ความทุกข์อยู่ได้ไม่นาน ความฝันอยู่ได้ไม่นาน ความจริงอยู่ได้นานกว่า อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับแค่ไหน

        อากาศยามเช้าของโรงพยาบาลพะโต๊ะสวยงามช่างสดใสยิ่งนัก  แต่ตัวฉันเองกลับไม่สดชื่น สดใสเหมือนบรรยากาศข้างกายเลย เสมือนมรสุมร้ายที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิตของฉันเลยด้วยซ้ำ เฮ่อ... คิดแล้วท้อ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วย ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ดวงตกอีกปีหนึ่งหลังจากผ่านวัยเบญจเพสมาหลายปี

        9 กันยายน 2552  ตอนสายของวันทำงาน ฉันได้ระบายความทุกข์ในใจให้น้องเจ้าหน้าที่คนหนึ่งฟัง ถึงแม้เค้าจะช่วยอะไรฉันไม่ได้ แต่ขอให้มีใครสักคนได้ฟังในสิ่งที่ฉันเล่า เพื่อผ่อนคลายความกดดันที่มันเกิดขึ้นภายในใจ ฉันเล่าไปพลางร้องไห้ไป โดยที่ไม่อายสายตาใคร ๆ ที่จ้องมอง เหตุเพราะความบังเอิญหรือตั้งใจก็ไม่อาจรู้ได้ “มีแบงค์ย่อยให้ผมแลกมั๊ยครับ”   ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลของใครคนหนึ่ง พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาด้วยบุคลิกที่สง่า แววตาแห่งความเป็นมิตร  “มีค่ะ“

        ฉันตอบพร้อมกับเอามือปาดน้ำตาที่อาบแก้มพร้อมหยิบยื่นแบงค์ย่อยด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าที่อาบน้ำตาคงเป็นที่ข้องใจแก่ผู้ที่พบเห็น ความรู้สึกคงไม่ต่างกับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอยู่ขณะนี้ลึก ๆ ก็ละอายแก่ใจที่ไม่สมควรเอาเรื่องส่วนตัวมาคิดและร้องให้ในที่ทำงานเลย

        ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ชายคนเดิมได้เข้ามาพูดคุยกับฉันว่า น้องจ๋า พรุ่งนี้เช้าทางโรงพยาบาลจะมีกิจกรรมนิมนต์พระมาตักบาตรซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมกันทุกเดือนโดยทีมจริยธรรม เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันทำบุญตักบาตร แต่สำหรับในเดือนนี้พิเศษกว่าเดือนที่ผ่านมาคือจะให้ผู้ที่มีเดือนเกิดตรงกับเดือนนั้น ๆ เชิญให้มาร่วมตักบาตร ใครที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญด้วยกัน “น้องจ๋าเกิดเดือนอะไร”  เดือนกันยายน ค่ะ ฉันตอบไป แต่ในใจก็คิดว่า อ้าวนี่ใกล้วันคล้ายวันเกิดอีกรอบแล้วหรือนี่  “ฉันอุทานเบา ๆ” ชายเจ้าของเสียงบอกเพิ่มเติมว่า พรุ่งนี้ร่วมทำบุญด้วยกันนะครับ “ ได้ค่ะ ฉันตอบไปสั้น ๆ และได้เดินจากไป แต่คำพูดต่าง ๆ ยังก้องอยู่ในหู ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ตื่นเต้นลืมกล่าวคำว่าขอบคุณ เท้าช้ากว่าความคิด ชายคนนั้นได้เดินลับสายตาไปเสียแล้ว ฉันรีบปาดน้ำตาหยดสุดท้ายออกจากใบหน้าทันที “สิ่งที่อยากระบาย คือ ร้องตะโกนบอกว่า ขอบคุณค่ะ คุณหมอกอล์ฟ”ที่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดของฉัน

        10 กันยายน  2552 เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นเต้น เช้านี้อากาศสดชื่นเป็นพิเศษกว่าวันวาน  เพิ่งรู้ว่าฟ้าหลังฝนมันรู้สึกอย่างนี้นี่เอง สิ้นเสียงพระให้ศีล ฉันได้กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับและกับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  ฉันรู้แต่เพียงว่า ใจที่ขุ่นมัวของฉัน ตอนนี้มันเริ่มตกตะกอนไปบ้างแล้ว

       14.00 น. ณ.ห้องประชุมโรงพยาบาลพะโต๊ะ ของวันนั้นซึ่งตรงกับวันประชุมประจำเดือนของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสได้มาพบเจอ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อทราบว่าความก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งซึ่งทางโรงพยาบาล. มีกิจกรรมเติมเต็มความสุขแบบสุนทรียะในวันเกิดของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน สำหรับคนที่เกิดเดือนกันยายน และแอบมีเซอร์ไพร์เล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่สลัว เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ขับขานเบา ๆ ด้วยเสียงของเจ้าหน้าที่ทุกคน ฟังเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่มสักที พาให้ใจเคลิบเคลิ้มไปได้ชั่วขณะ  มีการอวยพรวันเกิด  , ทานเค้กร่วมกัน ฉันบอกไม่ถูกว่าฉันมีความสุขแค่ไหน นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฉันเลยก็ว่าได้ ฉันมีความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกว่าสิ่งดี ๆ อย่างนี้จะเกิดขึ้นในชีวิตของฉันส่วนลึกภายในใจเคยคิดเสมอว่า ท่านผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ทุกคน ต่างมีภาระหน้าที่มากมาย มีปัญหาให้ขบคิดอยู่ตลอดเวลา เวลาแห่งความเป็นส่วนตัวแทบไม่มี แต่ยังคิดกิจกรรมดี ๆ ให้ทำอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สร้างบรรยากาศที่ช่างอบอุ่น ตื้นตันใจจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเอง

        ถึงแม้ว่ามรสุมแห่งชีวิตที่ผ่านมาหนักหนาเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าปัญหาทุกปัญหาต้องมีแนวทางแก้ไขเสมอ แค่วันนี้ฉันยังหาผลลัพธ์ไม่เจอก็เท่านั้น แต่เชื่อว่าเมื่อฝนซา ฟ้าย่อมสดใสคงมีอะไรที่ดี ดี ผ่านมาในชีวิตฉันบ้าง  ต้องขอขอบคุณคนข้างกายที่ไม่เคยทอดทิ้งฉัน และคอยเป็นกำลังใจ หลักประคองใจ ยามที่ฉันท้อแท้อ่อนแออยู่เสมอ

        ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพะโต๊ะทุกคนที่มีส่วนในการจัดกิจกรรม วันคล้ายวันเกิด ทำให้ฉันได้เจอเรื่องดีดี เปรียบเหมือนเข็มทิศที่ช่วยนำทาง ให้ฉันได้เจอกับคำว่าความ “ความสุขในวันนี้”….

 

                                                                            น้องจ๋า 

                                                          พนักงานขายร้านรักษ์สุขภาพ