เมืองลับแล
บนโลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้ มักได้ยินการเล่าขานกันมาว่า จะมีภพซ้อนภพอยู่ ณ สถานที่บางแห่ง มีผู้สามารถมองข้ามมิติไปเห็น อีกโลกที่ซ้อนอยู่ได้ ด้วยตาเปล่า บางคนก็เหมือนเดินทางข้ามเวลา ไปสู่อดีตของสถานที่แห่งนั้น และหลายท่าน อาจสัมผัสได้ในใจ และความรู้สึก เช่นมันคุ้นๆ เหมือนเคยอยู่เคยเห็น หรือหูดับ อับเสียง แล้วใจก็จะสงัดดิ่งลึกลงสู่ภาพอดีตชาติของตนได้
ถ้า..ท่านไปถึงที่แห่งนั้น....ก็คงจะรู้เอง
บ้านดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก ถูกเรียกว่าเมืองลับแล เมืองที่ภพอดีตกับปัจจุบัน อยู่ในสถานที่เดียวกัน มีการขุดค้นพบซากเมืองเก่า บนพื้นที่ 3,000 ไร่
จุดนี้ ที่มีป้ายเขียนเรื่องเล่าว่ามีคนมองเห็นเมืองโบราณ
ผู้เขียนไปมาแล้ว และได้อ่านเรื่องเล่าริมทางภายในหมู่บ้านว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2540 นี้เอง มีผู้เดินทางมาเยี่ยมญาติและพักค้าง ขณะที่กำลังจะเดินทางไปบ้านญาติ ได้หันหลังกลับไปมองข้างหลัง พบเห็นบ้านเรือนทรงไทยปลูกอยู่มากมายพร้อมผู้คน ขณะที่ตกตะลึง พอดีได้ยินเสียงเพื่อนบ้านไล่ไก่ จึงได้รู้สึกตัวและกลับมาสู่ภพปัจจุบัน ซึ่งเมื่อหันกลับไปอีกครั้งก็ไม่พบภาพเหล่านั้นแล้ว
หลายคนเล่าว่าเข้ามาเที่ยวเมืองโบราณแห่งนี้ มักจะหลงอยู่ในหมู่บ้าน วกไปวนมา หาทางออกไม่ได้ ต้องเอ่ยปากบอก จึงพบถนนที่ออกจากหมู่บ้านได้
เล่ากันว่าบางคืนจะได้ยินเสียงดนตรีไทย บรรเลงแว่วมา เหมือนมีงานสนุกสานของชาวบ้านดงละคร ที่ซ้อนภพอยู่
บรรยากาศสงบสงัดเหมือนไม่มีคนอยู่ ผู้เขียนรู้สึกขนลุกขณะเดินทางชมเมือง มีเส้นทางประหลาดๆ ที่เหมือนทอดหายเข้าไปในป่า ที่มืดมิด บางครั้งมองผ่านกอต้นไม้ที่ขึ้นเบียดๆกัน ก็กลับเห็นบ้านเรือนพลางในป่านั้น เสียงที่เยือกเย็นระงม ก็คือจั็กจั่น เรไร
หมู่บ้านนี้ ทำสวนคล้ายๆกัน ปลูกมะยงชิด พุ่มหนาทึบ แทบจะมองไม่เห็นบ้านเรือน ถนนและบ้านเรือน ตลอดจน ริมทาง สะอาดสะอ้านน่านิยม
ผู้เขียนหลงเมืองดงละครหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เมื่อขับรถพ้นเขตออกมาแล้ว กลับขับรถย้อนเข้าไปในหมู่บ้านอีกรอบ เลยต้องเอ่ยปากบอกลา ว่าจะกลับบ้านแล้ว
ที่จริงอย่าว่าแต่เมืองดงละครที่ทำให้ผู้คนหลงวนกันซ้ำชากเลย ตัวเราเองก็ยังหลงอยู่ในเมืองมนุษย์เช่นกัน หลงทาง หาทางออกไม่เจอ ก็ต้องกลับมายังที่เดิมๆอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า การเที่ยวดงละคร จึงได้ข้อคิดกลับมาบ้างตามสมควรค่ะ
ปล.บันทึกนี้เป็นของฝาก ก่อนจะไม่พบกันอีกหลายวัน เพราะกำลังจะเดินทางไปปฏิบัติธรรม พรุ่งนี้ค่ะ เนื่องจากยังหลง เหมือนอยู่ในเมืองดงละคร
พบกันวันที่ 17 กันยายน 2552





สวัสดีค่ะ pa_daeng
พื้นที่แบบนี้มีจริงนะ
เพียงแต่เราไม่ได้ประสบด้วยตนเอง
ก็เลยเฉยๆ
พี่ได้ติดต่อเขาไว้แล้วเรื่องรายการอาหาร
รับรองว่ายกทะเลมาไว้ที่นี่
แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ
ตามสบายค่ะ
พี่ขอตัวไปปฏิบัติธรรมก่อน
ป้าแดงตามไปทีหลังก็แล้วกัน
แวะมาส่งเข้าปฏิบัติธรรมครับ
ได้มารับฟังข่าวเข้าปฏิบัติธรรมก็เกิดความสงบตามไปด้วยครับ
หากเมื่อไรมีเวลาคงได้ขอเข้าปฏิบัติธรรมบ้าง
จะรับอ่านบันทึกการปฏิบัติธรรมต่อไปครับ
ขอบคุณมากครับ
แอบน่ากัวนะคะ
ไม่เคยหูแว่วเลย .. ไม่รู้ว่าโชคดีรึเปล่า
^^"
สวัสดีค่ะคุณประถม
ไปปฏิบัติธรรม
ไปหาทางออกให้ตัวเองกันนะคะ
เพราะโลกนี้คือละครโรงใหญ่
ถ้ายังหาทางออกไม่เจอ
ก็ต้องเป็นผู้ดู
หรือผู้เล่นตลอดไปค่ะ
บันทึกเรื่องราวการปฏิบัติธรรมมาฝากแล้วนะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณคนแอบอ่าน
ไม่ต้องกลัวนะคะ
บ้านดงละครร่มรื่น ครึ้มดีค่ะ
มีเส้นทางมากมาย ที่กลืนหายเข้าไปในป่า
หรืออาจเดินข้ามภพไปเลยก็ได้นะคะ
หูไม่แว่วน่ะดีแล้วค่ะ
สวัสดีค่ะคุณpis.ratana
และแล้วการรอคอยก็มาถึง
เพราะสุดท้ายก็กลับบ้านได้ค่ะ
แล้วเราจะได้พบกันเมื่อไหร่ล่ะคะ
คอยอยู่เช่นกันค่ะ
เคยมีโอกาสไปสำรวจสถานที่แห่งนี้มาแล้ว ตอนไปไปตามGPSแต่หาทางเข้าไม่เจอ Google map มันหมุนวนอยู่นั่นแระ จนเราคิดว่าต้องเป็นทางนี่แน่ๆ แปลกแหะหันไปเจอป้ายซึ่งชี้บอกทิศผิดไป ตอนแรกไม่ยักกะเห็น เมื่อเข้าไปก็รู้สึกแปลกๆน่ากลัวจริงๆ ประกอบกับระหว่างทางเป็นป่ารกทึบ ไม่แปลกที่จะหาทางออกไม่เจอ แต่ตอนนี้ทางกรมศิลปากรได้เข้ามาดูแลแล้ว มีป้ายบอกทางแต่ละสถานที่ชัดเจน และเราก็ยังรู้สึกเหมือนมีชาวบ้านอาศัยอยู่ที่นั่นมากมาย ทั้งๆที่มีบ้านเรือนนับหลังได้ ขากลับเกือบหลงอีกรอบ แต่ก็ต้องรีบหาทางออกให้เจอก่อนที่จะมืด เมืองดงละครเหมาะสำรับผู้ที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ผู้มีจิตสัมผัสพิเศษอาจเจอสิ่งพิเศษได้ ขอให้ท่านโชคดี