บันทึกหน้าสุดท้าย...
สิ่งที่ได้เรียนรู้และจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
กิติวัฒน์ คงธนชาติ “ ได้ตระหนัก / เรียนรู้มากขึ้น ถึงความสำคัญของการสร้างความคิดเชิงบวก และการสร้างสภาพพร้อมเรียนรู้ และการสร้างสภาพพร้อมเรียนรู้เพื่อให้การเรียนรู้ / รับรู้ ได้ผลอย่างเต็มที่
ได้ตระหนักถึงความหลากหลายของคุณลักษณะของคนต่างๆ ในสังคม และความสำคัญในการยอมรับความแตกต่างของกันและกัน
ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นผู้รับและผู้ให้ เช่น ถ้าลูกของเราไม่ได้เรียนที่เพลินพัฒนา แต่ก็เป็นการให้โอกาสแก่คนอื่น ในขณะเดียวกันถ้าลูกได้รับเลือกเข้าเรียนก็เป็นการที่ได้รับโอกาสนี้มาจากการให้ของผู้อื่น ดังนั้นก็จะต้องตระหนักถึงคุณค่าของการได้รับนี้ และทำให้ดีที่สุด”
ธราธร พิทยะ “ทำให้ผมได้คิดถึงตัวเองมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น ปัญหาหลายอย่างแก้ไม่ได้ถ้าไม่รู้จักต้นตอ ส่วนมากแล้วต้นตอจะเกิดจากตัวเอง ผมดีใจที่ได้มาคิดเรื่องตัวเอง เพื่อที่จะมาพัฒนาตัวเอง จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก จะมาหวังพึ่งโรงเรียนอย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะผมก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องทำงานร่วมกับครูในการพัฒนาลูก...”
ชัชสรัญ เสวนะบัณฑิตแพทย์ “ชอบประโยคที่ว่า “ควรมองเห็นคุณค่าของกันและกัน” เป็นนิยามในเชิงบวก และสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ไปใช้กับตนเอง กับสามี กับครอบครัว คนใกล้ชิด โรงเรียน ครู สังคม หากมองเห็นคุณค่าของกันและกัน จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
แม่เห็นคุณค่าของพ่อ
สามีเห็นคุณค่าของภรรยาลูกเห็นคุณค่าของคุณพ่อ คุณแม่ ครูโรงเรียน
พ่อ แม่ ลูก เป็นคุณค่าไปเสริมกันและกัน
โรงเรียนและครู เป็นแรงกระตุ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ “คุณค่า” ต่อกัน
ประโยชน์เกิดแน่นอน”
จริญญา มาลสุขุม
- ตระหนักและรู้ตัวตนของตนเอง ข้อดี ข้อด้อย
- ได้แลกเปลี่ยนทัศนคติกับผู้อื่น ถึงแม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทุกคนก็มีอัธยาศัยไมตรีจิตที่ดีต่อกันในการแสดงความคิดเห็นและยอมรับตัวตนของกันและกัน
- มีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นพ่อแม่มากยิ่งขึ้น ได้รู้ว่าทุกคนก็ไม่ใช่พ่อแม่ perfect แต่เป็นพ่อแม่ที่มีความพยายามพัฒนาตนเองเพื่อลูก และพัฒนาลูกเพื่อเป็นคนดีของสังคม เพราะเคยเครียดและคิดว่าตนเองเลี้ยงลูกได้ดีหรือยัง เคยกลัวการแข่งขันกับผู้อื่นเหมือนกัน แต่จากการทำกิจกรรมในวันนี้ ทำให้ความคิดนี้หายไปเลยค่ะ
- ทุกคนต่างก็มีจุดต่างไม่เหมือนกัน แต่ก็มีจุดเหมือนหรือจุดสมดุลที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้
- พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก
พรนิภา สันนิภางกูร
- คนเราพร้อมที่จะเรียนรู้ได้ทุกเวลา อยู่ที่สติ สมาธิ ความตั้งใจ
- ความสมดุลอยู่ที่การปรับตัวใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน แต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
- ได้เรียนรู้ตัวเอง ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้หันกลับมามองตัวเองในบางมุมที่มองข้ามไป
- ได้แบ่งปันประสบการณ์กับผู้ปกครองท่านอื่น
- ความดี ความงามสร้างได้ อยู่ที่ความร่วมมือของครูและพ่อแม่
- ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็น ไม่ใช่เฉพาะลูกของเรา
สัญญาลักษณ์ ชัยขจรวัฒน์ “ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ (ทั้งในระหว่างทำกิจกรรม และนอกเวลาที่ทำกิจกรรม) ซึ่งทำให้เปิดมุมมอง – ความคิดใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูก
ได้ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น (จากกิจกรรม “สี่ทิศ” และ “ตารางสี่ช่อง”) ได้มอง – วิเคราะห์ตัวเอง ในมุมที่มักจะละเลย ไม่คิดถึง น่าจะนำความเข้าใจตัวเองในส่วนนี้ไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงการใช้ชีวิตและการเลี้ยงดูลูกได้พอสมควร
ได้ถามตัวเองอีกครั้งว่าคาดหวังปรารถนาอะไรในการส่งลูกมาเข้าโรงเรียน และก็ได้ตอบคำถามตัวเองจากมุมมองของคุณครู ซึ่งแม้จะใช้เวลาไม่นาน และได้คำตอบเพียงในเบื้องต้น แต่ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำไปคิดต่อ เพื่อให้เข้าใจประเด็นต่างๆ จากมุมมองของคุณครูมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ทางโรงเรียนกับผู้ปกครองร่วมมือกันในการชี้แนะแนวทางให้แก่ลูกๆ ได้ดีขึ้น
สวัสดีครับคุณครูใหม่
การรู้จักตนเอง และเรียนรู้ผู้อื่น ย่อมทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแน่นอนครับ
ขอบคุณครับ
ชื่นชมการจัดการเรียนการสอนที่นี่มากครับ
เดิมต้ังใจจะเตรียมการเพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนที่นี่
แต่คำนวน บวก ลบ คูณ หาร แล้ว คงส่งเสียยากครับ
น่าจะมีโรงเรียนแบบนี้เยอะ ๆ นะครับ
และลดค่าใช้จ่ายลงหน่อย พ่อแม่ที่เขียมเงินทองจะได้มีโอกาสให้ลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ
สวัสดีค่ะ คุณบินหลาดง และคุณหนานเกียรติ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบันทึกจากเพลินมาโดยตลอดค่ะ หากทางโรงเรียนมีความสามารถในการสร้างบุคลากรทางการศึกษามากกว่านี้เมื่อไหร่ รับรองว่าจะมีโรงเรียนในแนวคิดของเพลินพัฒนาตั้งขึ้นเพิ่มเติมแน่ๆ ค่ะ
เพราะทางโรงเรียนตั้งใจอยู่ว่าจะใช้เพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบ ในการสร้างโรงเรียนที่เข้าถึงกลุ่มผู้ปกครองได้มากขึ้น อย่างที่คุณหนานเกียรติคิดเอาไว้ เพื่อจะได้เป็นส่วนเล็กๆ ในการร่วมสร้างสังคมไทย ให้เป็นสังคมอุดมปัญญาต่อไปค่ะ :)
การเรียนรู้ตนเองทำให้เราได้เรียนรู้คนอื่นด้วย ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ