บางคนกินมากก็ยิ่งอ้วนมาก บางคนกินน้อยแล้วก็ยังอ้วนอยู่บางคนลดน้ำหนักแทบตายก็ยังอ้วนอยู่ นั่นเป็นเพราะว่าเรากินอาหารไม่สมดุลกันค่ะ ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำหนักตัวเราด้วยค่ะ

1. ทานมื้อเช้าทุกวัน เพราะหากอดอาหารเช้า จะทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานต่ำตั้งแต่เช้า ดังนั้นควรกินอาหารเช้าทุกวันเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญอาหารทุกๆ วันค่ะ

2. อาหารกลางวันควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานน้อยกว่ามื้อเช้า เพราะร่างกายจะต้องย่อยอาหารที่ทานในมื้อกลางวันเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง จึงจะนำมาใช้ได้ ซึ่งก็จะเป็นช่วงเย็นๆ ในช่วงนี้บางคนอาจมีกิจกรรมน้อยลง ใช้พลังงานน้อยลงและยังต้องกินมื้อเย็นอีกด้วย ทำให้พลังงานที่รับเข้ามานั้นเหลือเก็บสะสมได้ค่ะ อาจแก้ไขได้โดยพยายามเคลื่อนไหว หรือหากิจกรรมเพิ่มขึ้นในช่วงเย็นค่ะ

3. ถ้าหากมีไขมันสะสมบริเวณต้นคอ ไหล่ แขน ลำตัว และหน้าท้อง ลองกินอาหารมังสวิรัติ หรือถ้าจะกินเนื้อสัตว์ควรเป็นไก่หรือปลาจะดีกว่าค่ะ

4. ถ้าเป็นคนอ้วนทั้งตัว แสดงว่าเป็นคนที่ระบบเผาผลาญอาหารช่วงเช้าสูงมาก ดังนั้นห้ามอดอาหารเช้า เพราะจะกลายเป็นคนที่เผาผลาญอาหารต่ำทันที และต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะรสเค็ม ส่วนมื้อเย็นต้องให้พลังงานน้อยที่สุด เพราะช่วงเย็นร่างกายคุณจะเผาผลาญได้ต่ำมาก อาจกินแค่น้ำเต้าหู้กับผลไม้ก็เพียงพอค่ะ

5. เคี้ยวอาหารช้าๆ เพราะทำให้คุณไม่กินอาหารมากเกินไป เนื่องจากกว่าที่ร่างกายจะรู้สึกอิ่มก็ใช้เวลา 20 นาทีค่ะ หากช่วง 20 นาทีนี้กินเข้าไปมากก็จะเกินความจำเป็น

6. ถ้ามีไขมันสะสมบริเวณสะโพก ต้นขา รูปร่างแบบนี้มักเป็นคนที่ระบบการเผาผลาญต่ำ ควรปรับโดยการกินอาหารทีละน้อยๆ แต่แบ่งเป็นหลายมื้อ เลือกทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ แต่หากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงควรกินเป็ฯมื้อเช้าค่ะ

7. อาหารเย็น ร่างกายยังต้องการแต่เป็นปริมาณน้อยเพราะใกล้เวลาที่จะต้องพักผ่อนแล้ว อาหารที่ควรทานในมื้อเย็นคือโปรตีน เพื่อร่างกายจะนำมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในตอนกลางคืน

8. ไม่ควรกินอาหารเย็นหลังจากเวลา 19:00 น. ค่ะ

ข้อมูลจาก : www.ladytip.com