ใครชอบนวด ยกมือขึ้น..."ใครไม่ชอบนวด ยกมือไม่ขึ้น"

  คนที่เคยนวดแผนโบราณอาจจะติดใจ ต้องกลับไปนวดซ้ำไปย้ำจุดต่ออีกหลายๆรอบ แต่บางคนก็ไม่ไหว ไม่ชอบ ไม่ถูกจริต...

  จากที่ได้เคยไปนวดแผนโบราณเพราะเริ่มจากนั่งทำงานหน้าคอมพ์นานๆแล้วปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น ท้องไส้ปั่นป่วน...ยกแขนไม่ขึ้นเลยจริงๆ จนแขนชา นิ้วชาไปหมด ...เลยเข้าไปลองให้หมอนวดแก้ไขจุดหยุดปัญหาให้ อาการที่เป็นก็ทุเลา โอเคเราดีขึ้น ประทับใจ เลยชอบศาสตร์และศิลป์แขนงนี้มากๆ

  เวลาหมอจะเริ่มนวดเรา เค้าก็จะยกมือไหว้ครู มีท่าทีมุ่งมั่น ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในศรัทธาของอาชีพนี้ ความตั้งใจในการนวด เห็นได้ชัดว่าหมอทำเพื่อช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยของเราจริงๆ หลายครั้งที่ได้รับเคล็ดลับการดูแลตัวเองจากหมอด้วย เช่น เรื่องการพักผ่อน การกดจุดด้วยตัวเอง

  บางครั้งเคยเดินทางข้ามจังหวัดก็เลยต้องเปลี่ยนหมอนวด ก็ได้เห็นความแตกต่างของฝีมือการนวด...หมอนวดต้องใช้ทั้งวิชาความรู้และทักษะการสื่อสารกับลูกค้าด้วย ฝีมือของหมอเลยแตกต่างกันออกไป 

  ทุกวันนี้จะเรียกหมอนวดว่า "คุณหมอ" ถือว่าเป็นคุณหมอประจำตัว ช่วยแก้ไขอาการติดขัดของร่างกาย มองว่าอาชีพนี้มหัศจรรย์มาก น่ายกย่อง เพราะช่วยเหลือผู้คนได้อีกทางหนึ่ง เราสามารถใช้การนวดควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองด้วยวิถีธรรมชาติ เช่น รับประทานข้าวกล้อง ออกกำลังกายอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงอาหารทำร้ายสุขภาพ รักษาอารมณ์ให้แจ่มใส เบิกบาน

  "หมอนวดแผนโบราณ" อาชีพสุจริตไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำร้ายสังคม น่ายกย่อง แต่อาชีพนี้เคยถามคุณหมอ พบว่าต้องมีความเพียร(ฝึกฝนฝีมือ) ต้องมีความอดทน(เจอะเจอลูกค้าหลากหลาย) ต้องมีจิตที่เป็นกุศล(ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครูบาอาจารย์) ฯลฯ ...ไม่ใช่ใครก็เป็นได้ง่ายๆ

  จึงรู้สึกทึ่งในภูมิปัญญาไทย...อยากให้คนว่างงานไปเรียนเป็นหมอนวดแผนโบราณกันเยอะๆ อย่างน้อยๆก็ให้เหมือนกับคุณหมอคนหนึ่งเคยบอกว่า "พี่กลับไปนวดให้แม่เห็นแม่มีความสุขมากๆ เพื่อนบ้านก็มารอให้พี่นวด...รู้สึกทุกคนเป็นมิตรกับเรามากขึ้น พี่มีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน"

  จริงดังคำกล่าวที่ว่า ไม่มีใครเลือกเกิดได้ แต่เมื่อเกิดมาแล้วก็เลือกที่จะเป็นได้..."เลือกที่จะมีส่วนช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเมตตากรุณา" และ "เลือกที่จะสืบสานภูมิปัญญาไทย" อีกด้วย