1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์
1.1ความหมายของมนุษยสัมพันธ์
มนุษยสัมพันธ์ หมายถึง กระบวนการจูงใจคนอย่างมีประสิทธิภาพที่ว่าด้วยศาสตร์และศิลปในการสร้างความพอใจ รักใคร่ ศรัทธา เคารพ นับถือ ครองใจคน โดยการแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมทางกายวาจาและใจ
1.2ความสำคัญของมนุษยสัมพันธ์
1.มนุษยสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมากกว่าเครื่องจักรกล
2.มนุษยสัมพันธ์มีส่วนช่วยจูงใจบุคคลเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
3.มนุษยสัมพันธ์เป็นพื้นฐานของการทำงานร่วมกันเป็นทีม
1.3ปรัชญาของมนุษยสัมพันธ์
1.มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าความเป็นคนเท่าเทียมกัน
2.มนุษย์มีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
3.การไม่เบียดเบียนกันและกันของมนุษย์ทำให้สังคมสงบสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
1.4องค์ประกอบของมนุษยสัมพันธ์
1.การเข้าใจตน
การเข้าใจตนเอง เป็นการรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ ว่าตนเป็นใคร มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ เพียงใด ระดับใด
2.การเข้าใจผู้อื่น
การเข้าใจผู้อื่น เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของคน ความแตกต่างระหว่างบุคคล แรงจูงใจของบุคคล มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ทางด้านใดอยู่ในระดับใด
3.การเข้าใจสิ่งแวดล้อม
การเข้าใจสิ่งแวดล้อม เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราและบุคคลอื่น มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งมีส่วนสัมพันธ์กับการเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์ สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ และสร้างนิสัยของมนุษย์ ดังนั้น ความรู้จักการเข้าใจทางด้านนี้สามารถนำมาปรับใช้กับตัวเรา เพื่อเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบบุคคลอื่น
1.5ประเภทหรือรูปแบบของความสัมพันธ์ของบุคคลในกลุ่ม
ความสัมพันธ์ที่ปรากฏโดยทั่วไปมี 6 ลักษณะ
1.การสมานลักษณ์
เป็นกระบวนการแบบนี้อาจเกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง
2.การกลืนกลาย
เป็นกระบวนการที่ผสมกลมกลืนของบุคคล และกลุ่มในเรื่องเจตคติ ความทรงจำ ความรู้สึก ความเชื่อ
3.การร่วมมือ
เป็นกระบวนการที่กลุ่มตกลงจะทำกิจกรรมร่วมกัน การร่วมมืออาจแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ
3.1การร่วมมือแบบปฐมภูมิ
3.2การร่วมมือแบบทุติยภูมิ
3.3การร่วมมือแบบคติยภูมิ
4.การเห็นพ้องกัน
หมายถึง การตกลงเห็นพ้องต้องกันเอกฉันท์ เกิดขึ้นเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเกิดการขัดแย้ง แต่ต้องการจะรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้อย่างถาวร
5.การแข่งขัน
หมายถึง การที่บุคคล 2 ฝ่าย หรือมากกว่า ดิ้นรนสู่เป้าหมายเดียวกัน
6.ความขัดแย้ง
ความขัดแย้งเป็นสภาพการณ์ที่บุคคล 2 ฝ่าย มีความคิดเห็นหรือความเชื่อไม่ตรงกัน
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์
1.ทฤษฎีการจูงใจ
การจูงใจหมายถึง เงื่อนไขหรือสภาวะการในอินทรีย์ ที่กระตุ้นให้อินทรีย์เกิดพฤติกรรมหรือทำให้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างมีเป้าประสงค์
องค์ประกอบของการจูงใจ(รายละเอียด)อยู่สิ่งจูงใจ
สิ่งจูงใจ (Incentive) หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่กระตุ้นและมีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของบุคคลซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1.สิ่งจูงใจที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ เงิน วัตถุ สิ่งของต่างๆ
2.สิ่งจูงใจที่เป็นนามธรรม ได้แก่เกียรติยศ ชื่อเสียง ตำแหน่ง หน้าที่ ความมั่นคง การได้รับความรัก ความสุข
ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์
Abraham Maslow นักจิตวิทยา ชาวอเมริกัน ได้สร้างทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่ 5 ลำดับ ดังนี้
1.ความต้องการทางด้านร่างกาย ได้แก่ความต้องการปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความปลอดภัยมั่นคง
3.ความต้องการทางด้านสังคม
4.ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียงและไดรับการยกย่องนับถือ
5.ความต้องการที่ได้รับความสำเร็จตามความนึกคิด
ทฤษฎีองค์ประกอบของเฮิร์ซเบิร์ก มีองค์ประกอบ 2 ประการคือ
1.องค์ประกอบภายนอก ได้แก่
- ค่าจ้างหรือเงินเดือน
- เงื่อนไขในการทำงาน
- ความมั่นคงในงาน
- นโยบายและการบริหารงานของหน่วยงาน
- ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
- สถานภาพทางสังคม
2.องค์ประกอบภายใน ได้แก่
- การได้รับการยอมรับ
- ความก้าวหน้า
- ความรับผิดชอบ
- สัมฤทธิ์ผลของงาน
- ตัวงานเอง หรือลักษณะของงาน
ทฤษฎีการจูงใจ
แมคคลีแลนด์,แอทดินสัน และคณะได้ตั้งทฤษฎีการจูงใจขึ้น จะมีอยู่ 3 ประการ
1.ความต้องการสัมฤทธ์ผล
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการอำนาจ
SRET Law เป็นหลักสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานกับผู้ใต่บังคับบัญชา
ทฤษฎีว่าด้วยการยอมรับ บาร์นร์ด (Barnard) สรุปว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็ต่อเมื่อ
1.ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสามารถที่จะเข้าใจคำสั่งนั้นได้
2.เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อตนเอง
3.เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อหน่วยงาน
4.เมื่อผู้ใตบังคับบัญชามีความพร้อมที่จะทำตามคำสั่งนั้น
ทฤษฎีXทฤษฎีY
เป็นความเชื่อที่เกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ของ Douglas Megregor ว่า ลักษณะธรรมชาติของมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามทฤษฎี คือ
ทฤษฎี X สรุปว่า
1.คนส่วนมากไม่ชอบทำงาน เกียจคร้าน
2.คนส่วนมากไม่มีความทะเยอทะยาน
3.คนส่วนมากมีขีดความสามารถในด้านการสร้างสรรค์น้อยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในองค์การ
4.คนจะทำงานเพื่อสนองความต้องการทางด้านร่างกายและความปลอดภัยเท่านั้น
5.คนส่วนมากต้องการได้รับการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและชอบที่จะให้ใช้อำนาจบังคับบ่อยๆ
ทฤษฎี Y สรุปว่า
1.การกระทำของมนุษย์มิใช่ผลของการบังคับ แต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจากความเต็มใจอยากทำงาน
2.ทุกคนมีความรับผิดชอบ
3.ทุกคนมีความรู้สึกอยากสร้างสรรค์เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ขององค์การ
4.ทุกคนจะทำงานเมื่อได้รับการยกย่องนับถือ
5.ทุกคนสามารถที่จะบังคับควบคุมตนเองได้
หลักความสัมพันธืระหว่างบุคคลของโรเจอร์ ความสัมพันธ์ของบุคคลจะมีขึ้นเมื่อมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1.ความจริงใจทั้งกาย วาจา ใจ
2.ความเข้าใจบุคคลอื่นในสภาพที่ตรงต่อความเป็นจริง
3.การยอมรับค่าของคน
กฏทองคำ ในศาสนาคริสต์ได้บัญญัติกฏทองคำไว้ว่า "จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกับที่ท่านต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อท่าน"
กฏทองคำขาว กฏนี้กล่าวว่า "จงปฏิบัติต่อเขาตามที่เขาต้องการให้เราปฏิบัติต่อเขา"
ทฤษฎีความสมดุลของไฮเดอร์ การที่เราผูกมิตรกับใคร เราจึงต้องศึกษาให้เข้าใจบุคคลนั้นก่อนว่าเขาชอบสิ่งไร เราจะได้ทำสิ่งที่เขาชอบและละเว้นไม่ทำสิ่งที่เขาไม่ชอบ
ทฤษฎีลิง 3 ตัวของขงจื้อ ขงจื้อเป็นเจ้าของทฤษฎีลิง 3 ตัว ซึ่งมีลักษณะเอามือปิดหู ปิดตา ปิดปาก
หลักธรรมของพระพุทธเจ้า หลักธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักการที่เหมาะสมในการนำมาใช้หลักการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในหน่วยงาน
หลักการสัมพัธภาพที่ดี ของเดลคาร์เนกี้ เสนอศิลปะในการครองใจคน หรือการใช้คนในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีของผู้บริหาร
แนวปฏิบัติทั่วไปในการสร้างสัมพันธภาพที่ดี
1.พูดกับคนอื่น
2.ยิ้มกับคนอื่น
3.เรียกชื่อคนอื่นก่อน
4.มีความจริงใจ
5.เต็มใจรับฟังผู้อื่น
6.รู้จักยกย่องชมเชยบุคคลอื่น
7.พร้อมที่จะบริการให้ผู้อื่นเสมอ
8.มองผู้อื่นในแง่ดี
9.ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
10.พยายามสนใจผู้อื่นอย่างจริงจัง
2. ยุทธวิธีเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์
1.การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ การสื่อสารมีความสำคัญต่อมนุษย์ 5 ประการ คือ มีความสำคัญต่อความเป็นสังคม ต่อชีวิตประจำวัน ต่อธุรกิจ ต่อการปกครอง และต่อการเมืองระหว่างประเทศ
2.การวิเคราะห์การสื่อสารระหว่างบุคคล(Transactional Analysis : TA)
แนวคิดของ TA
- สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีผลต่อปัจจุบัน
- คนและองค์การสามารถเปลี่ยนแปลงได้
- การเปลี่ยนแปลงต้องใช้พลังและสัญญาที่จะร่วมกันรับผิดชอบ
- ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและงาน ต้องไปด้วยกัน
- คนเรามีพฤติกรรมอย่างไรในปัจจุบันและควรปรับปรุงพฤติกรรมอย่างไร
3.การสร้างความพึงพอใจในงาน
ความพึงพอใจในงาน หมายถึงการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ของบุคคลที่มีต่องาน ความพอใจในงานสามารถลดการขาดงาน การเปลี่ยนงาน และอุบัติเหตุระหว่างการทำงานได้
4.เรื่องศิลปะการฟัง
เมืองทองแขนมณี ได้ขยายความว่า ผู้มีศิลปะการฟังสามารถฝึกฝนพฤติกรรมต่อไปนี้คือ
- พึงฟังด้วยความสนใจ
- พึงฟังผู้พูดทุคน
- พึงฟังเพื่อจับใจความสำคัญ
- พึงฟังให้ได้รับวัจนสารและอวัจนสาร
- พึงฟังด้วยความอดทน
- พึงฟังให้ตลอดก่อนคิดตอบได้
- พึงไม่แสดงพฤติกรรมขัดคอ
- พึงฟังด้วยความเข้าใจผู้พูด
- พึงฟังด้วยปราศจากอคติ
- ไม่ประเมินหรือตัดสินคนพูด
- วิเคราะห์การฟังด้วยความจริง
5.การนำถ้อยคำที่ผู้อื่นชื่นชอบมาใช้
สรุปหลัการพูด เพื่อทำให้ผู้อื่นชื่นชอบ ดังเช่น
- จงยกย่องผู้ฟังด้วยนำใสใจจริง
- เมื่อมีโอกาส ควรเอ่ยชื่อผู้ฟังบางคนในที่นั้น
- ควรพูดนอบน้อมถ่อมตน อย่ายกตน
- ต้องเพลิดเพลินไปกับการพูด
- จงพูดออกมาประสาซื่อ จริงใจและไม่เห็นแก่ตัว
การสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ
การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว
1.การสร้างความสัมพันธ์กับบุตร
2.หารสร้างความสัมพันธ์กับบิดามารดา
3.การสร้างความสัมพันธ์กับภรรยา
4.การสร้างความสัมพันธ์กับสามี
5.การสร้างความสัมพันธ์กับคนรับใช้
6.การสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของบ้าน
การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในองค์การ
1.การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในองค์การ
2.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา
3.การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา
4.การสร้างความสัมพันธ์กับครู อาจารย์
5.การสร้างความสัมพันธ์กับนัเรียน นักศึกษา
6.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้รนับบริการ
7.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ
8.การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีบุคลกภาพทางด้านลบ
- คนที่อารมณ์อ่อนไหว
- คนที่ขลาดกลัว
- คนที่เฉื่อยชา
- คนดื้อรั้น
- คนก้าวร้าว