หนูขอขอบคุณ..พ่อ...ที่ทำให้หนูได้มีในวันนี้และยังทำให้หนูปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นพยาบาลที่ดีอีกด้วย

ฉันจำความได้ว่า ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป้นลูกสาวตัวเล็กๆของพ่อ  พ่อมักจะปลูกฝังให้ฉันเป็นพยาบาล นั่นคงเป็นความหวังของพ่อ..ผู้ชายคนที่ฉันรักมากที่สุด

และยังจำได้อีกว่าในตอนนั้นในอำเภอที่ฉันอยู่ จะมีนายอำเภอมาทำงานประจำ ท่านนายอำเภอคนนี้มีคุณนายเป็นสาวสวยมากๆ

ฉันบอกกับพ่อในตอนนั้นที่มีอายุประมาณ ๕-๖ ขวบ ด้วยความไร้เดียงสาว่าว่า

“ โตขึ้นมา หนูอยากเป็นเมียนายอำเภอนะพ่อนะคะ”

และยังจำได้ว่าพ่อตอบฉันด้วยความเมตตาว่า “ เป็นพยาบาลดีกว่านะลูก...เป็นพยาบาลหนูจะได้อยู่กับพ่อยังไงละ”

อาชีพพยาบาลจึงเป็นเป้าหมายในชีวิตฉันรวมทั้งเป็นความฝันร่วมระหว่างฉันกับพ่อ..นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา 

ด้วยความตั้งใจและกำลังใจจากพ่ออย่างสม่ำเสมอ ฉันจึงสามารถสอบผ่านเข้าเรียนพยาบาลได้ในที่สุด

ในวันที่พ่อทราบผลว่าฉันสามารถเข้าเรียนพยาบาลได้สมดังความฝัน..พ่อพาฉันนั่งซ้อนท้ายจักรยานไปทั่วหมู่บ้าน เพื่ออวดบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างปลาบปลื้มใจ

“ ลูกสาวผม สอบเรียนพยาบาลได้แล้วครับ..”

พ่อฉันเป็นผู้ชายตัวโตแข็งแรงไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยให้ได้เห็นแม้แต่นิดเดียว  แต่หากมีอาการอะไรที่ผิดปกติมักจะเล่าให้ฉันฟังเสมอ คงจะเห่อลูกสาวแน่ๆ .ฉันนึกในใจ  แต่ทุกครั้งฉันจะกระวีกระวาดจัดหายาให้ท่านเสมอ..

วันหนึ่งพ่อมีอาการปวดหลังมาก พ่อบอกว่าจะขี่มอเตอร์ไซดิ์มาหาฉันที่โรงพยาบาล  ฉันรอแล้วรอเล่า จนบ่ายพ่อจึงมาถึงที่พัก

“ พ่อไปแวะนวดหลังมา..มันปวดมาก..”

ฉันเปิดดูที่บริเวณแถวไหล่ พบเป็นรอยแดง..คงจะถูกหมอนวดมือแรงละสิ..”

ฉันตัดสินใจให้พ่อนอนพักที่บ้าน ไม่ต้องไปทำงาน และจัดแจงหา ยามาให้พ่อกินแก้ปวด ไปขอยาหมอมาฉีดให้พ่อด้วยเช้า-เย็น ( เมื่อมาทบทวนในตอนหลังฉันจึงรู้ตัวว่า ฉันเอง ลุกรักของพ่อคนนี้ เป็นคนตัดโอกาส และตัดสิทธิของพ่อในการวินิฉัยและรักษาที่ถุกต้อง ตั้งแต่แรก) ..ตอนนั้นคิดในใจว่าคงจะอ้อนลูกสาวเสียกระมัง ..คงทำงานมากไปอยากพักผ่อนแน่ๆ

๓-๔ วันพ่ออาการดีขึ้นทันตาเห็น จึงกลับไปทำงานต่ออีกที่อีกจังหวัดหนึ่ง พ่อทำงานอยู่หน่วยดับเพลิง ในอาทิตย์นั้นเขามีการซ้อมอัคคีภัยระดับจังหวัด  พ่อก็ไปร่วมด้วยเช่นเคย.. ในระหว่างการซ้อม พ่อมีอาการปวดมากอย่างรุนแรง เพื่อนร่วมงานจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ของจังหวัดนั้น

ฉันแทบสิ้นสติเมื่อ มีคนแจ้งว่า พ่อต้องนอนรักษาตัวถึงเดือนครึ่ง เพื่อรับการรักษาที่ถุกต้อง จะต้องฉีดยาทุก ๖ ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง

พ่อเป็นอะไร? ฉันได้แต่ฉงน .งหรือว่าทางรพ.คงอยากได้ค่ารักษา พยาบาลเสียกระมัง?

เมื่อฉันไปพบหมอจึงพบว่า ที่แท้จริงแล้ว พ่อแนมีอาการของโรคกระดูก ซึ่งไม่ค่อยมีใครเป็น

ฉันมีความรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถุกที่ด่วนตัดสินล่วงหน้าว่า พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากนัก ไม่ได้คิดแม้แต่จะถามว่าพ่อไปทำอะไรมาเสียด้วยซ้าไป..ฉันรู้สึกผิดเหลือเกิน.. 

เพราะฉันเพิ่งทราบว่า ก่อนที่จะมีอาการปวดหลังนั้น พ่อได้ถุกเสี้ยนหนามตำที่นิ้วมือ ทางแพทย์จึงวินิจแยว่าอาจจะมีการติดเชื้อเข้าไปในกระแสเลือด.. 

ฉันไม่คาดคิดเลยว่า เรื่องความละเลยเล้กๆน้อยๆจะกลายขยายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เกือบคร่าชีวิตพ่อที่รักของลุกสาวคนนี้ไปเสียแล้ว.. 

บทเรียน เรื่องพ่อ จึงทำให้แนมาทบทวนว่า ทุกวันนี้การทำงานของฉัน เราทำงานไป เราอาจจะฟังคนอื่นน้อยไป ฟังคนไข้น้อยไปจริงๆ.. เรายังไม่ได้ทำหน้าที่ของคนที่เป็นพยาบาลอย่างสมบูรณ์ 

พ่อ..นอนโรงพยาบาลเกือบเดือนครึ่ง..แต่พ่อก็ยังภาคภูมิใจลุกสาวคนนี้ไม่มีเสื่อมคลาย.. หากวันใดที่คุณพยาบาลแทงน้าเกลือให้พ่อไม่ได้ พ่อมักจะบอกว่า

 “ ลูกสาวผมเขาแทงน้ำเกลือเก่งครับ..เดี๋ยวเขาก็มา”.. ฉันได้ฟังพ่อทีไร ก็รู้สึกผิดไปเสียทุกครั้ง

“ พ่อจ๋า..หนูไม่เก่งเลย..ต่อไปนี้หนูจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้สมกับความภาคภูมิใจของพ่อ.. หนูจะต้องค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนไข้ให้มากกว่าที่หนูเห็น”...ฉันสัญญากับตัวเอง

หนูขอขอบคุณ..พ่อที่ทำให้หนูได้มีในวันนี้และยังทำให้หนูปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นพยาบาลที่ดีอีกด้วยคะ..

 หนูรักพ่อมากคะ

 

 คุณ อัญชลี คงอ้าย

เจ้าของเรื่องชีวิตจริงของเธอ " นางฟ้าของพ่อ"

( คนนั่งกลาง)

.....................................................................................

จากเรื่องเล่าของ คุณอัญชลี คงอ้าย

วิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลลำพูน

SHA.... โรงพยาบาลลำพูน

ด้วยความขอบคุณ

แม่ต้อย