พ่อรักเรา การทำเพื่อพ่อ ก็คือการทำเพื่อตัวเอง

ตอนนี้ผมสับสนมากเลยครับไม่มีให้ปรึกษาเลย

วันนี้ตื่นเช้ามาว่าจะทำงานสักหน่อย ก็มีอีเมล์สายด่วน ผ่าน G2K จากนักศึกษาท่านหนึ่งที่น่าจะเคยเรียนกับผม แต่ไม่เปิดเผยชื่อ ขอคำปรึกษามาดังนี้

สวัสดี ดร. แสวง รวยสูงเนิน (sawaengkku)

นี่คืออีเมลติดต่อจากผู้อ่าน กรุณาตอบโดยตรงไปยังผู้อ่านนั้น

-----------------------------------------------------------

ชื่อ: เด็กน้อย

อีเมล: xxxxxxxx@hotmail.com

หัวเรื่อง: ช่วยแนะนำผมหน่อย

ข้อความ:

อาจารย์แสวงครับ

ผมคิดเรื่องหนึ่งมานานแล้ว แล้วมันทำให้ผมเรียนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมพยายามที่จะไม่คิดแล้วแต่ก็ทำได้บางในบางเวลาผมของถามอาจารย์หน่อยนะครับ

คือตอนนี้ผมเรียนในสิ่งที่ผมไม่ชอบ แต่ผมเลือกเรียนเพื่อพ่อผมเห็นพ่อผมเหนื่อย ตอนแรกพ่อก็บอกตามใจจะเรียนอะไร แต่ผมกับเลือกเรียนอันที่ไม่ชอบแต่หวังเรียนเพื่อพ่อแต่ตอนนี้ไม่มีพ่อแล้วผมเลยไม่มีกำลังที่จะทำเรื่องนี้ให้มันจบเลย หลายครั้งที่ผมคิดจะเลิกเรียนตรงนี้ แต่นี้ก็ปี ๓ แล้ว ผมอยากเรียนให้จบนะครับ แต่ผมเรียนที่ไรผมจะกลับนั่งคิดถึงพ่อตลอดเลย สิ่งที่ผมหวังจะทำเพื่อพ่อ พ่อกลับไม่อยู่ แล้วผมจะทำต่อดีไหมครับเพราะผมไม่ได้ชอบตรงนี้เลย ที่ผ่านมาทำได้เพราะพ่อ ผมพยายามคิดนะว่าถึงพ่อไม่อยู่แต่เราก็ทำได้  เป็นเวลาเกี่ยว ๓ เดือนแล้วที่ผมไม่ค่อยได้เข้าเรียน อาจารย์ช่วยแนะนำผมหน่อยเพราะตอนนี้ผมสับสนมากเลยครับไม่มีให้ปรึกษาเลย ผมชอบอาจารย์สอนจังเลยครับเพราะอาจารย์เป็นคนพูดตรงๆเป็นคนตรงดีครับ อาจารย์สอนได้ใจดีครับ

 แนะผมหน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ

ป.ล. อยากเรียนรู้ประสบการณ์จากอาจารย์มากเลยครับ

-----------------------------------------------------------

อีเมลนี้ส่งมาจาก: 124.157.146.61

[email protected]

gotoknow.org

 

 

ผมตอบไปว่า

คุณต้องทบทวนใหม่ครับว่าพ่อหวังและคิดให้คุณทำอะไร

พ่ออยากให้คุณเรียนเพราะพ่อมองแล้วว่าการที่คุณจะดำเนินชีวิตต่อไปนั้น ไม่มีทางอื่น (จริงไม่จริงนั่นอีกเรื่องหนึ่ง)

 แต่ผมว่านะ

 พ่อขอให้คุณทำเพื่อตัวเอง ช่วยตัวเองให้รอด เพื่อที่พ่อจะได้สบายใจ ทั้งวันนี้ และวันข้างหน้า

ที่อาจหมายถึงรุ่นลูกรุ่นหลานไปเลย (ผมเชื่ออย่างนั้นครับ)

พ่อจะอยู่กับคุณ หรือ เสียชีวิต วิญญาณพ่อก็ยังอยู่ดูคุณ อย่างน้อยก็ในไจของคุณ  

 

เหมือนกับที่ผมทำทุกอย่างวันนี้ ผมทำอะไร ที่ไหน ให้ใคร ผมคิดถึงพ่อ และแม่ผมเสมอ

เสมือนหนึ่ง พ่อ และแม่อยู่กับผมตลอดเวลา

 

ผมไปทำนาก็คิดถึงแม่  

ไปดูวัวก็คิดถึงพ่อ

ไปจับปลาก็นึกถึงความสามารถและบุญคุณพ่อ

นำปลากลับมาบ้านก็นึกถึงแม่ที่ผมเคยทำกับข้าวจากปลาหรือกบ (ที่ผมจับเอง) ให้ผมทาน

 

เราต้องสู้ครับ

 

คนที่ยอมแพ้คือคนที่แพ้อย่างแท้จริง

คนที่สู้มีแต่เสมอตัว (เพราะทำเต็มที่แล้ว) กับชนะครับ

 แต่ส่วนใหญ่ชนะครับ

 

คุณลองไปอ่านประวัติชีวิตผม คุณจะรู้ว่าผมมีชีวิตลำบากมาอย่างไร ที่จริงมีมากกว่านั้น แต่ผมไม่อยากให้ใครมาทุกข์กับผม ก็เลยตัดๆออกไปบ้าง

 

ผมไม่เคยท้อ

 

วันนี้ผมรอดได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังยากอยู่กับความพยายามที่จะช่วยเหลือสังคม

ถ้าผมเห็นแก่ตัวกว่านี้สักนิด คิดแบบพอเพียงอีกสักหน่อย คงจะไม่ลำบากเท่านี้

 

ถ้ายังไม่เข้าใจ คิดไม่ตก โทรมาคุยได้ครับ ยินดีเสมอ

 

ชีวิตที่เหลือผมทำเพื่อสังคมอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเกรงใจ

 

คุณคงเห็นได้จากวิธีการ และเนื้อหาการสอน งานวิจัย และงานที่ผมทำเพื่อสังคมทุกระดับ ว่าผมจริงจังขนาดไหน ทุ่มเทด้วยชีวิตของตนเอง และครอบครัว

 

ฉะนั้น ผมยินดีที่จะใช้เวลาที่เหลือช่วยเหลือคุณ (ถ้าต้องการ)

ขอบคุณครับ ที่มองว่าผมพอจะพึ่งได้

 

แสวง

 

๒๐ กย ๒๕๕๒ ๙:๓๐ น

 

Dr. Sawaeng Ruaysoongnern
Department of Plant Science and Agricultural Resources
Faculty of Agriculture,
Khon Kaen University,
Khon Kaen 40002

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (7)

Tattaya
IP: xxx.26.23.40
เขียนเมื่อ 

อาจารย์เป็นครู เป็นพ่อพระแท้จริง ขอคารวะ

ขอให้กำลังใจผู้ที่ปรึกษาอาจารย์ว่า ขอให้สู้ต่อไป แม้พ่อจะไม่อยู่แล้ว อย่างน้อยก็เพื่อตัวเอง เพื่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล

และเพื่อครอบครัวของคุณในอนาคต (เมื่อคุณมีครอบครัว คุณจะเป็นพ่อคน)

เราเป็นผ้หญิง ทุกวันนี้พ่อแม่ของเราท่านก็ไปสวรรค์นานแล้ว แต่เราก็มุ่งมั่นทำงาน หมั่นทำความดี

ทำบุญใส่บาตร เชิดชูวงศ์ตระกูลไว้ได้อย่างดีค่ะ

ทุกคนมีความทุกข์ทั้งนั้น มากน้อยต่างกรรม ต้องมีสตินะ สู้ สู้ นะคะ

Ya
IP: xxx.12.97.115
เขียนเมื่อ 

ตั้งใจทำในสิ่งที่มีอยู่ ณ วันนี้ใดที่สุดนะค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงค่ะ

เราเองก็เช่นเดียวกันค่ะ

เข้าใจอยู่ว่าเป็นอย่างไร

สู้ๆๆเข้านะค่ะ

ดีครับ อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งแรงใจ

ถ้านักศึกษาคนนี้ทำได้สำเร็จ คือความสำเร็จของเราทุกคนครับ

เกียรติศักดิ์
IP: xxx.7.149.206
เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์แสวง และน้องนักศึกษา นับเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคนๆ หนึ่งเลย ผมก็อีกคนที่ทำทุกอย่างเพื่อพ่อ ให้พ่อได้เห็นได้รับรู้ว่าเราเข้มแข็งพอ และจะเป็นได้ดังที่พ่อหวัง แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเรียนจบได้งานทำ ทุกอย่างลงตัว พ่อกลับไม่อยู่รอชื่นชมในสิ่งที่เราเพียรพยายามจนสำเร็จ ช่วงแรกผมก็ว้าวุ่นสุดๆ คิดอะไรไม่ออกไปซะหมด แต่สิ่งที่รับรู้อยู่ตลอดเวลาคือ พ่อไม่ได้ไปอยู่ที่ไหนไกล แต่พ่อกำลังเฝ้ามองความเป็นไปของเรา จึงทำได้และกลับเป็นแรงใจให้ผมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวจนถึงวันนี้ (พ่อจากไปได้ 4 ปีกว่าแล้วครับ) แต่สำหรับน้องนักศึกษาที่เรียนมาเพื่อปรึกษาอาจารย์นั้นนับว่าถูกต้องแล้วที่น้องยังคบบัณฑิต ที่รู้จักสอบถามจากท่านอาจารย์ และอาจารย์ก็ได้ให้คำปรึกษา ผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านทั้งสอง ขอให้อาจารย์ดำเนินบทบาทของตัวเองต่อไป และน้องนักศึกษาก็โปรดอย่าท้อนะครับ คิดง่ายๆ คุณพ่อก็อยู่ในตัวของคุณนั่นแหละ พ่อครึ่ง แม่ครึ่ง ..ใช่ไหมละครับ

ช่างติดครับ

ผมลืมมอง DNA ไป

มองแต่จิตวิญญาณ

จริงด้วย น่าคิดตรับ

เขียนเมื่อ 

  1. สภาวะธาตุของพ่อ แม่ อยู่ในตัวลูกทุกคน ครับ
  2. ความหวังของพ่อแม่ ก็เพื่อที่จะให้ลูกเลี้ยงตนเองได้ เป็นคนดี ช่วยเหลือสังคม เท่านั้นเอง
  3. มองลึกๆแล้ว  ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายนะครับ 

ชีวิตเรานั้น หนักดั่งขุนเขา แต่ก็เบาดั่งขนนก

แล้วแต่เราจะจัดระบบความคิด และการใช้ของชีวิตเราอย่างไร

อยู่ที่การเลือกของเราเองครับ

คนที่ยังโง่ (กว่า) ก็อาจเลือกแบบ "หนัก (กว่า)"

คนที่ฉลาด (กว่า) ก็อาจจะเลือกแบบ "เบา (กว่า)"

หรือคำพังเพยว่า

"รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา"

ผมก็เลยมาต่อว่า "ไม่รักทั้งดี และชั่ว จะได้ไม่ต้องหามทั้งจั่ว หรือเสา" (หนักทั้งคู่)

นี่แหละครับ ทางเลือกที่มีจริงๆ

คนดวงตาเห็นธรรมก็จะมองเห็น

มันเป็นเช่นนั้นเองครับ