อย่าปล่อยให้ข้อผิดพลาด (ตามความคิดของเรา) เล็กๆ น้อยๆ มาตัดโอกาสในการเรียนรู้ของเราเลยครับ
สวัสดีครับ คุณ
“ส”
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อคิดเห็น แสดงว่า คุณ “ส”
ค่อนข้างจะแม่นในไบเบิล
ผมเองถึงจะเคยเป็นนักเรียนประจำอยู่ในโรงเรียนคริสต์มาหลายปี
เคยฟังคำสอนที่คล้ายๆ กับที่โอโช่พูดถึงนี้ พูดถึง Tree of
Knowledge พูดถึง Tree of Eternity อะไรทำนองนี้มาบ้าง
เลยไม่ได้เอะใจว่าแท้จริงแล้วในไบเบิลนั้นพูดไว้อย่างไร
ผมเองก็ไม่รู้ว่าโอโช่ได้ความคิดเช่นนี้มาจากไหน
หรือว่ามีพูดไว้ในไบเบิล version ที่เก่ากว่าที่เราใช้กันอยู่นี้
หรือว่าเป็นเพราะผู้ที่เผยแพร่ศาสนาได้ขยายความในเรื่องต้นไม้สองต้นนี้ไว้ในคำสอนของพวกเขา
ก็เลยไม่สามารถเดาได้ว่าทำไมโอโช่จึงอธิบายไว้เช่นนี้
แต่ตามที่คุณ “ส”
เขียนไว้ว่า “ได้ติดตามหนังสือของโอโช่เรื่อยมา
และรู้สึกว่าได้มุมมองและแง่คิดมากมายที่มีประโยชน์มากๆ” ก็ถือว่าคุณ
“ส” ได้ประโยชน์แล้ว ผมเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
สามารถนำประเด็นคำพูดของโอโช่มาใช้กระตุ้นเตือนตัวเองได้ในหลายๆ กรณี
ทั้งๆ ที่ผมเองก็ไม่ได้เออออห่อหมกกับคำพูดของเขาไปทั้งหมด
แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเข้าใจก็คือโอโช่ไม่เคยเขียนหนังสือ
หนังสือทุกเล่มที่พิมพ์ออกมาเป็นเพียงการนำบทสนทนาที่โอโช่พูดไว้ในหลายๆ
ที่ กับผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม ผมสังเกตจากการฟังเสียงการบรรยาย
เห็นได้ว่าโอโช่นั้นเน้นผู้ฟังเป็นสำคัญ
หากกลุ่มผู้ฟังที่นั่งอยู่นั้นเป็นพวกฮิ้ปปี้ เป็นพวกที่ต่อต้านศาสนา
โทนการพูดจาหรือสาระก็ออกมาเป็นแบบหนึ่ง
แต่เรื่องเดียวกันนี้พอมาพูดกับอีกกลุ่มหนึ่ง
โทนการพูดก็อาจจะเปลี่ยนไป แต่ในแก่นหรือสาระหลักๆ นั้นก็ยังคงไว้
จะเห็นได้ว่าการพูดจานั้นไม่ได้แม่นยำเหมือนการทำตำราหรือการวิจัย
ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงข้อวินิจฉัยของผมนะครับ
ผิดถูกประการใดต้องขออภัยด้วย เพราะมันเป็นเพียง “ความคิด”
ของผมเท่านั้น เดิมตั้งใจไว้ว่าจะคิดเรื่องแบบนี้ให้น้อยลง
เพราะมันเหมือนกับการคิดฟุ้งซ่าน
หรือกำลังหาเหตุผลบางอย่างมาปกป้องโอโช่อะไรทำนองนั้น
ขอสรุปเลยก็แล้วกันนะครับว่า “อย่าศรัทธา
หรือเชื่ออะไรให้มากจนเกินไป” แค่เราได้แก่นออกมาใช้อย่างที่คุณ “ส”
ได้ก็จัดว่าดีแล้วครับ อย่าปล่อยให้ข้อผิดพลาด (ตามความคิดของเรา)
เล็กๆ น้อยๆ มาตัดโอกาสในการเรียนรู้ของเราเลยครับ
ที่ผมตอบมายืดยาวก็เพราะเห็นว่าคุณ “ส”
เป็นผู้ที่สนใจเรียนรู้และมีใจที่เป็น กลาง
ที่ผ่านมาผมเองได้รับอีเมล์บ่อยเหมือนกันที่เริ่มต้นขึ้นมาก็เอาแต่ต่อว่าโอโช่
เช่นว่า เป็น Sex Guru ว่าโน่นว่านี่
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็ไม่ได้ตอบเมล์กลับไปให้เสียเวลา
เพราะผมไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องมา Defense ให้กับโอโช่ และถึงทำไป
ก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร
ที่จะต้องไปเสียเวลากับผู้ที่ไม่เปิดใจครับ
ขอบคุณ
คุณ “ส” ที่เปิดใจรับฟัง
ขอบคุณสำหรับอีเมล์ฉบับนี้อีกครั้งครับ
ประพนธ์
ศึกษาแง่ดีจากผู้รู้
ละโทษถ้าผู้รู้ยังมีอยู่
เรียนรู้อย่างใคร่ครวญครับ
ขอบคุณ คุณ Phornphon สำหรับ Comment
คูณธัชกร [IP: 124.122.36.148] เคย Comment เรื่องในทำนองนี้ไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 2552 ว่า . . .
"ผมยังไม่เคยเจอท่านใดที่ไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ คําติคําชมมีอยู่คู่กันกับโลก ศาสตร์ทุกศาสตร์ในโลก คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะศึกษาได้ ศึกษาแล้วมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อได้ มีอะไรน่าสนใจก็ขอให้ลองศึกษาดูนะครับ แต่ต้องศึกษาอย่างแยบคาย พิจารณากลั่นกรองหลายๆชั้น แล้วทดลองนํามาปฏิบัติในชีวิตจริงดู ถ้าไม่ได้ประโยชน์ก็วางสิ่งนั้นลง ถ้าได้ประโยชน์ก็น้อมเข้ามาใส่ตน
ผมก็ติดตามอ่านงานของท่านosho มีอะไรหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ ผมก็นําประโยชน์ส่วนนั้นมาปฏิบัติ ส่วนดีก็มีอยู่ ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็มีอยู่ ส่วนเรื่องที่บางweb ค้นข้อมูลมาตามที่กล่าวกันไปในทางลบ ตามทัศนะผม สิ่งนั้นไม่สําคัญเท่าท่าน osho พูดอะไรไว้ สําคัญกว่าท่าน osho ประพฤติตนอย่างไร ท่านโอโช่เน้นอยู่เสมอว่าท่านไม่ใช่นักบวช ไม่ได้สนับสนุนการกดข่ม ถ้าท่านมีเงิน ท่านก็ไม่ต้องทําตัวปอนๆ อดอยาก แต่ใช่ชีวิตอย่างคนรวยที่ตื่นรู้ไปด้วยกันได้ ถ้าท่านมีรถท่านก็ใช้มันไปก็เท่านั้น แนวทางของท่าน osho
จะไม่ต่อต้านการใช้วัตถุสมัยใหม่ แต่จะนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาร่วมกับการภาวนาทางจิตวิญญาณ
ดังนั้นคําสอนของท่านกับการประพฤติของท่านจึงไม่ขัดกันเพราะท่านไม่ใช่นักบวช"
สวัสดีครับท่านอ.ประพนธ์ที่เคารพ
มาเรียนรู้ครับ ไม่มีความเห็นเพิ่มเติมเพราะรู้น้อยมาก
แต่ขอเป็นแค่ผู้"ตามรู้"ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ อาจารย์ "บินหลาดง" ที่เข้ามาเรียนรู้
คุณ katy ได้เคย Comment เรื่องเกี่ยวกับโอโช่ไว้เมื่อ 22 ต.ค. 2551 ความว่า . . .
สวัสดีค่ะอ.ประพนธ์ดิฉันเป็นคาทอลิก แต่ก็ชอบแนวคิดของosho มีความจริงหลายอย่างที่ตรงกับที่พระเยซูสอน และความจริงบางอย่างที่พระองค์ไม่ได้พูดถึง แต่ osho นำมาตีแผ่ให้กระจ่าง ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์แปลงานของosho ต่อไป ดิฉันติดตามทุกเล่มค่ะ แต่ก้ไม่ได้เชื่อทุกอย่าง สิ่งใหนดีก็รับ สิ่งใหนไม่อยากรับก็อ่านผ่านๆ ดิฉันว่าถ้าเพียงแค่เราปฏิบัติเรื่อง การรู้ตัวทุกขณะ เหมือนที่ท่านทำแล้ว สิ่งอื่นๆในหนังสือก็ไม่ใช่ประเด็นมากหรอกค่ะ จริงใหมคะ
ส่วนเรื่องที่ว่าท่านมีแนวคิดเรื่อง free sex นั้น ดิฉันว่าไม่ใช่ค่ะ เพราะคนที่เขาบรรลุกันจริงๆ เขาจะไม่ยึด ติด คิด แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกค่ะ แต่เขาจะมีวิธีดำเนินชีวิตตามธรรมชาติของเขาอย่างสมดุล ว่าใหมคะ แต่ท่านosho อาจจะตีแผ่ความจริงแรงไปหน่อย ทำให้พวกที่มือถือสาก ปากถือศีลเดียดร้อน
ยังไงก็ติดตาม เป็นกำลังใจ และจะสวดภาวนาแด่อาจารย์นะคะ
ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ
Katy
มนุษย์เรามักชอบแสดงความคิดเห็นของตัวเอง โดยการวิพาษวิจารย์เรื่องราวต่างๆ
และสอดแทรกความคิดเห็นของตัวเองเข้าไปด้วย oshoเป็นท่านหนึ่งที่ชี้นำให้ผู้ฟังได้มองเห็นภาพต่างๆ รับรู้มุมมองอื่นๆ ผ่านทางความคิดของเขาเอง
แล้วเราต่างก็นำความคิดของตัวเองมาแสดงให้ผู้อื่นได้รับรู้ มองเห็นเรื่องราวอื่นๆ
ผ่านทางความคิดของเราเช่นกัน