GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หนอนบำบัด (สุภาวดี ทองตุ่ม 45312352)

หนอนบำบัด (อังกฤษ: Maggot therapy [แม็กกอต เทอราปี]) เป็นวิธีการรักษาบาดแผลด้วยหนอนแมลงวัน (Maggot) บางชนิด โดยให้ตัวหนอนกัดกินเนื้อเยื่อที่ตายแล้วบริเวณบาดแผล ด้วยธรรมชาติของหนอนแมลงวันบางชนิดจะกินเฉพาะเนื้อเยื่อที่ตายแล้วเท่านั้น ไม่กินเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่

หนอนบำบัด

 

 

 

หนอนแมลงวัน

 

หนอนบำบัด (อังกฤษ: Maggot therapy [แม็กกอต เทอราปี]) เป็นวิธีการรักษาบาดแผลด้วยหนอนแมลงวัน (Maggot) บางชนิด โดยให้ตัวหนอนกัดกินเนื้อเยื่อที่ตายแล้วบริเวณบาดแผล ด้วยธรรมชาติของหนอนแมลงวันบางชนิดจะกินเฉพาะเนื้อเยื่อที่ตายแล้วเท่านั้น ไม่กินเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ (แต่บางชนิดจะกลับกัน)

 

หนอนบำบัดเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มนุษย์ค้นพบมานับพันปีแล้ว โดยชนเผ่าอะบอริจิ้น ในประเทศออสเตรเลีย เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ค้นพบการนำหนอนแมลงวันมาใช้ทำความสะอาดแผลหนองหรือแผลเน่าติดเชื้อ

 

การใช้หนอนบำบัดเป็นที่นิยมในช่วงก่อนที่จะมีการค้นพบยาปฏิชีวนะ และเสื่อมความนิยมลงไป ก่อนจะเริ่มกลับมาได้รับความนิยมใหม่อีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1995 ในประเทศเยอรมนี เพื่อรักษาแผลเรื้อรังของผู้ป่วยโรคเบาหวาน รวมทั้งแผลเรื้อรังจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น แผลไฟไหม้. ในปัจจุบัน หนอนบำบัดกลับมาแพร่หลายอีกครั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา

 

หนอนแมลงวัน สมานแผลเน่า ฝรั่งใช้แพร่หลาย

ทางเลือกใหม่แพทย์ทางเลือก หนอนแมลงวันรักษาแผลเรื้อรัง เนื้อตาย เผยใช้น้ำลายปล่อยเอนไซม์ สร้างเนื้อเยื่อให้คนไข้ดื้อยาปฏิชีวนะ อธิบดีแพทย์แผนไทย ยันรักษาได้ผลจริง สหรัฐ-อังกฤษนิยมใช้แพร่หลาย แนะกรมวิชาการเกษตรควบคุมตัวหนอน

ที่ผ่านมาภาพหนอนถูกนำเสนอผ่านสื่อด้วยความน่ากลัวและขยะแขยง โดยเฉพาะการพบหนอนในหู จมูก ปาก ชอนไชทำลายเนื้อเยื่อของคน แต่ล่าสุดยังมีหนอนอีกชนิดที่มีประโยชน์ สามารถนำมารักษาคนไข้ที่เป็นแผลเรื้อรังและมีเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ

โดยหนอนดังกล่าวเป็นหนอนแมลงวันสายพันธุ์ลูซิเลีย ในกลุ่มกรีน บอทเทิล ฟาย จากประเทศเยอรมนี ถูกนำมาทดลองใช้ในกลุ่มผู้ป่วยตัวอย่าง ซึ่งเป็นแผลเรื้อรัง เนื้อตาย หนองฝี แผลไฟไหม้ กว่า 10 ราย ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ผลออกมาค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจของทั้งแพทย์ที่รักษาและผู้ป่วย เนื่องจากหนอนพันธุ์นี้จะกินเนื้อตาย พร้อมทั้งปล่อยเอนไซม์ออกมาช่วยสร้างเนื้อดี

น.ส.จามรี บูรณสุขรุ่งเรือง อายุ 36 ปี ซึ่งมียายวัย 91 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมากว่า 10 ปี ลิ้นแข็งพูดไม่ได้ หนึ่งในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาบาดแผลกดทับด้วยการใช้หนอนแมลงวัน เปิดเผยว่า เมื่อ 5 เดือนก่อนยายมีบาดแผลจากการกดทับกว้างเท่ากำปั้นและลึกจนเห็นกระดูกบริเวณก้นกบกับปลายเท้า เคยรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อตายออกเยอะมาก รู้สึกสงสารยาย เพราะแก่แล้วไม่อยากให้เจ็บ กระทั่งแพทย์แนะนำวิธีการรักษาด้วยหนอน ครั้งแรกยายมีสีหน้างงนิดๆ เมื่อรู้ว่าจะใช้หนอนรักษา แต่ก็ยินยอม

การรักษาแผลเรื้อรังเริ่มด้วยการใช้หนอนแมลงวันกว่า 200 ตัว ใส่ในถุงสมุนไพรนำไปโปะไว้บริเวณที่เป็นแผล เป็นเวลา 3 วันจึงแกะออก แล้วเปลี่ยนหนอนชุดใหม่ ครั้งแรกที่เปิดแผล น.ส.จามรี ยอมรับว่า บริเวณแผลมีเนื้อเพิ่มขึ้นมาจนมองเห็นได้ชัด เนื้อที่เคยเป็นสีน้ำตาลมองเห็นริ้วเส้นเศษเนื้อและเส้นเอ็นคล้ายเศษขนมปังเปียกน้ำก็หายไปหมด ขณะนี้กำลังเพิ่มจุดรักษาจากก้นกบมาเป็นที่ปลายเท้า รวมค่ารักษาเบ็ดเสร็จประมาณ 10,000 บาท ซึ่งถูกกว่าการผ่าตัดและไม่เจ็บด้วย

ขณะที่ นางช่อเพชร ลุลิตานนท์ อายุ 41 ปี ซึ่งมีแม่วัย 73 ปี ที่มีแผลกดทับบริเวณก้นกบหลังผ่าตัดลิ้นหัวใจ แพทย์เคยเล็มเนื้อตายออก แต่เลือดไม่หลุดไหล เพราะการผ่าตัดลิ้นหัวใจต้องกินยาละลายลิ่มเลือดควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้รักษาด้วยการใช้หนอนแมลงวันช่วยกระตุ้นเนื้อตายให้หลุดออกโดยไม่ทำลายเนื้อดี หลังการรักษา 4 ครั้งผ่านไปบาดแผลเริ่มดีขึ้น

หนอนแมลงวันสายพันธุ์ลูซิเลียจากเยอรมนีนำเข้าไทยครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2548 โดยบริษัทไบโอมอนเด้ (ประเทศไทย) จำกัด โดยขออนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร นำมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อ โดยไข่หนอนจะผ่านการสเตอริไลซ์ เพื่อไม่เพิ่มเชื้อให้คนป่วย มีวงจรชีวิตประมาณ 45 วัน ถูกจัดประเภทให้เป็นสมุนไพรในการควบคุมดูแลของแพทย์ทางเลือก

น.ส.สุวรรณี เอี่ยมคง หัวหน้าห้องปฏิบัติการ บริษัทไบโอมอนเด้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรักษาแผลเรื้อรังด้วยการใช้หนอนแมลงวันสายพันธุ์นี้จะใช้เวลาอยู่ในบาดแผล 3 วัน เพื่อดูดซึมและย่อยสลายเนื้อตาย ช่วยให้แผลสะอาดขึ้น ทั้งนี้ หนอนจะกินเฉพาะเนื้อตายแล้วหลั่งสารออกมาย่อยเนื้อตาย เพื่อให้ง่ายต่อการดูดซึม ซึ่งน้ำลายของหนอนจะมีสารช่วยเร่งสร้างเนื้อขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ หนอนแมลงยังย่อยสลายแบคทีเรียที่ต้านยาปฏิชีวนะอีกด้วย สำหรับหนอนที่ใช้แล้วจะทิ้งลงขยะปลอดเชื้อป้องกันไม่ให้แพร่พันธุ์ออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าใช้จ่ายจากการรักษาด้วยหนอนแมลงจากกรีน บอทเทิล ฟาย จะอยู่ที่ 10,000-15,000 บาทต่อคน แบ่งการรักษาออกเป็น 3 ครั้ง ระยะเวลา 3-9 วัน การรักษาทุกครั้งจะต้องได้รับการประเมินบาดแผลด้วยแพทย์ว่า จะใช้หนอนจำนวนเท่าไร

ด้าน น.พ.วิชัย โชควิวัฒน อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การใช้หนอนรักษาบาดแผลมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยกษัตริย์นโปเลียนและถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ภายหลังการค้นพบยาเพนนิซิลินหรือยาปฏิชีวนะจึงเลิกความนิยมไป กระทั่งยาปฏิชีวนะที่ใช้มากว่า 30 ปี เกิดปัญหาการดื้อยาวงการแพทย์จึงพยายามแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ และกลับมาทดลองวิจัยการใช้หนอนอีกครั้งพบว่า หนอนยังคงใช้ได้ดีกับโรคติดเชื้อ แผลเรื้อรัง แต่ไม่สามารถใช้กับบาดแผลทุกชนิด

"
เมื่อ 20-30 ปีก่อนประเทศไทยใช้วิธีการรักษาแผลเรื้อรังด้วยน้ำผึ้ง ต่อมาปรับเปลี่ยนมาเป็นน้ำเชื่อมเข้มข้นแทน เพราะราคาถูก ช่วยรักษาแผลกดทับ ติดเชื้อ และเบาหวาน ซึ่งความเข้มข้นของน้ำตาลจะทำให้เซลล์เชื้อโรคถูกทำลาย ช่วยทำให้บาดแผลหายเร็ว เช่นเดียวกับการใช้หนอนสายพันธุ์เฉพาะจะช่วยย่อยสลายเชื้อโรค แต่วิธีการรักษาด้วยหนอนไม่สามารถใช้กับแผลทุกชนิด เพราะเชื้อโรคบางชนิดหนอนไม่สามารถกำจัดได้ อย่างไรก็ตามสามารถใช้ได้ดีกับเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ" น.พ.วิชัย กล่าว

น.พ.วิชัย กล่าวต่อว่า การรักษาบาดแผลด้วยหนอนคนยอมรับยังอยู่ในวงแคบ ไม่แพร่หลาย คนทั่วไปยังปฏิเสธหนอน หรือแม้แต่แพทย์บางรายไม่รู้ก็ไม่ยอมรับการรักษาด้วยวิธีนี้ เมื่อ 10 ปีก่อนเริ่มมีการค้นคว้าวิจัยอีกครั้ง และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษและสหรัฐ โดยแพทย์ที่ใช้หนอนรักษาก็เป็นกลุ่มแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากประสบปัญหาเชื้อดื้อยารักษาผู้ป่วยไม่ได้ผล บางรายต้องตัดแขนตัดขาทิ้งจึงหันมาใช้วิธีการรักษาด้วยหนอนแทน แต่การรักษาด้วยวิธีนี้ก็มีขีดจำกัดเรื่องอายุการใช้งานของหนอน การเก็บรักษา ยากต่อการดูแลและวางจำหน่าย

"
การใช้หนอนรักษาไม่ใช่ของหลอกเด็ก แต่เป็นของจริงที่ได้ผล ทว่ามีข้อจำกัดทางวัฒนธรรมความเชื่อ อายุหนอน ตลอดจนวิธีใช้ ดังนั้น การใช้หนอนรักษาต้องศึกษาค้นคว้า หรืออาจต้องสอนกันตามโรงพยาบาลแพทย์ เพราะถือเป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ขณะเดียวกันก็ต้องเสนอขออนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรก็จะต้องมีการควบคุมดูแลแมลงวันชนิดนี้อย่างใกล้ชิดด้วย" น.พ.วิชัย กล่าว แหล่งที่มา : คมชัดลึก ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม 2548
สร้างเมื่อ 2005-06-01 00:00:00

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 2995
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)