วันนี้ดีหน่อย...เข้ามา G2K สามเวลาหลังอาหารเหมือนต้องบริโภคยาเลย...

อาการนี้ไม่ได้ทำมาพักใหญ่...หลังจากอาการป่วยทางใจหายไป ที่ว่าเบื่อ G2K เบื่อโลกออนไลน์ รู้สาเหตุในตนเองแล้ว ก็ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม ก็เท่านั้น มีเกิด มีเปลี่ยน มีจางหาย ... ยึดไว้ก็เหนื่อยก็หนัก...

เข้ามาได้โชคดี ได้เจอกัลยาณมิตร...

ได้จังหวะของพลังแห่งการหมุนเกลียวความรู้บ้างล่ะ

หลังจากอยู่ในอาการง่อยเปลี้ยเสียขา เหมือนปัญญาไม่อยากขยับไม่อยากทำงาน

วันนี้คึกคัก...คึกคัก...

ทำประโยชน์เสียหน่อย...ประโยชน์ที่เกิดจากการได้อ่าน อ่านแล้วอยากต่อยอดความรู้ ต่อแล้วก็อยากบันทึกเก็บไว้...ทำแล้วก็รู้สึกว่าโครงสร้างทางปัญญานี่มันขยายออกพอสมควรนะ...

ว่าแล้วทำ ลิงค์ไปบันทึกกัลยาณมิตร...ท่านเสียเลย

http://gotoknow.org/blog/papangkorn/298977

 

อืม..ท่านเขียนมา

ได้โอกาส...ถอดบทเรียนกรรมกรน้อยที่ชื่อ Ka-Poom ดีกว่า...555

ที่เรียกตนว่ากรรมกร เพระชอบการทำงานแบบเคลื่อนไหว ...ทำงานมาก ทำงานหนัก ทำงานแบบใครให้ทำอะไรก็ทำ ... สินจ้างเราคือ "ปิติสุข"

ทำนั่นทำนี่ไม่ได้หยุดได้หย่อน จนผู้คนแปลกใจว่าเอาพลังงานมาจากไหน...

ก็มาจากการฝึกตนนี่แหละ...ไม่ได้ไปโด้ปยาอะไรเลย

นอนก็น้อย...3-4 ชั่วโมง

ทานก็น้อย...มื้อเดียวพอ และทำมาหลายปีดีดัก...

ก็เห็นตัวอย่างที่ดีจากครูบาอาจารย์ท่านนอนน้อย ทานน้อย ...แต่ทำงานมาก ก็สงสัยว่า เอ๊ะ...ท่านเอากำลังมาจากที่ไหนน๊า...แถมยิ่งทำดวงจิตดวงใจท่านยิ่งเบิกบาน...สว่าง อยู่ใกล้นี่ร่มเย็นมาก...

เราก็อยากรู้ หากจะไปถามเราก็ไม่อาจรู้ซึ้งได้

เราจึงเลือกที่จะเดินตามรอยท่านบ้าง...ปฏิบัติเรียนรู้ด้วยตนเอง

ทำงานให้มาก...มากเข้าไว้ แต่ต้องเป็นงานที่มีประโยชน์นะ มีคุณค่านะ คนส่วนใหญ่ได้รับผลที่ดีจากการงานนี้ นะ... งานประกวด งานเอาหน้า งานเอาชื่อเสียงก็จะห่างๆ ออกมานะ... วันไหนนั่งนาน เราก็ออกไปวิ่งซะ นั่งนานน่ะอวัยวะสมองทำงานหนัก ให้กายมันหนักไปด้วย จิตจะได้ไม่ซึมไม่เศร้า... วิ่งบางทีนะ วิ่งไปวิ่งไป ยิ่งวิ่งยิ่งเบิกบาน ยิ่งทำการงานยิ่งเบิกบาน...

การงานน่ะทำมันทุกอย่างแหละที่คนเขาเห็นว่าเรามีประโยชน์

แต่ประโยชน์ที่เพียงเอาเราไปประดับน่ะ...ไม่ไปนะ แต่ประดับแล้วได้ประโยชน์ก็จะไป

ต้องดูก่อน...ดูประโยชน์ที่เกิดต่อผู้อื่นก่อน...

ทุกวันนี้กรรมกรน้อยๆ คนนี้ดีใจมาก ที่ไม่ได้เป็นครูบาอาจารย์ที่นั่งอยู่เฉพาะแต่ในห้อง หรือทำงานประจำเพียงอย่างเดียว ด้านเดียว ไม่งั้นคงมีอาการจิตหดหู่ซึมเศร้า เพราะหลงไปว่าเลิศโลกทางวิชาการแล้ว ... ถือว่านี่เป็นวาสนาทีเดียว ที่ได้ทำงานกรรมกรทางปัญญา เพราะยิ่งทำยิ่งทำให้รู้ว่าตัวนี้เล็ก เล็กลงเรื่อยๆ ตัวจริงก็เล็กลงเช่นกัน...แต่พละกำลังกลับเพิ่มมากขึ้น

มันก็น่าแปลกนะท่าน...น่าแปลกดี

เราได้เห็นความดี ความงามแห่งการงานนี้ ก็อยากแบ่งปัน อยากบอกทางบ้างก็เท่านั้น

อย่าน้อยใจ อย่าโกรธเลย...

ความโชคดีของชีวิตการงานของตนเอง ที่มักมีคนมาติง มาบอก มาว่า มาด่าอยู่เสมอ ทำให้ได้โอกาสที่ตนเองได้พัฒนาจิตพัฒนาใจ ให้อยู่เหนืออารมณ์โกรธ เศร้า หดหู่ น้อยใจ เสียใจ... ทุกวันนี้ได้แต่ขอบพระคุณพวกเขาเหล่านั้นที่มาด่ามาว่ากรรมกรน้อยนี้

 

310720091213_resize

เส้นทางของกรรมกรน้อย