DON'T JUDGE A BOOK BY ITS COVER

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก อายุประมาณ ๙ - ๑๐ ขวบ  ได้มีโอกาสไปพักอาศัยที่บ้านคุณยาย ซึ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกๆหลานๆมาอยู่ด้วยค่อนข้างเยอะ ข้าพเจ้าก็ได้เห็นหนังสือต่างๆของพี่ๆวางอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเรารู้สึกว่า การได้ออกไปเล่นเป็นอะไรที่สนุกที่สุด เราก็วิ่งเล่นนู่น เล่นนี่ไปวันๆ ตามประสาเด็กน้อย

แต่ข้าพเจ้าก็มีนิสัยอย่างหนึ่งคือ ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ที่บ้านคุณยายจะรับหนังสือพิมพ์เป็นประจำทุกวัน คนส่งหนังสือพิมพ์จะเอาหนังสือพิมพ์มาเสียบไว้ที่ประตูรั้วบ้าน ตอนประมาณบ่ายแก่ๆของทุกวัน ข้าพเจ้าจะชอบวิ่งไปหยิบมาเป็นคนแรก แล้วก็จะรู้สึกดีใจบวกตื่นเต้นที่จะได้อ่านหนังสือพิมพ์ใหม่

อยู่มาวันหนึ่ง ข้าพเจ้าอ่านหนังสือพิมพ์แล้วเกิดสงสัยความหมายของคำๆหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร ข้าพเจ้าก็เลยไปถามแม่ แม่ก็บอกว่า ไปเปิดปทานุกรมนักเรียนเล่มที่วางอยู่ในห้องนั้นดูสิลูก แล้วข้าพเจ้าก็เดินไปหาปทานุกรมตามคำแนะนำของแม่พร้อมกับสงสัยว่าไอ้ปทานุกรมนี่มันคืออะไร ขณะกำลังหาไปเรื่อยๆ สายตาของข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็น หนังสือขนาดกะทัดรัดพอดีมือเล่มหนึ่ง หน้าปกเป็นสีเขียวแก่ออกเขียวขี้ม้า มีตัวหนังสือเขียนว่า ปทานุกรมนักเรียน ริมกระดาษออกเป็นสีเหลืองๆ ดูเป็นเก่าๆคร่ำครึเหมือนว่าผ่านการใช้งานมาหลายรุ่นแล้ว ตอนแรกข้าพเจ้าก็ไม่อยากแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมาด้วยซ้ำ คิดในใจตามประสาเด็กน้อยว่าเล่มเก่าๆ สกปรกๆแบบนี้จะมีหรอ มันคงไม่มีหรอกมั้ง  แต่ด้วยความที่สงสัยปนความอยากรู้ว่าข้างในจะเป็นยังไง เลยตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แล้วก็พบว่าปทานุกรมก็เหมือนพจนานุกรม มีคำศัพท์แล้วก็มีความหมายบอก เมื่อข้าพเจ้าเปิดเจอความหมายของคำที่สงสัยอยู่แล้ว ข้าพเจ้าก็รู้สึกตื่นเต้น และไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น สายตาก็กวาดดูคำต่างๆไปเรื่อย เจอคำไหนที่สนใจก็หยุดดูความหมาย นอกจากนี้เมื่อเปิดไปด้านหลังเล่มแล้วยังเจอหมวดต่างๆอีกมากมาย ทั้งหมวดอักษรย่อ หมวดคำราชาศัพท์ หมวดสำนวนภาษา หมวดสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ หมวดหน่วยในการวัด หมวดสกุลเงิน ฯลฯ

เมื่อยิ่งพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ ข้าพเจ้าก็ยิ่งรู้สึกสนุกที่ได้รู้อะไรใหม่ๆ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกติดใจ ทำให้ทุกวันหลังจากเลิกเรียนและในวันเสาร์อาทิตย์ หลังจากดูการ์ตูนทางโทรทัศน์ในตอนเช้า ตอนบ่ายข้าพเจ้าก็จะมาเปิดปทานุกรมเล่มนี้ พลิกหน้าต่างๆดูไปเรื่อยๆจนติดลม บางทีแม่ต้องมาตามไปกินข้าว เพราะถึงแม้จะเรียกเสียงดังขนาดไหน ก็เหมือนไม่ได้ยิน เพราะว่าจิตใจเราจดจ่ออยู่กับปทานุกรมเล่มนี้

เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้นมาแล้วกลับมาคิดย้อนไปว่า ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของปทานุกรมเล่มนี้จะไม่ได้น่าดึงดูดใจ แต่ข้างในกลับมีอะไรให้ค้นหามากมาย และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ทำให้ข้าพเจ้าชอบภาษาไทยมาจนถึงทุกวันนี้

 ด้วยผลสืบเนื่องจากความชอบภาษาไทย ก็เลยทำให้ชอบเรียนวิชาภาษาไทยไปโดยปริยาย และตอนเตรียมตัวสอบเข้า ข้าพเจ้าได้เข้ากวดวิชาที่สถาบันแห่งหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าขออนุญาตเอ่ยนามในที่นี้คือ โรงเรียนกวดวิชาอาจารย์ปิง (ดาว้องก์)  ด้วยความชอบในภาษาไทยที่มีอยู่เป็นพื้นเดิม  ความรู้และเทคนิคที่ได้รับจากอาจารย์ปิง และความพยายามของข้าพเจ้า ส่งผลให้ข้าพเจ้าสามารถทำคะแนนในวิชานี้ได้ดี เป็นที่น่าพอใจ ทำให้ข้าพเจ้าได้รับเหรียญทองในงาน Da'vance Ent Award 2009 ซึ่งเป็นงานที่มอบรางวัลให้แก่นักเรียน Da'vance ที่สามารถทำคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

 http://www.davance.com/award/2009/aword_gold.html