ชีวิตผู้ให้อย่างผม ต้องการให้คนเหล่านั้นหายเจ็บ หายปวด ผมก็หายเหนื่อยแล้ว

      รุ่งขึ้นของวันใหม่ผมได้ออกจากบ้านไปทำงานเหมือนเฉกเช่นทุกวันแต่วันนี้ผมอยู่เวรรีเฟอร์ต้องรีบออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ ต้องตรวจเช็คสภาพรถยนต์เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ระหว่างผมกำลังเปิดประตูรถเพื่อระบายอากาศ ได้มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง สองเท้าราพื้นชะลอความเร็ว สิ้นเสียงเครื่องยนต์ผมรีบเข้าไปซักถามอาการเบื้องต้นทันที

        ใครเป็นอะไรครับ? 

      “ลูกปวดท้องมาก” ผู้เป็นแม่บอก ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน ผมเหลือบไปมองหนูน้อย หน้าตาบ่งบอกถึงความเจ็บปวด  ผมช่วยอุ้มหนูน้อยลงจากรถขึ้น      เปลนอน ผมเข็นเปลกึ่งวิ่งไปยังห้องฉุกเฉินทันที ไม่เป็นไรนะครับถึงมือหมอแล้ว ผมก็ได้แต่ปลอบใจผู้เป็นแม่ หลังจากนั้นผมก็ไปทำงานเอกสารต่อ

          กริ้ง กริ้ง กริ้ง ผมชะงักมือทันที

          “หน่วยงานยานพาหนะสวัสดีครับ”

         “………………..”        “ครับผม”

    ผมละมือที่กำลังทำงานอยู่และรีบวิ่งนำรถมาจอดรอบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน สังเกตเห็นเด็กที่ผมช่วยอุ้มลงจากรถเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงซึ่งผู้เป็นแม่ยืนเฝ้าดูลูกน้อยไม่ยอมให้คลาดสายตา

  ผมเหยียบคันเร่งเพื่อมุ่งไปสู่ฝั่งอันดามันเป้าหมาย คือ โรงพยาบาลระนอง ระหว่างทางผมได้พูดคุยปลอบใจ ผู้เป็นแม่แทบตลอดเส้นทาง (ทราบว่าผู้เป็นแม่เมารถเลยให้นั่งข้างหน้าคู่กับผม) ส่วนผมก็ทำเวลาให้ถึงโรงพยาบาลเพื่อจะได้พบหมอให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ทั้งนี้ก็เน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลักเช่นกัน ผมสังเกตเห็นผ่านกระจกและได้ยินเสียงแว่ว ๆ บางครั้งก็วัดความดันบ้าง หรือไม่ก็จับชีพจร บ้างก็พูดเพื่อปลอบขวัญหนูน้อยตลอดระยะทาง เห็นแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อีกไม่กี่วินาทีผมก็ปิดเสียงไซเรนเพื่อบอกให้รู้ว่า ณ.เวลานี้ พวกเรามาถึงที่หมายแล้วด้วยความปลอดภัย

         ประมาณ 1 อาทิตย์ต่อมาผมมีโอกาสไปเยี่ยมหนูน้อยที่บ้าน สิ่งที่ผมเห็นเป็นอันดับแรกที่ทำให้ผมประทับใจไม่รู้ลืม ความผูกพันระหว่างแม่และลูก เป็นอะไรที่เหนือคำบรรยายจริง ๆ แม่กับลูกนั่งคุยหยอกเย้ากัน หน้าตายิ้มแย้ม   แจ่มใส ความสุขใด ๆ ในโลกนี้ ไม่มีเท่าเทียมอ้อมกอดแม่นี้ สุขเกินใคร

คำถามแรกที่ผมถามเด็กน้อยทันทีที่สบโอกาส...

      “ เป็นอย่างไรบ้างลูก หายเจ็บหรือยังครับ" หนูน้อยตอบทันควันว่า หายเจ็บแล้วครับ

      ผมก็เลยหันไปถามแม่บ้าง "ลูกแผลหายสนิทแล้วหรือครับ" แม่ตอบ หายแล้ว พร้อมกับเลิกชายเสื้อให้ผมดูบาดแผลที่ยังหายไม่สนิท และยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ ผมได้คุยกับแม่สักพักใหญ่ก็ขอตัวกลับ

      3 ปี กับการขับรถส่งผู้ป่วยผมสุขใจยิ่งนักที่ได้ส่งต่อผู้ป่วยถึงที่หมายด้วยความปลอดภัยและทันท่วงที เป็นที่กล่าวขานเรื่องความหฤโหดของเส้นทาง   ถนนสายหลังสวน – ราชกรูด เรื่อง หุบเหวอันสูงชัน โค้งแล้ว โค้งเล่า มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สำหรับผมเริ่มคุ้นชินในแต่ละโค้งอันตราย แต่ทั้งนี้ผมก็ไม่เคยประมาทกับเสี้ยววินาทีแห่งชีวิตเหมือนกัน ก็ได้แต่ภาวนาในใจทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งเพื่อมุ่งไปสู่ที่หมาย ด้วยผลบุญทั้งหมดที่ลูกได้กระทำก็เพื่อช่วยคนให้เขาเหล่านั้นหลุดพ้นจากความเจ็บปวด และขอให้ตัวเองกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย ทุกครั้งที่ผมถอยรถเข้าที่เก็บรถจะมีเสียงผ่อนลมหายใจออกด้วยความโล่งอก ปัง.....เสียงปิดประตูรถดังขึ้นเหมือนกับหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ภารกิจสำหรับส่งผู้ป่วยเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งที่ผมตั้งมั่นอยู่ในใจตลอดเวลา “ชีวิตผู้ให้อย่างผม ต้องการให้คนเหล่านั้นหายเจ็บ หายปวด ผมก็หายเหนื่อยแล้ว” แค่นี้ก็เกินพอสำหรับชีวิตนี้ วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ แต่วันนี้ผมได้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดในระดับหนึ่งแล้ว......

 

                                                                                      พี่แพน