แต่ก่อนไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมถึงไม่อยากเป็นครู จำได้แต่ว่าไม่เคยอยากเป็นครูมาก่อนเลย แต่ก็แปลกที่เวลาต้องสอนอะไรให้ใครก็มักจะได้รับคำชมเสมอว่า ใจเย็นสอนได้ดี และได้รับการยืนยันเสมอๆว่า เราน่าจะเป็นครูที่ดี
เคยต้องสอนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่การสอนสม่ำเสมอเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่ ทุกครั้งที่ต้องสอน ต้องสอบ จะอยากรู้ว่าใครเป็นคนเรียน รู้อะไรมาแล้วแค่ไหน เราจะให้อะไรเขาได้มากขึ้นหรือเปล่า วัตถุประสงค์ของการเรียนคืออะไร เราจะสอนได้ครอบคลุมไหม
ไม่ชอบการเรียนการสอนแบบที่เราเคยผ่านมาตลอดชีวิตการเรียนในเมืองไทยเมื่อได้ไปเรียนต่างบ้านต่างเมือง ได้เห็นการเรียนการสอนอีกรูปแบบ แม้ว่าแบบที่เห็นที่บ้านเราก็ยังมีอยู่บ้าง ตามสไตล์ของอาจารย์ที่สอน แต่สิ่งที่ชอบจากที่เห็นอาจารย์หลายๆท่าน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเราเรียนในระดับหลังปริญญาก็เป็นได้ นั่นคือเป็นการเรียนแบบสองทางคือเราต้องแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ด้วย ไม่ใช่การเรียนแบบรับอย่างเดียว ชอบการเรียนการสอนแบบนั้น เพราะทำให้เรารู้สึกอยากเรียน สนุกไปด้วยมากกว่าการนั่งฟัง นั่งจดอย่างเดียว สมัยเรียนปริญญาตรีเราจะอ่านหนังสือมาก่อนแล้ว เวลานั่งฟังอาจารย์ก็เลยง่ายดาย จดตามอาจารย์ได้สบายๆ สมุดเล็คเชอร์เราเป็นต้นฉบับให้เพื่อนๆเอาไปซีร็อกซ์แจกกันจนบางทีเจ้าของก็หาไม่เจอว่าอยู่กับใคร เวลาสอบก็อ่านหนังสือมากกว่าดูสมุดตัวเองเสียอีก (เพราะสนุกกว่า)
คิดว่าถ้าเราต้องเป็นอาจารย์แล้วต้องสอนแบบที่เป็นรูปแบบที่เราเห็นๆนั้น ขอไม่เป็นดีกว่า แปลกที่ไม่ยักคิดว่าถ้าเป็นอาจารย์จะได้เปลี่ยนวิธีการดู ย้อนคิดไปแล้วก็งงตัวเองเหมือนกัน
อีกไม่นานก็ต้องมีภาระการสอนสำหรับโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่พอสมควร ตั้งใจไว้แล้วว่า จะสอนแบบที่อยากจะสอน โชคดีที่สมัยนี้มีเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ทำให้เราสามารถนำบทเรียนที่เราจะสอนเก็บไว้ให้นักศึกษามาเปิดดูได้ตลอดเวลา เรารู้แล้วว่าวัตถุประสงค์หลักของวิชา ของหัวข้อที่เราต้องสอนคืออะไร คราวนี้ก็ง่ายแล้วที่เราจะช่วยให้นักศึกษาเรียนอย่างสนุก ได้อ่านหนังสือ The Skillful Teacher แล้วได้เทคนิคในการสอนหลายๆแบบที่คงได้เอามาปรับใช้ดู แล้วคงได้เอามาเขียนเล่าสู่กันฟังว่าได้ผลเป็นอย่างไร อาจารย์ท่านใดมีเทคนิคดีๆนำมาแลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ