เมื่อวาน (วันอาทิตย์ 20 กันยายน)...เป็นวันที่ทำงานหนักอีกวัน
หนักในที่นี้ไม่ได้ไปแบกหามอะไรที่เป็นวัตถุ หากแต่แบกหาม กระแทกกระทั้นในกิเลสของผู้คนที่ต่างสาดสัดออกมา เกิดสภาวะงานเข้า เพราะใครๆ ก็มุ่งมาที่เราเพราะหวังว่าเราช่วยได้...แหม..ก็ช่วยเท่าสุดกำลังสามารถ...
การงานแห่งเมื่อวันวานจึงเป็นได้ดั่งเพียงผู้รับฟัง และน้อมนำให้ผู้คนได้ใช้ปัญญา...
พอเงยหน้าดูนาฬิกา อ้าว...ถึงเวลาที่ต้องออกไปรับใช้บริการสังคมแล้วสิ .. พี่สาวผู้เป็นทั้งเพื่อนและพี่ไหว้วานให้ไปทำธุระด้วยกันกว่าจะได้เข้าบ้าน ... ก็เกือบจะสี่ทุ่ม นั่งถอดบทเรียนที่ไปร่วมขับเคลื่อนกระบวนการทางจิตวิญญาณ ... สะกัดเพื่อรู้เพื่อได้สิ่งที่เป็นแก่นที่เรานั้นสามารถไปเอื้ออำนวยต่อไป
...กว่าเสร็จการงานก็ปาไปหกทุ่ม...ต้องนอน ต้องนอน ให้ร่างกายพัก โชคดีที่ฝึกหลับมาหลายปี ...ฝึกหลับคืออะไรล่ะ ฝึกหลับก็คือ สับสวิทย์ได้ว่าเวลาจะหลับก็คือ หลับ หลับแล้วก็หลับลึก จากนั้นเมื่อกายพอ พอรู้ตื่นก็ตื่น... และก็ได้ตื่นในเวลาตีสาม...
ตื่นมาก็ไม่ได้ทำอะไรมาก...อืม เดินทางกลับบ้านดีกว่า

ขับรถกลับบ้านที่ยโสธร...เพราะมีนัดหมายทำงาน ร่วมขับเคลื่อนชมรมเพื่อนรักเพื่อน เพื่อผู้พิการทางจิต ต้องไปทำหน้าที่เป็น Facilitator... ประทับใจ เพราะวันนี้ได้ระดับผู้มีอำนาจทางการเงินมาบอกกล่าวและเห็นดีงามด้วย แต่อะไรก็ไม่มีคุณค่าเท่าที่ว่าผู้นำทางจิตวิญญาณ ท่านมาบอกมาชี้นำทาง แห่งการงานนี้ให้เห็นซึ้งลงไปที่ใจ เหตุแห่งใจ การเยียวยาแห่งการแก้ไข ทำด้วยใจ ใจแห่งความอบอุ่น...
เสร็จกระบวนการ...
หญิง...สวรส. บอกว่าพรุ่งนี้มีประชุมด่วนที่ สวรส. เรื่องการขับเคลื่อน Node - R2R ทั้งประเทศ...
ตายล๊ะว้า..! เอาอย่างไรดี?
พรุ่งนี้นัดกลุ่ม Engaged Buddhism ที่วัดป่าหนองไคร้ และตอนบ่ายมี meeting กับทีม R2R รพ.ยโสธร และวันถัดไปคือ 23 กย. ต้องไป รพ.คำเขื่อนแก้วแต่เช้า...มีงานมินิมหกรรม R2R แบบกันเอ๊ง..กันเอง ผ่านเรื่องเล่า
ตัดสินใจ...ตัดสินใจ...
อืม...ไปประชุมก่อน เพราะโดนระบุตัวให้เข้าประชุม เราคงพอมีประโยชน์ต่อประเทศชาติอยู่บ้างล่ะน้า....เขาถึงชี้ตัวให้ประชุม... "ทุกอย่างเกิดประโยชน์หมด" นี่เป็นคำบอกกล่าวต่อหญิง แต่อันไหนล่ะ?...ทำประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด...เอ๊า! ตัดสินใจ ทีม R2R ยโสธร เลื่อนนัดได้...แต่เรื่องกลุ่ม Engaged Budhism ไม่อยากเลื่อน เพราะควรทำต่อเนื่อง ... จึงตัดสินใจสละงานส่วนตัวนิดหนึ่งไปทำบ่ายสามวันนี้ถึงเย็นเลย...เพิ่งกลับมาสักพัก ผ่อนกายแล้วมาถอดบทเรียนเก็บไว้

พรุ่งนี้ก็ไปประชุมที่ สวรส. ถึงสองทุ่ม พักคืนหนึ่งคืน เดินทางกลับมาเช้าวันพุธเที่ยวบินแรกหกโมงนั่นแสดงว่าเราต้องออกจากที่พักตีสี่เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ บินถึงสนามบินอุบลฯให้รถ รพ.คำเขื่อนแก้วไปรับ...เพราะไม่ต้องย้อนมาที่บ้าน ไม่เคยเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลฯ แต่ไม่เป็นไรเจ้าหนุ่ยขันอาสาไปส่งพรุ่งนี้...เราน่ะคุ้นแต่ขอนแก่น หากจะขับรถกลับไปขอนแก่นก็คงจะไม่ทันกลับมาทันงานมหกรรมวันพุธแน่...!!!
ก็นี่แหละน๊า...หายไปไหน...หายไปไหน...
"กาย" หายไปทำการงานหน้าที่...
ดั่งเช่นกรรมกรน้อย Ka-Poom นี่เอง

โอ้พี่ปุ๋ม งาน เข้า ๆ จริง ๆ
อืมงานพี่ปุ๋ม มาเหมือนพายุเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
งานยิ่งชุม ยิ่งเจริญ สาธุ ๆ ๆ เจ้าค่ะ
เพราะพี่ปุ๋ม ยิ่งทำงาน
ยิ่งช่วยเหลือผู้คนได้มากมาย
อาจจะเหนื่อยกาย
เเต่ทำให้ใครหลาย ๆคน
ได้จิตเจริญขึ้น สาธุในวิถีของคุณความดีค่ะ
ใช้แล้ว...ใช่แล้ว
พายุเช่นนี้เข้ามาบ่อย... พระน้องชายบอกว่า งานพี่กะปุ๋มน่ะเหมือนงานใช้หนี้ผู้คนเลย เอ้า..ใช้หนี้ก็ใช้หนี้ ใช้หนี้แห่งกรรมดีก็น่าใช่นะ หากว่าเรายังเป็นผู้มีประโยชน์ก็พึงทำทำประโยชน์ให้มากเท่าให้ถึงพร้อมแห่งการงานและดั่งพลังงาน
ถามว่า..ทำแล้ว "จิตเจริญไหม"
ก็ฟังเสียงหัวเราะแล้วกันนะ...ก้องกังวาลเพียงใด ก็เจริญเพียงนั้น 555...
หรือว่าจะนัดฟังเสียงหัวเราะหรือหัวเราะร่วมกันอย่างเบิกบานก็ได้นะ...ยินดียินดี ประชุมเสร็จสองทุ่มอ่ะนะ...
รู้สึกคุ้น ๆ กับพระคุณเจ้าในภาพนั้นจังเลย
ใครเหรอครับ
เยี่ยมเลยค่ะ
เพราะมีสบู่ผงถั่วเขียว ตำรับ ปรับปรุง
พรุ่งนี้ตั้งใจจะทำ Lot ใหญ่
เอาไปถวายพระ อย่างที่ตั้งใจเจ้าค่ะ
(^____^)
รอบนี้ท่าทางจะมี
Gel พริก ทางแก้เคล็บขัดยอก
และมี Alcohol gel หนีบไปด้วย
ทุก ๆ คนเบิกบานกับ
การทำงาน อย่างตั้งใจมาก ๆ ค่ะ
กราบขอบคุณพี่ปุ๋ม ที่ให้โอกาส เอ่ยแนะนำ
ช่วงนี้ห้อง Lab วิจัยผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ครึกครื้นมาก ๆ ค่ะ
เหนื่อยก็พักบ้าง...
หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย...
ขอตัวสักครู่นะ
พอดีเมื่อวานไปวังน้ำเขียว ไปแป๊บเดียวก็ได้งานกลับมานิดหน่อย
ต้องทำ CD เรื่อง "กระทิงคลองปลากั้ง" จำนวน 500 แผ่น
ถ้าสัปดาห์นี้ไปวังน้ำเขียว ก็จะได้รับแรกจากมือองค์ท่านนะ...
เอ๋า ขออภัยเจ้าค่ะ เลยโพสความคิดเห็นซ้ำ
อืม........ตอนแรก ดันโหลดไม่ขึ้น
แหมะ มันแรงจริง......
สาธุ...สาธุ...สาธุ
ได้ก้มลงกราบแทบบาทท่านอีกครา ใจนี้น้อมนำลงอ่อนโยนยิ่งนักเจ้าค่ะ
ดั่งการงานอันเบิกบาน ...
หายใจไปพร้อมการภาวนา นั่งถอดบทเรียนแห่งการงานในวันนี้
พร้อมทั้งวิเคราะห์...สื่อใจของเด็กๆ ที่ยังพอมีร่องรอยแห่งความงดงามเหลืออยู่
คือคุณ๕และโอกาสที่ท่านหลวงปู่ ท่านเมตตาให้โอกาส เมื่อได้ให้โอกาส คุณค่านั่นน่ะเกิดขึ้นอย่างทันทีในจิตใจของผู้ที่ชื่อว่าเกิดมาเป็นคนเพื่อพัฒนาตนให้เป็นมนุษย์ผู้มีความเจริญแห่งจิต
กราบขอบพระคุณในความเมตตาและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ทั้งสิ้นทั้งปวง...
เหนื่อยก็พักบ้าง...
หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย...
ขอตัวสักครู่นะ
พอดีเมื่อวานไปวังน้ำเขียว ไปแป๊บเดียวก็ได้งานกลับมานิดหน่อย
ต้องทำ CD เรื่อง "กระทิงคลองปลากั้ง" จำนวน 500 แผ่น
ถ้าสัปดาห์นี้ไปวังน้ำเขียว ก็จะได้รับแรกจากมือองค์ท่านนะ...
เหนื่อยก็พักบ้าง...
หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย...
ขอตัวสักครู่นะ
พอดีเมื่อวานไปวังน้ำเขียว ไปแป๊บเดียวก็ได้งานกลับมานิดหน่อย
ต้องทำ CD เรื่อง "กระทิงคลองปลากั้ง" จำนวน 500 แผ่น
ถ้าสัปดาห์นี้ไปวังน้ำเขียว ก็จะได้รับแรกจากมือองค์ท่านนะ...
ขออภัยนะ กด Research ไปสองครั้ง ก็เลยมีข้อความซ้ำขึ้นมาสองหน...
แต่จะว่าไปแล้ว ความจริงชีวิตของเรานั้น "หนัก" กว่านี้
การที่เราได้เกิดมานั้น ก็เพื่อที่จะได้มา "ทุกข์" เยี่ยงนี้
ถ้ายัง "กล้า" ที่จะเกิดมาก็ต้อง "กล้า" ที่จะ "ทุกข์"
ความเหนื่อยนี้แล เป็นผลตอบแทนของ "ความหลง"
เมื่อชาติก่อน เราไม่กล้า เรากลัว "กลัวที่จะนิพพาน" ก็เลยต้องเกิดมา "เหนื่อย" มาทุกข์ในชาตินี้
แล้วชาตินี้ล่ะ "กลัวที่จะนิพพานหรือเปล่า...?"
หมดรส หมดชาดนะ
ไม่ได้เที่ยว ไม่ได้ดูหนัง ไม่ "สนุก"
กลัวไหม เสียดายไหม
เห็นเงิน เห็นทอง เห็นเพชร ก็สักแต่ว่าเป็นเม็ดดิน เม็ดทรายเท่านั้นนะ
ถ้ายังกลัวอยู่ ก็ยังต้องมีภพ มีชาติ...
ถ้าหากไม่กลัวแล้ว ก็มีโอกาสที่จะหมดภพ "หมดชาติ..."
เมื่อไม่มีภพ ไม่มีชาติ ก็ย่อมไม่เหนื่อย "ไม่ทุกข์..."