|

สาเหตุของปัญหา
ก. ความตึงเครียดในครอบครัว
-
เนื่องจากค่านิยม ความเชื่อ ความต้องการ
-
เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจ
-
ความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้อง
-
การทำงานของภรรยานอกบ้าน
-
การมีอาชีพที่ต่างกันไปของสมาชิกในครอบครัว
-
ความผิดหวังในตัวภรรยาหรือสามี
ข. การขัดแย้งกันในครอบครัว

การขัดกันในครอบครัวอาจแยกออกได้
๒ลักษณะ คือ การขัดกันทางส่วนตัว (Personal Conflict)
กับการขัดกันโดยทางเศรษฐกิจและสังคม (Socioeconomic Conflict)
๑.
การขัดกันโดยทางส่วนตัว เป็นการขัดกันทางด้านบุคลิกภาพ
๑.
ด้านอารมณ์
๒.
แบบของความประพฤติของคู่สมรส
๓.
บทบาท
๔.
ค่านิยม สามีภรรยาอาจได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาในลักษณะที่แตกต่าง
๕.
ความรักรวมถึงความสัมพันธ์ทางเพศ
๒.
การขัดกันทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ
สมาชิกในครอบครัวจะเกิดการขัดแย้งกันเนื่องจาก
สาเหตุดังต่อไปนี้
๑.
การขัดกันทางด้านวัฒนธรรม
๒.
ฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน
๓.
การขัดกันในเรื่องอาชีพ
๔.
การทำงานของฝ่ายหญิง
๕.
การว่างงาน
๖. ปัญหาอื่น ๆ
ค. การหย่าร้าง
การหย่าร้างของคู่สมรสในต่างสังคมกัน
ย่อมมีอัตราแตกต่างกันไป ทั้งนี้เพราะความแตกต่างกันในเรื่องของศาสนา
วัฒนธรรม และค่านิยม อย่างเช่น
ในสังคมที่นับถือศาสนานิกายโรมันคาทอลิก
อัตราการหย่าร้างจะต่ำกว่าในสังคมที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์และคนที่อยู่ในชนบทซึ่งมีอาชีพทางการเกษตร
ย่อมมีการหย่าร้างน้อยกว่าคนในเมือง Scarpitti พบว่าใน ปี ค.ศ. 1971
ในสหรัฐอเมริกา อัตราการหย่าร้างของชาวชนบทมี ๑.๘ ต่อ ๑,๐๐๐ คน
ในขณะที่อัตราการหย่าร้างในเมืองเป็น ๕.๓ ต่อ ๑,๐๐๐ คน
การหย่าร้างของคู่สมรสอาจเนื่องมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้
๑.
เนื่องจากความมีอิสระเสรีภาพทัดเทียมกันระหว่างหญิงกับชาย
ทำให้หญิงมีอิสระในการตัดสินปัญหาของตนเอง
๒.
สภาพของสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
๓.
มาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น
ระดับการศึกษาที่สูงขึ้นทำให้ความคิดอ่านของคนค่านิยมของคนในสังคมเปลี่ยนไป
๔.
หญิงมีงานทำไม่ต้องพึ่งสามีในทางเศรษฐกิจ
๕.
ความคิดในเรื่องการหย่าร้างในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขมีมากกว่าแต่ก่อนและยังมีกฎหมายที่ทำให้การหย่าร้างเกิดขึ้นได้ง่าย
|
ผลของปัญหาครอบครัว
๑.
ทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน
๒.
บุคลิกภาพและสุขภาพกาย สุขภาพจิตของสมาชิกในครอบครัว
๓.
ทำให้เกิดการค้าประเวณี
๔.
ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่น
๕.
ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ
๖.
ครอบครัวมีปัญหา
|
|
วิธีการป้องกันแก้ไข
การป้องกันปัญหาครอบครัว
จะต้องคำนึงถึงทั้งตัวบุคคลในครอบครัว และสิ่งแวดล้อมภายนอก
หลักในการป้องกันควรคำนึงถึง
๑.
การเลือกคู่ครองที่ดี
๒.
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
๓.
แสดงบทบาทตามสถานภาพของตน
๔.
ยึดมั่นในคุณธรรมสำหรับผู้ครองเรือน
๕.
ให้การศึกษาอบรม
ปัญหาความตึงเครียดในครอบครัว วิธีการแก้ไขอาจกระทำโดย
๑.
การขอคำปรึกษาแนะนำจากหน่วยงานให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวเพื่อจะได้ใช้เป็นตัวกลางในการปรับตัวเข้าหากัน
๒.
การปรึกษาหาทางปรับตัวเข้าหากัน โดยทั้ง ๒
ฝ่ายยินดีจะฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง
๓.
การหันไปพิจารณาคำสอนทางศาสนา
๔.
การหย่าร้างหรือแยกกันอยู่ ซึ่งจะใช้เป็นวิธีท้ายสุด
|
|
ปัญหาครอบครัวแตกแยก
หญิงดูหมิ่นสามีย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความแตกแยกในครอบครัวด้วยเหตุ
๘ ประการคือ : -
| |
๑.
|
ทลิทฺทตา |
เพราะสามีเป็นคนยากจน |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
อาตุรตา |
เพราะสามีเป็นคนกระเสาะกระแสะ |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
ชิณฺฌตา |
เพราะสามีเป็นคนแก่เฒ่า ชรากาล |
| |
|
|
|
| |
๔.
|
สุราโสณฺฑตา |
เพราะสามีเป็นนักเลง |
| |
|
|
|
| |
๕.
|
มุทฺธตา |
เพราะสามีเป็นคนโง่เขลา เบาปัญญา |
| |
|
|
|
| |
๖. |
ปมตฺตา |
เพราะสามีเป็นคนมัวเมา ประมาท |
| |
|
|
|
| |
๗. |
สพฺพกิจฺเจสุ อนุวตฺตนตา |
เพราะสามีทำงานคล้อยตามในกิจทุกอย่าง |
| |
|
|
|
| |
๘. |
สพฺพธนมนุปฺปาเทน |
เพราะสามีไม่ทำงาน ให้ทรัพย์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น |
ขุททกนิกายชาดก พระสูตตันตปิฎกเล่มที่
๒๘/๓๐๓/๑๑๕
|
|
วิธีแก้ปัญหา
หลักการแก้ปัญหาความแตกแยกในครอบครัว
พระพุทธองค์ได้แสดงไว้ว่าผู้หญิง ( มาตุคาม )
ซึ่งประกอบด้วยคุณธรรม คุณสมบัติ ๔ ประการชื่อว่าเป็นผู้กำชัยชนะ
ครองใจสามีไว้ได้คือ
| |
๑.
|
สุสํวิหิตกมฺมนฺโต |
เป็นผู้จัดการงานดี |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
สงฺคหิตปริชโน |
สงเคราะห์คนข้างเคียง |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
ภตฺตุ มนาปํ จรติ |
ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี |
| |
|
|
|
| |
๔.
|
สมฺภตํ อนุรกฺขติ |
รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ |
อังคุตตรนิกาย อัฎฐกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่
๒๓/๑๓๙/๒๗๕
|
|
|
วิธีแก้ปัญหาความแตกแยกในครอบครัว

| |
๑.
|
สมฺมานนาย |
ด้วยยกย่องนับถือว่าเป็นภรรยา |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
อวิมานนาย |
ด้วยไม่ดูหมิ่น |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
อนติจริยาย |
ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ |
| |
|
|
|
| |
๔.
|
วิสฺสริยโวสฺสคฺเคน |
ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้ |
| |
|
|
|
| |
๕.
|
อลงฺการานุปฺปทาเนน |
ด้วยให้เครื่องประดับตกแต่ง |
ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค พระสูตตันปิฎกเล่ม
๑๑/๒๐๑/๒๐๔
|
|
ศรีภรรยา
ภรรยาที่ดีต้องมีคุณธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาดังนี้
: -
| |
๑.
|
ทลิทฺที ทลิทสฺส |
เมื่อสามีขัดสน ก็ขัดสนด้วย |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
อฑฺฒา อทฺฒสฺส |
เมื่อสามีมั่งคั่ง ก็พลอยมั่งคั่งด้วย |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
กิตฺติมา |
เมื่อสามีมีชื่อเสียง ก็มีชื่อเสียงด้วย |
ขุททกนิกายชาดก พระสูตตันตปิฎกเล่ม
๒๗/๕๘๑/๑๔๑
|
|
คู่ครองที่ดี

พื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองเรือนอยู่กันได้ยืดยาวเรียกว่าสมชีวิธรรมมี
๔ ประการคือ
๑.
สมสัทธา มีศรัทธาเสมอกัน หนักแน่นเสมอกัน
ปรับตัวเข้าหากันลงกันได้
๒.
สมสีลา มีศีลเสมอกัน คือความประพฤติ จรรยามารยาท พื้นฐานการ
สอดคล้องไปกันได้
๓.
สมจาคา มีจาคะสมกัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีใจกว้าง
พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น
๔.
สมปัญญา ปัญญาสมกัน รู้เหตุรู้ผลเข้าใจกันอย่างน้อยพูดกันรู้เรื่อง
( องฺ จตุกฺก ๒๑/๕๕ )
วิธีแก้ปัญหา ลักษณะของครอบครัวที่ดี (ปัญหาครอบครัว
)
| |
๑.
|
ตุลฺยวยา |
มีวัยเสมอกัน |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
สมคฺคา |
อยู่ร่วมกันด้วยความปองดอง |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
อมุพฺพตา |
ประพฤติตามใจกันและกัน |
| |
|
|
|
| |
๔.
|
ธมฺมกามา |
เป็นคนฝักใฝ่ในธรรม |
| |
|
|
|
| |
๕.
|
ปชาตา |
ไม่เป็นหญิงหมัน |
| |
|
|
|
| |
๖. |
โกลินิยา สีลวตี |
มีศีลโดยสมควรแก่สกุล |
| |
|
|
|
| |
๗. |
ปติพฺพตา |
รู้จักปรนนิบัติสามี |
ขุททกนิกายชาดก พระสูตตันตปิฎกเล่มที่
๒๗/๑๔๗๘/๔๙๙
ความสุขอันชอบด้วยธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี
หรือความสุขที่ชาวบ้านควรทำให้เกิดแก่ตนอยู่เสมอเรียกว่า
“สุขของคฤหสถ์” มี :-
| |
๑.
|
อัตถิสุข |
สุขเกิดจากความมีทรัพย์ |
| |
|
|
|
| |
๒.
|
โภคสุข |
สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ |
| |
|
|
|
| |
๓.
|
อนณสุข |
สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ |
| |
|
|
|
| |
๔.
|
อนวัชชสุข |
สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษมีความสุจริต
ประพฤติไม่บกพร่องเสียหาย ใคร ๆ ตำหนิไม่ได้ |
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
พระสูตตันติปิฎกเล่มที่ ๒๑/๖๒/๙๑
|
|
ขอแชร์ด้วยคนค่ะอาจารย์เพื่อนๆส่งเมล์ให้ บทความของ ไมตรี ลิมปิชาติ
7 อย่า และ ไม่รับคืน
> นสพ. เดลินิวส์ วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 0:00 น
เมื่อต้นเดือน ผมได้ไปในงานมงคลสมรสระหว่างน.ส.วรรณพร อุดมชาติ กับ นายสหทัช ถาวรนานที่สโมสรทหารบก
> ในงานมีแขกผู้ใหญ่ขึ้นไปกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวตามพิธีการแต่งงานที่ถือปฏิบัติกันมานาน
> มีพ่อของเจ้าสาวคือพลตรีสิทธิพร อุดมชาติ ขึ้นไปกล่าวขอบคุณแขกและอวยพรคู่บ่าวสาวด้วย
> พ่อของเจ้าสาว ไม่ได้อวยพรแบบธรรมดาทั่วไป แต่ได้ขึ้นไปขับเสภา
> บนเวทีอย่างไพเราะ และ จับใจ ชนิดว่า แขกผู้มาร่วมงานต้องหยุดกินอาหารอย่างลืมตัวเพื่อฟังเสภาอย่างเดียว
>
การขับเสภาของพ่อเจ้าสาวนั้น
> เป็นการอวยพรแบบสอนแนะนำลูกสาวในการครองใจสามีให้อยู่หมัดพร้อมกับฝากฝังลูกเขยไปในตัวด้วย
> และต่อไปนี้คือบทเสภาที่ว่า
>
> อันบ้านเรือนใหญ่โต รโห! ฐาน
> มีเสาทาน หลายต้น พอทนไหว
> เกิดเป็นคน อยู่เดียว ก็เปลี่ยวใจ
> ต้องแต่งงาน กันไว้ อาศัยกัน
> ธรรมชาติ ของชีวิต พ่อคิดแล้ว
> ว่าลูกแก้ว คงต้องพราก จากอกฉัน
> ได้ออกเรือน มีคู่ครอง ฉลองวัน
> มีงานหมั้น วิวาห์ตาม ประเพณี
>
> เป็นเมียเขา พ่อขอสั่ง ไว้เจ็ดอย่า
> หนึ่งเป็นกงสุล ออกวีซ่า เขาจะหนี
> กำหนดเวลา ไปและกลับ ให้สามี
> มันไม่ดี อย่าไปทำ จะช้ำใจ
>
> อย่าที่สอง คิดเป็นนัก โบราณคดี
> ผัวเรานี้ แอบซ่อนเงิน ไว้ที่ไหน
> เที่ยวรื้อค้น ดูโน่นนี่ จะบรรลัย
> ลามปามไป แฟ้มงานผัว ตัวจะตรม
>
> อย่าที่สาม อย่าเป็นกรม สรรพากร
> เงินทุกบาท มีขั้นตอน น่าขื่นขม
> คอยจัดแจง เรื่องการเงิน แถมอบรม
> เมียคนไทย มักนิยม คิดว่างาม
>
> อย่าที่สี่ คิดเป็นผู้ พิพากษา
> ตัดสินโทษ ลงอาญา โดยไม่ถาม
> ชีวิตคู่ ยากตัดสิน อย่าวู่วาม
> คิดก่อนทำ สองประสาน บ้านมั่นคง
>
> อย่าที่ห้า ยื่นคำขาด กับสามี
> ทำแบบนี้ รังแต่จะ เ! ป็นผุยผง
> ความรุนแรง เหตุบานปลาย จะเพิ่มวง
> นวลอนงค์ ลูก ของพ่อ อย่าพึงทำ
>
> อย่าที่หก คิดว่าเป็น ดาราดัง
> เอาใจยาก ไม่ค่อยฟัง ช่างน่าขำ
> มีเรื่องมาก ให้ผัวทุกข์ ควรจดจำ
> ชีวิตคู่ ลูกอย่าทำ เป็นดารา
>
> อย่าสุดท้าย คิดเป็นหญิง เพียงคนเดียว
> ตลอดเสี้ยว ชีวิตของ คุณพี่ขา
> ต้องมีน้อง คนเดียว นะพี่ยา
> รักเท่านั้น มีคุณค่า มามัดใจ
>
> หันมาบอก ลูกเขย ว่าพ่อขอ
> ถ้าถามพ่อ ได้ลูกเขย ถูกใจไหม
> วันมาขอ พ่อแม่มา พ่อถูกใจ
> ยกลูกให้ เอ็งเอาไป ไม่รับคืน
> พร้อมกับฝาก ลูกสาว ให้ช่วยสอน
> ยามเธองอน ช่วยฝึกหัด ค่อยขัดขืน
> พาครอบครัว ถาวรนาน ให้ยั่งยืน
> ความชื่นมื่น ผูกสมัคร รักนิรันดร์..
>
>
ขอบคุณครับ ถ้าปฏิบัติได้จริงผมว่าครอบครัวคงมีความสุขมาก ๆ เลยครับผม ช่วยลดปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากการหญ่าร้าง สวัสดีครับ
สวัสดีครับตอนนี้ครอบครัวผมแตกแยกอยู่ช่วยผมที
ดิฉัน เกิดปี 2516 สามีเกิดปี 2523 ลูกติดดิฉันเป็นชาย อายุ 10ปี
ตอนนี้ดิฉันมีเรื่องกุ้มใจมาตลอด ระยะเวลา 7ปีกว่าที่อยู่กินกันมา
ดิฉันอยากได้ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิตที่ดี จึงอยากได้คำปรึกษาจากทุกท่านที่หวัง
ดี
เนื่องด้วยดิฉันรู้จักเค้าตั้งแต่เค้าเป็นร.ป.ภ. ที่เดียวกับพ่อเด็ก
สาเหตุที่ดิฉันต้องแยกทางจากพ่อเด็กเพราะ พ่อเด็กทำงานแบบ ทำงานเผื่อกินหลายวัน เช่น ทำวันนี้ อีก2-3วันกลับไปทำใหม่เมื่อเงิน
ใกล้หมด มันจึงมีปัญหาบ่อย ๆ ที่จะไม่มีเงินจ่ายค่าบ้านเค้า และ ไม่มีแม้กระทั่งส่งลูกตัวไปโรงเรียน ประจวบกับญาติทางเราเค้าไม่เอาด้วย เค้าไม่ยอมรับเพราะไม่มีความกระตือรือร้น
พอมาเจอคนใหม่ ตอนแรก เขาก็ดีกับลูกของเรา ได้แค่พักเดี่ยว เขาก็ออกปากให้เราเอาลูกไปไว้บ้าน ได้ 1 / 2 ปี ดิฉันก็ต้องเอากลับลงมา เพราะแม่ดิฉันตีลูกชายจนเป็นเรื่องถึงโรงพัก ก็เลยรับมาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่นั้นมา เค้าก็เริ่มเปลี่ยนไป
ดื่มสุรากับเพื่อน ติดเพื่อน ฟังเพื่อนมากกว่าเรา ไปไหนไม่บอก ถามไม่ตอบ อยู่บ้านถ้าเค้าไม่ดื่ม เค้าจะไม่ตอบ ไม่คุยด้วย ถ้าถามเทราซี้ เค้าจะโวยวาย ทุบตีเรา ไม่กลับบ้าน นอนกินเหล้ากับเพื่อน แม้กระทั้งครั้งหนึ่งเอาผู้หญิงมานอนที่ห้อง ก็ไม่รับ ทั้ง ๆ มีหลักฐานอยู่ เจ็ดปีย้ายบ้าน มา 2 ครั้ง เพราะเสียงเทลาะ ทำลายข้าวของที่เราซื้อมาทั้งหมด ตั้งแต่อยู่กับเค้ามา เงินไม่เคยให้เราเลยด้วยซำ
เช่น ถ้าเราขอ ด่าว่าเราเสีย ๆ หาย ๆ บางครั้งด่ายังครอบครัวของเรา
เงินเราซ่อนไว้ ก็บอกไม่ได้เอา เราก็นึกว่าลูกเอาไปก็ตีลูก เค้ากับนอนเฉยไม่รับรู้ปากแข็งเป็นอย่างเดียวว่าไม่ได้เอา
เทลาะกับเรา ก็ทำลายข้าวของหมด เฉพาะของเรา ถ้าเราทำของเค้าคืนเค้าจะอารวาทมาก
เลิกงานมาเค้าจะนั่งกินเหล้าไม่มืดไม่ดึกไม่เมาไม่กับบ้าน บางครั้ง ต้องออกตามเค้าเองด้วยซ้ำ
เวลาป่วย ก็ไม่เคยพาไปหาหมอ ไม่เคยดูแลแม้แต่ซื้อยาให้เราทาน แต่ถ้าเค้าล้ม เค้าจะถามหายาจากเรา ให้เราไปดูเค้าถ้าไม่ก็จะบ่นจะด่าอยู่อย่างนั้น
เรื่องเจ้าชู้ก็ที่หนึ่ง มีอะไรนอกบ้านมา ตอนกับมาถึงบ้านจะตีไหนก็ไม่รู้เราต้องเดินไปเปิดประตูให้เค้า ถ้าไม่เปิดก็จะถีบประตูเกือบพัง เพื่อนข้างห้องโทรมาด่าทุกครั้งไป ไม่สนว่า ตี 2,3,4 คือต้องเปิด ถ้าเป็นดิฉัน กลับช้า แค่ 4 ทุ่ม ก็จะปิดประตูไม่ให้ฉันเข้า ดิฉันต้องไปเช่าโรงแรมอยู่
พอดิฉันมีเงินมาหน่อย เค้าจะไม่จ่ายอะไร กินเหล้า มั่วผู้หญิง (ปากเค้าบอกเสมอว่าไม่เคยมีอะไรกับใคร) เล่นไพ่ ไฮโล มวย บอล ดื่มทุกอย่าง ยกเว้นเหล้าขาว
พอมีทองใส่ก็ให้เราไปจำนำมาจ่ายค่าบ้าน จ่ายค่าเหล้าค่านี่สินเค้า พอเราทวงทำเฉยไม่พูด ๆ แต่ว่าติดเงินอะไรเรานักหน้า เทลาะกันจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายถึงขั้นต้องเย็บ แต่เค้าก็ไม่สนใจเราเลย เงินทองไม่เคยให้ดิฉันเค้าซ่อนเงินทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน
ดิฉันเคยเอาเงินเค้าจากในกระเป๋าเค้าไม่เกิน20 .- แค้เค้าชอบเอาเราไปว่าให้เพื่อนฟังว่าเราชอบขโมยเงินเค้าไป(ทำเป็นเรื่องใหญ่เสมอ แต่ถ้าเงินเราหาย พูดเพียงว่า ไม่เกี่ยว ไม่เคยยุ่งไม่มั่ว)
เรื่องเสื้อผ้าเราก็ซื้อให้ เค้าไม่เคยซื้อให้เราเลยด้วยซ้ำ ให้ลูกแค่กางเกงบอลขาสั้น 2 ตัวเอง
ล่าสุดฉันเป็นคนจองห้องเช่าไว้ ในราคา 4,000.- กว่าบาท แต่ดิฉันว่าดิฉันไม่ได้ค่ามัดจำคืนเป็นแน่เพราะ
1. กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ก๊อกน้ำ สวิสปัก อ่างล้างหน้า ลูกบิดประตูห้องเช่า เค้าทำพังหมด ให้เค้ามาซ่อมให้ เค้าบอกว่าไม่ทำ
2. สิ้นเดือนนี้เค้าไม่จ่ายค่าห้องให้ด้วย
ความดีเค้าก็มี ทำกับข้าวให้ทานในบางครั้ง ไปตลาดเอง
ขอความกรุณาทุกท่านช่วยตัดสิ้นใจให้ด้วยนะค่ะ
ครัวผมมีปัญหา/2556วันที่5เดือน4พอ่แม่ผมรบกัน
การปล่อยให้คนอัมพาตทั้งตัวอยู่บ้านคนเดียว
โดยปกติแล้วมีลูกสาวและภรรยาเฝ้าดูอาการอยู่
มีวันนึงลูกสาวไปต่างจังหวัด แล้วภรรยาอยู่ในบ้าน
ซึ่งตอนนั่นไม่ทราบว่าภรรยาอยู่ที่บ้านหรือป่าว
หลังจากที่ลูกสาวจากบ้านไม่กี่วันจู่ๆพ่อได้เสียชีวิตลง
งานศพของพ่อจากไปไม่นานแม่ได้คนที่อุปการะมีคนหาเงินเข้าบ้าน
ซึ่งมีอยู่หลายครั้งที่ภรรยาไปบ้านคนนั้น และ
มีอยู่คืนนึงที่เห็นแม่ประคองคนนั้นที่เมาอยู่เดินผ่านประตูบ้าน
ซึ่งตอนนั้นลูกสาวเห็นอยู่ได้แต่กำมีดแอบยืนดูอยู่
แต่ได้แค่ยืนอยู่เท่านั่นแล้วเข้าห้องไปดูแลพ่อและร้องไห้อยู่คนเดียว
ปัจจุบันลูกสาวได้อยู่กับคนนั้นและแม่
และเธอได้เห็นเค้าสองคนทะเลาะกันบ่อย
ลูกสาวได้แต่อยู่ในห้องคนเดียว
นี่คือเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แค่เล่าสู่กันฟัง
อยากได้คำแนะนำให้กับลูกสาวหน่อยว่าเธอควรทำยังไงดี
และคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทความนี้
ตอนนี้หนูได้ทำโครงงานปัญหาครอบครัว ช่วยหน่อยค่ะ