เมืองลับแล

  บนโลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้ มักได้ยินการเล่าขานกันมาว่า จะมีภพซ้อนภพอยู่ ณ สถานที่บางแห่ง มีผู้สามารถมองข้ามมิติไปเห็น อีกโลกที่ซ้อนอยู่ได้ ด้วยตาเปล่า บางคนก็เหมือนเดินทางข้ามเวลา ไปสู่อดีตของสถานที่แห่งนั้น และหลายท่าน อาจสัมผัสได้ในใจ และความรู้สึก เช่นมันคุ้นๆ เหมือนเคยอยู่เคยเห็น หรือหูดับ อับเสียง แล้วใจก็จะสงัดดิ่งลึกลงสู่ภาพอดีตชาติของตนได้

                    ถ้า..ท่านไปถึงที่แห่งนั้น....ก็คงจะรู้เอง

 

Dsc06283

 

 บ้านดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก ถูกเรียกว่าเมืองลับแล เมืองที่ภพอดีตกับปัจจุบัน อยู่ในสถานที่เดียวกัน มีการขุดค้นพบซากเมืองเก่า บนพื้นที่ 3,000 ไร่

 

Dsc06307

จุดนี้ ที่มีป้ายเขียนเรื่องเล่าว่ามีคนมองเห็นเมืองโบราณ

ผู้เขียนไปมาแล้ว และได้อ่านเรื่องเล่าริมทางภายในหมู่บ้านว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2540 นี้เอง มีผู้เดินทางมาเยี่ยมญาติและพักค้าง ขณะที่กำลังจะเดินทางไปบ้านญาติ ได้หันหลังกลับไปมองข้างหลัง พบเห็นบ้านเรือนทรงไทยปลูกอยู่มากมายพร้อมผู้คน ขณะที่ตกตะลึง พอดีได้ยินเสียงเพื่อนบ้านไล่ไก่ จึงได้รู้สึกตัวและกลับมาสู่ภพปัจจุบัน ซึ่งเมื่อหันกลับไปอีกครั้งก็ไม่พบภาพเหล่านั้นแล้ว

     หลายคนเล่าว่าเข้ามาเที่ยวเมืองโบราณแห่งนี้ มักจะหลงอยู่ในหมู่บ้าน วกไปวนมา หาทางออกไม่ได้ ต้องเอ่ยปากบอก จึงพบถนนที่ออกจากหมู่บ้านได้

 

Dsc06306

 

 เล่ากันว่าบางคืนจะได้ยินเสียงดนตรีไทย บรรเลงแว่วมา เหมือนมีงานสนุกสานของชาวบ้านดงละคร ที่ซ้อนภพอยู่

 

Dsc06266

 

 บรรยากาศสงบสงัดเหมือนไม่มีคนอยู่ ผู้เขียนรู้สึกขนลุกขณะเดินทางชมเมือง มีเส้นทางประหลาดๆ ที่เหมือนทอดหายเข้าไปในป่า ที่มืดมิด บางครั้งมองผ่านกอต้นไม้ที่ขึ้นเบียดๆกัน ก็กลับเห็นบ้านเรือนพลางในป่านั้น เสียงที่เยือกเย็นระงม ก็คือจั็กจั่น เรไร

 

Dsc06311

 หมู่บ้านนี้ ทำสวนคล้ายๆกัน ปลูกมะยงชิด พุ่มหนาทึบ แทบจะมองไม่เห็นบ้านเรือน ถนนและบ้านเรือน ตลอดจน ริมทาง สะอาดสะอ้านน่านิยม

 ผู้เขียนหลงเมืองดงละครหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เมื่อขับรถพ้นเขตออกมาแล้ว กลับขับรถย้อนเข้าไปในหมู่บ้านอีกรอบ เลยต้องเอ่ยปากบอกลา ว่าจะกลับบ้านแล้ว

 ที่จริงอย่าว่าแต่เมืองดงละครที่ทำให้ผู้คนหลงวนกันซ้ำชากเลย ตัวเราเองก็ยังหลงอยู่ในเมืองมนุษย์เช่นกัน หลงทาง หาทางออกไม่เจอ ก็ต้องกลับมายังที่เดิมๆอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า การเที่ยวดงละคร จึงได้ข้อคิดกลับมาบ้างตามสมควรค่ะ

ปล.บันทึกนี้เป็นของฝาก ก่อนจะไม่พบกันอีกหลายวัน เพราะกำลังจะเดินทางไปปฏิบัติธรรม พรุ่งนี้ค่ะ เนื่องจากยังหลง เหมือนอยู่ในเมืองดงละคร

  พบกันวันที่ 17 กันยายน 2552