“ ถึงเดือนสิบ พบกัน ในวันสารท

                                   ใส่อังคาส โภชนา กระยาหาร.......

                                                

            @ วันสารท เป็นวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บุพการีที่ล่วงลับและเปรต...

            @ วันสารท เป็นช่วงเวลา ที่บอกถึง ฤดูฝนใกล้จะสิ้นสุดเข้ามา พรรณพฤกษ์นานา..โดยเฉพาะหญ้าใหญ่น้อยในอาณาเขต “ เพิงพักช้าง “ หลังออกดอก เมล็ดจะแก่และเริ่มร่วงหล่นลงสู่ดิน...บางชนิด เมื่อเมล็ดร่วงหล่น ต้นจะตายอุทิศชีวิต ปกปักษ์รักษาดินให้ชุ่มชื้นและผุกลายเป็นอาหาร แก่ลูกหลานที่เจริญเติบโตตามมาในที่สุด

 

            ดอก"หญ้าเสือสามขา"              "หญ้าปากควาย"ภาพโดยสิงห์ป่าสัก    

                                  

  

    หญ้าพงรังนก                                      หญ้าตีนกา                      หญ้าตุ๊กแก

          ผิดกับ “ คน “ บางคน บางเหล่าที่ตักตวงเอาแต่ผลประโยชน์ใส่ตน อย่างไม่รู้จักประมาณและไม่รู้จักพยัญชนะ “พ” โดยอ้างความชอบธรรมต่างๆนานา เท่าที่จะสรรหาเอามาอ้างได้..  จนเกิดผลกระทบ ให้สังคมและบ้านเมืองเดือดร้อน วุ่นวาย.. ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะคำว่า  “ กิน  “  กินไม่เลือก เมื่อมีโอกาส...กินป่า จนป่าไม้หดตัวลงอย่างรวดเร็ว... กินแม้กระทั่งเหล็กอิฐหินดินทราย.ลามปามไปถึงการพยายามจะสร้างฐานอำนาจและโอกาสให้เกิดศักยภาพการกิน.การกัดกร่อน ในสังคม/ชาติบ้านเมืองถิ่นเกิดทุกรูปแบบ .ให้มากยิ่งขึ้น  จนเปรตตัวตนจริง.ที่หิวโหยเลือกกิน..ยังต้องอายและหลบหลีกให้เปรตตนใหม่...

   

            หญ้ายาง                           น้ำนมราชสีห์                        หญ้าปราบ

               เห็นหญ้ารก รุงรัง ยังรักษา

               คลุมผิวหน้า ดินให้ ไม่สูญหาย

               แต่.นี่คน  ที่ว่าสูง  กลับทำลาย

              และป่วนให้ ไทยแยก แตกเผ่าพงศ์  ”

                       วันสารทปีนี้  ท่านไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บุพการีที่ล่วงลับและเหล่าเปรตที่หิวโหยตนใหม่..ซึ่งกินไม่เลือกเหล่านั้น....หรือยัง ?                                       

                        หากว่ายัง...ในทุกวันพระ ขอเชิญพุทธศาสนิกชน พร้อมใจกันร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้เหล่าเปรตตนใหม่ ได้ไปผุดไปเกิดกันเถอะ..บ้านเมืองจะได้สงบสุขร่มเย็นกว่านี้..เสียที.

 

                                                                                   สามสัก

                                                                             ๒๐ ก.ย. ๒๕๕๒