งานชุมชนเป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่มีเวลาราชการ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันได้ไปร่วมกิจกรรมในชุมชนบ้านคุ้ม กับ กลุ่ม อสม. ในหมู่บ้านร่วมกันประเมินภาวะโภชนาการเด็กอายุตั้งแต่ แรกเกิดถึง 5 ปี โดยประเมินจาก น้ำหนัก เทียบกับอายุเด็ก พร้อมแจกอาหารเสริม ที่อาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน เป็นบรรยากาศที่มีทั้งคุณยาย จูงหลาน คุณแม่จูงลูก ส่วนคุณพ่อจูงลูกมีเป็นส่วนน้อย จอแจด้วยเสียงร้องไห้ หัวเราะ ซุกซนระคนกัน งานนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี พบเด็กมีภาวะโภชนาการเกินเป็นส่วนมาก

เราได้มีแผนการทำงานหลายๆกิจกรรมในวันเดียวกัน อสม. กลุ่มหนึ่ง รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้จัดของเตรียมเยี่ยมดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ในขณะจัดเตรียมของเยี่ยมนั่นเอง ก็มี อสม. คนหนึ่ง เดินมาจากบ้านที่อยู่ใกล้ๆอาคารเอนกประสงค์นั่นเอง แล้วมากระซิบข้างๆฉันว่า “ยายจันทร์...แย่แล้ว”

“ยายจันทร์” ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมได้เกือบปี ครั้งแรกที่ฉันได้ไปเยี่ยมที่บ้าน คุณยายดูแจ่มใส อารมณ์ดี พูดคุยเรื่องความเจ็บป่วยให้ฉันฟัง อย่างคนที่ไม่มีความวิตกกังวล ฉันแอบถามลูกสาวของยายว่าคุณยายเป็นระยะไหน ลูกสาวยกนิ้วขึ้น 4 นิ้วแทนคำตอบ ฉันได้ให้กำลังใจและให้คุณยายเห็นคุณค่าของตนเองและแนะนำให้ไปรักษาตามนัด ได้ยินดังนี้ ในใจฉันคิดว่าคงเป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้ไปเยี่ยมยายจันทร์เป็นแน่ ทีมเรา ซึ่งมี อสม. อีก 3-4 คน ได้ขึ้นไปบนบ้าน เห็นคุณยายถูกแต่งตัวด้วยเสื้อลูกไม้สีขาว ผ้าซิ่นสีน้ำเงินลายไทย นอนหลับตา อยู่บนเตียงกลางบ้านซึ่งถูกเก็บข้าวของได้โล่งที่สุด ในใจฉันก็คิดว่าญาติคงเพื่อสะดวกต่อการจัดเตรียมเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่ นอกจากทีมของฉันแล้วก็ยังมี ญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน มีผู้เฒ่าผู้แก่ ห้อมล้อมคุณยายอยู่ ประมาณ 10 คนได้ ทุกคนแทบจะอยู่ในความสงบ มีเสียงพูดคุยกันบ้างเบาๆ นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งความอบอุ่นในชุมชนชนบท ถ้ามีการเจ็บป่วย ก็จะมีเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจ อยู่ไม่ขาด ฉันได้สัมผัสตัวคุณยาย เรียกชื่อคุณยายอยู่ 2-3 ครั้ง คุณยายพยายามที่จะลืมตาแล้วหลับไปอีก ไม่มีเสียงตอบโต้ ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งแอบกระซิบฉันว่า“โบราณว่าลักษณะอย่างนี้ใกล้ไปแล้วนะหมอ…” ฉันไม่ได้ตอบโต้ ฉันและ อสม. ได้ให้คำแนะนำกับญาติๆเรื่องการพลิกตะแคงตัวคุณยาย ทุก 2 ชั่วโมง สังเกตอาการ อย่างใกล้ชิด จากนั้นก็ลาเพื่อไปเยี่ยมรายอื่นต่อไป
วันรุ่งขึ้น ฉันได้กลับไปเยี่ยมคุณยายอีกครั้ง สิ่งที่ฉันพบคือ คุณยายลุกเดินได้ พุดคุยได้เหมือนปกติ สอบถามอาการเจ็บป่วยเมื่อวานคุณยายบอกว่าตอนนั้นเวียนศีรษะมาก จนไม่สามารถลืมตาได้ ความรู้สึกของฉัน เหมือนโล่งอกเป็นอย่างมาก ที่คุณยายไม่เป็นอะไรอย่างที่ฉันคิด และฉันก็ได้ข้อคิดว่า การเจ็บป่วย เป็นธรรมชาติของชีวิต
ถ้ามีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับตัวเรา เพียงเรายอมรับ และปรับตัว เราก็จะมีความสุข
บันทึกโดย จรีรัตน์ อ่องคำ
เป็นครอบครัวที่ห่วงใยกันค่ะ ดูอบอุ่นค่ะ
เป็นชีวิตที่อยู่กับมะเร็งอย่างมีความสุข
SHA-SONG/siriwan