
“ผมเกิดมาในสภาวะที่ไม่ปกติ”
และนั่นเป็นการเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ซึ่งดัดแปลงจากเรื่องราวของ เอฟ สก๊อต ฟิทซ์เจอราลด์ในปี 1920 ของชายที่เกิดมาด้วยวัยแปดสิบและย้อนอายุถอยหลัง เขาก็เหมือนเราทุกคนที่ไม่สามารถหยุดเวลาได้ จากนิวออร์ลีนส์ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1918 จนถึงศตวรรษที่ 21 กับการเดินทางที่ไม่ธรรมดาที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะเป็นไปได้ ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของชายผู้ที่ไม่เหมือนคนทั่วไป และผู้คนกับสถานที่ๆ เขาได้ค้นพบในช่วงชีวิตเขา ควมรักที่ได้พบพานและสูญเสียไป สีสันความสุขแห่งชีวิตและความโศกเศร้าแห่งความตาย และสิ่งที่คงอยู่เหนือกาลเวลา
ประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของข้าพเจ้าคือ การได้ชมภาพยนตร์เรื่อง "The Curious Case of Benjamin Button" เบนจามิน บัททอน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ ซึ่งก็เหมือนกับชื่อเรื่อง จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามีคนที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอายุ 80 ปี และเมื่อเวลาผ่านไปเขากลับอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายที่เกิดมาในวัยชราและถูกพ่อแท้ๆทอดทิ้งไว้ที่บ้านพักคนชรา เพราะรับสภาพของลูกตนเองไม่ได้ หญิงใจดีผู้ดูแลคนชราสงสาร และเก็บเขามาเลี้ยงจนโตโดยให้ชื่อเด็กน้อยประหลาดนี้ว่า เบนจามิน เขาโตขึ้นในบ้านพักคนชรา และพบว่าเวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ เขากลับอ่อนเยาว์ขึ้นทุกที ในขณะที่ทุกคนรอบตัวเขาค่อยๆจากโลกนี้ไป เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับเรียนรู้สิ่งต่างๆในชีวิต รวมทั้ง ความรัก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความประทับใจเป็นอย่างมาก และได้เปลี่ยนความคิดของข้าพเจ้ามากมายในเรื่องของการใช้ชีวิตและคุณค่าของชีวิต ตัวละครเบนจามินในเรื่อง นำแสดงโดย แบรท พิท ได้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกมาสู้ผู้ชมได้อย่างน่าทึ่ง ใจความสำคัญของเรื่องนี้คือ ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ซึ่งในจุดนี้เป็นสิ่งที่นักแสดงทุกตัวต้องการสื่อสารตลอดทั้งเรื่อง เหมือนคำพูดของ ควีนนี่ หญิงที่เลี้ยงดูและรักเบนจามินเหมือนลูกที่จะคอยพูดกับเขาเสมอว่า “You never know what’s coming for you.” สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้และเปลี่ยนทัศนะของข้าพเจ้าต่อการดำเนินชีวิต คือ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มจากชรากลับไปสู้วัยเยาว์ หรือดำเนินชีวิตจากวัยเยาว์ไปสู่วัยชรา ทุกชีวิตย่อมมีวันสิ้นสุด แม้ว่าจะมีใครที่เข็มนาฬิกาของชีวิตหมุนย้อนกลับ เขาก็ไม่สามารถจะหยุดมันได้ และในที่สุดทุกคนก็ต้องปล่องวางและจากไป ซึ่งเหมือนกันคำสอนของศาสนาพุทธในเรื่อง ไตรลักษณ์ ที่ว่าชีวิตไม่มีอะไรยั่งยืน มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่มีค่า เราจึงควรดำเนินชีวิตให้มีค่ามากที่สุดจะได้ไม่เสียดายเมื่อไม่มีโอกาสกลับมาแก้ไขอะไรได้ หลายคนที่เคยมีคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับชีวิตของตน เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจะมีคำตอบให้กับคำถามเหล่านั้น และสำหรับคนที่กำลังท้อแท้หมดความหวัง เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะให้กำลังใจให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

ทุกเส้นทางมีเรื่องราวแตกต่าง
ทุกเส้นทางมีความฝัน
บางเส้นทางก้าวถึงจุดสูงสุดของชีวิต
บางเส้นทางก็ไม่มีโอกาสแม้จะทำให้ฝันได้เป็นจริง
แต่ท้ายสุด สุดเส้นทางสุดท้ายชีวิตก็ต้องปล่อยวาง
กลับไปยังที่ ที่เราเคยผ่านมา อย่างไม่มีวันกลับ
ตัวอย่างภาพยนตร์
"The Curious Case of Benjamin Button" เบนจามิน บัททอน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้
โห เฟื่องฟ้า เปนหนังที่เกี่ยวก่า หลักศาสนาเลย ดีอะ ชอบชอบ
เคยพบเรื่องนี้แต่ยังไม่ซื่อมาดู เพราะเกรงจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่เมื่อน้องสาวบอกว่ามันดี ผมจะไปซื้อมาดู เพราะชอบหนังประเภทนี้ จะทำให้เรามีหลักในการดำเนินชีวิตและมีมุมมองที่กว้างขึ้นในการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าสมกับที่ได้เกิดมาเป็นคนของแผ่นดิน
เคยดูเหมือนกันเรื่องนี้
ดูแล้วประทับใจมาก
อยากดูจัง..หลังจากอ่านจบ