ไม่รู้สึกอะไร เฉย ๆ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ
 
          ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมโต๊ะอาหารจีน (เจ) กับหญิงสาววัย ๒๗ ปี  ซึ่งพบกันโดยบังเอิญ    ในโอกาสเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ตอนเย็น  ครบหลักสูตร ๑๒๐  ชั่วโมง  รวม  ๓  เดือนเต็ม

           เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันดีจึงได้ชวนพูดคุย   จนทราบว่าภูมิลำเนาเดิมของเธออยู่ที่  จังหวัดศรีสะเกษ  มาทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายอาหารข้าวแกง  แถว ๆ  อำเภอเมือง   จังหวัดนครปฐม  ตั้งแต่อายุ  ๑๑  ปี  (ครอบครัวของเธอ พ่อเสียชีวิตแล้ว  แม่ก็มีสามีใหม่  เธอจึงต้องต่อสู้ชีวิตเพียงลำพัง...)

           ต่อมาเธอได้ไปศึกษาต่อในระบบการศึกษานอกโรงเรียนโดยไปเรียนที่กรุงเทพ ฯในวันอาทิตย์  จนจบ มัธยมศึกษาปีที่  ๖   จากนั้นก็สมัครเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง   ขณะนี้เธอเรียนอยู่ชั้นปีที่ ๓  อีกสองรายวิชาก็เรียนจบแล้ว

          ผู้เขียนแปลกใจว่าเธอใช้เวลาช่วงไหนในการอ่านหนังสือ   ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกจ้างคนเดียวในร้าน    เธอเล่าให้ฟังว่า   เธอต้องตื่นขึ้นมาทำงานในเวลา ๐๓.๓๐ น.  และทำงานในร้านจนเรียบร้อยในเวลาประมาณ  ๒๐.๓๐ น. จากนั้นก็จะเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่  ๒๑.๐๐ น. ถึง ๒๔.๐๐  น.
           ท่านผู้อ่านลองคำนวณเวลาดูซีคะ ว่าเธอได้นอนวันละกี่ชั่วโมง ?  

           ได้ยินดังนั้นผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ที่อดนอนไม่ได้  (ให้อดข้าวดีกว่า)  รู้สึกแปลกใจ  จึงถามเธอว่า แล้วร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกอ่อนเพลียบ้างไหม ?  เธอตอบว่า  "ไม่รู้สึกอะไร เฉย ๆ เป็นปรกติ   ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ..."
           จริงซีนะ  ทุกอย่างอยู่ที่ใจ  น่าชื่นชมจริง ๆ   ขณะที่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง  ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา    ยังหาญกล้าแปรเปลี่ยนพลิกผันชีวิตของตนด้วยการติดอาวุธทางปัญญา   โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค  

           ขณะเดียวกับที่เพื่อนบ้านของเธอจำนวนไม่น้อยที่ด้อยโอกาสทาง
การศึกษาเช่นกัน       กลับเลือกที่จะขายบริการบางอย่างด้วยการแลกกายขายศักดิ์ศรีตามสถานเริงรมย์ต่าง ๆ นี่เป็นเพราะค่านิยมหรือจนปัญญากันแน่ ?
            อย่างไรก็ตาม   นี่เป็นอีกตัวอย่างภาพชีวิตที่งดงามของเด็กสาวคนหนึ่ง  ผู้ซึ่งมีความขยันหมั่นเพียร    ตรากตรำกรำงานหนักขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่างเพียงน้อยนิดที่มีอยู่เพื่อพัฒนาตนเอง 

            อยากให้เด็ก ๆ  หลายคน รวมทั้งผู้ใหญ่  ที่ใช้ชีวิตแบบไร้สาระ   และหมดเวลาไปกับการเที่ยวเตร่ เล่นเกม นั่งดูหนังดูละคร ดื่มเหล้า  สูบบุหรี่      มีชีวิตเพื่อหายใจรดโลกทิ้งไปวันหนึ่ง ๆ   ได้อ่านเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนนี้  เพื่อจะได้มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง.....
                                    ...............................