ปราศรัย

คำปราศรัย

ของ ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี

ในโอกาสเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ

แก่ ฯพณฯ รองประธานาธิบดีแห่งสมาพันธ์สวิสและภริยากับคณะ

ณ ทำเนียบรัฐบาล  วันที่ 20 เมษายน 2513

....................................................................

        ฯพณฯ รองประธานาธิบดี ฯพณฯ, ท่านสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ

ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกล่าวต้อนรับ ฯพณฯ รองประธานาธิบดีแห่งสมาพันธ์สวิส และมาดามคเนกิ ในคืนวันนี้ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์และประเทศไทยมีความสัมพันธ์อย่างผาสุกและอบอุ่นมาเป็นเวลาช้านาน และการมาเยือนของ ฯพณฯ ก็เป็นสิ่งแสดงอีกประการหนึ่งถึงความปรารถนา ในอันจะให้มีการกระชับมิตรภาพและความร่วมมือที่มีอยู่มานานระหว่างประเทศของเราทั้งสอง ข้าพเจ้าหวังว่า ฯพณฯ มาดามคเนกิ และคณะของท่าน คงจะได้รับความสะดวกสบายระหว่างพำนักอยู่ในประเทศนี้เรามีความชื่นชมยินดีกับกำลังใจอันแน่วแน่ และความชำนาญการอย่างมีระเบียบของประชาชนชาวสวิสผู้ที่ไม่รู้จักท้อถอยงานฝีมืออันละเอียดประณีตของชาวสวิสเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในทาง

 

การผลิตในโลกทุกวันนี้ และนาฬิกา ตลอดจนเครื่องกำหนดเวลา อันเป็นที่นิยมชมชอบรู้จักใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกอนึ่ง นโยบายเป็นกลางอย่างแท้จริง และการทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ในกิจการระหว่างประเทศของรัฐบาล ของ ฯพณฯ ท่ามกลางความฝันแปรของโลกที่กำลังประสบความยุ่งยากนี้ทำให้ประชาชาติสวิสได้รับความนิยมนับถืออย่างจริงใจจากประชาชาติอื่น ๆ รวมทั้ง ประเทศไทยซึ่งได้พยายามทำให้ประชาชาติต่าง ๆ มีความรู้สึกในอันที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในส่วนภูมิภาคและนำมาซึ่งสันติและความสงบสุขต่อภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก

               

           พวกเราในประเทศไทย ยังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะชื่นชมยินดีต่อความผูกพันอย่างใกล้ชิด และฉันมิตร กับรัฐบาลของ ฯพณฯ และชนชาติสวิส เนื่องมาจากความจริงที่ว่าพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เทิดทูนของเรา ได้ประทับอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อยู่ตลอดเวลา

 

 

 

ส่วนใหญ่ ขณะที่ยังทรงพระเยาว์มีคนไทยผู้มีเกียรติหลายคนได้รับการศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นสูง ณ ที่นั้นยิ่งกว่านั้นสวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นที่รู้จักกันในด้านการมีส่วนช่วยส่งเสริมอย่างจริงจังต่อกิจการระหว่างประเทศอันมีประโยชน์ ดังเช่น สภากาชาดสากล     ซึ่งได้รับการก่อตั้งและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เจนิวา ดังที่ ฯพณฯ ได้ทราบอยู่แล้วว่าสภากาชาดได้มีบทบาทอย่างสำคัญอยู่ในประเทศไทย โดยมีสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงเป็นองค์สภานายิกา

 

ท่านรองประธานาธิบดี ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งกำลังพัฒนาความสับสนคึกคักของกรุงเทพ ฯ ทางหลวงสายใหม่หลายสายและเขื่อนต่าง ๆ เป็นพยานแสดงให้เห็นถึงความจริงนี้ความก้าวหน้าดังกล่าว มีผลมาจากการวางแผนเศรษฐกิจระยะยาวและจริงจัง ซึ่งความสำเร็จในการนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ สิ่งหนึ่งได้แก่การลงทุนอย่างเพียงพอ และดำเนินการไปอย่างเรียบร้อยสวิตเซอร์แลนด์มีชื่อเสียงมานานแล้วว่าเป็นศูนย์การเงินแห่งหนึ่งของโลก และในการนี้อาจจะมีวิถีทางที่จะร่วมมือเพื่อประโยชน์ต่อกันระหว่างประเทศของเราทั้งสองซึ่งจะยังมีส่วนให้เกิดความมีเสถียรภาพ และก้าวหน้าแก่ภูมิภาคสำคัญแห่งนี้ของโลก

      

            บัดนี้.. ข้าพเจ้าใคร่ขอเชิญชวนท่านทั้งหลายได้ดื่มอวยพรให้แก่ ฯพณฯ รองประธานาธิบดีแห่งสมาพันธ์สวิสและมาดามคเนกิ      และเพื่อความยั่งยืนในสัมพันธ์ฉันมิตร และใกล้ชิดระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศไทยสืบต่อไป  (ไพรถ เลิศพิริยกมล 2543, หน้า 21-23)