ฟันผุ เหงือกอักเสบ ก็เป็นช่องทางให้เชื้อเข้าไปได้ และก็เคยมีรายงานการติด HIV ในรายชายรักเพศเดียวกันมาแล้ว แม้มีไม่กี่ราย แต่ก็เป็นไป
ไม่จำเป็นก็อย่าเที่ยวดีกว่านะคะ
เรียนถามคุณหมอครับผมให้สาวประเภท 2 ทำออรัลให้โดยผมใส่ถุงยางครับมีโอกาศติดเชื้อมากแค่ไหนครับ
ถ้าผิวหนังเราไม่มีแผล คนเลียไม่มีเชื้อ ไม่ได้กัดให้มีรอยถลอกก็คงไม่เป็นไรค่ะ
มีเรื่องอยากถามว่า
คือผมเที่ยวหญิงบริการ มีการนวดตัวปกติ ให้เขาใช้มือกับอวัยวะเพศผมโดยผมใส่ถุงยาง
และไม่มีการดูดหน้าอกกัน ไม่มีการสอดใส่ มีการสัมผัสอวัยวะเพศของฝ่ายหญิงแต่มีกางเกงชั้นในกั้น ทำแบบนี้เสี่ยงที่ติดเชื้อรึป่าวครับ