ทลุมิติเหตุการไม่หน้าเชื่อ

   เนื่องจากการเปิดตัวของหนังเรื่องใหม่ ‘Star Trek’ ในโรงภาพยนต์ทั่วประเทศนั้น สิ่งหนึ่งที่คนไปดูหนังจะมองเห็นอย่างไม่ต้องสงสัยนั้นก็คือการที่ยานอวกาศนั้นวิ่งผ่านกาแล็กซีด้วยความเร็วแสง แต่การเดินทางด้วยความเร็วดังกล่าว หรือที่เรียกว่า Warp Speed นั้นจะมีวันได้กลายเป็นจริงหรือ?

   นักฟิสิกส์จาก Baylor University เชื่อว่าพวกเขามีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการเดินทางด้วยความเร็วแสดงจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์จริงๆได้ และแนวคิดของพวกเขานั้นไม่ได้ทำลายกฏของฟิสิกส์ใดๆเลยด้วย

   ดร. Gerald Cleaver, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ และดร. Richard Obousy ผู้จบปริญญาเอกนั้นสร้างทฤษฎีว่าโดยการปรับเปลี่ยนมิติของ กาล-อวกาศ รอบๆยานอวกาศด้วยพลังงานจำนวนมากแล้ว มันจะสามารถสร้าง “ฟอง” ที่จะผลักยานอวกาศไปให้เร็วกว่าความเร็วแสงได้ เพื่อที่จะสร้าง “ฟอง” ดังกล่าว นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Baylor เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนมิติที่ 11 นั้นจะทำให้เกิด Dark Energy หรือ ด้านมืดของพลังขึ้นมา โดย Cleaver กล่าวว่าด้านมืดของพลังที่เป็นบวกนั้นจะรับผิดชอบในการเพิ่มความเร็วของจักรวาลเวลาที่เวลาเดือนหน้าไปเรื่อยๆอย่างที่มันได้ทำหลังจากการเกิดบิ๊กแบงขึ้น, ในช่วงเวลาที่การขยายตัวของจักรวาลนั้นเร็วกว่าความเร็วของแสง

  “ คิดซะว่ามันเหมือนกับการที่ผู้เล่นกระดานโต้คลื่นนั้นกำลังโต้คลื่นอยู่” Cleaver,ผู้ซึ่งร่วมเขียนงานวิจัยพร้อมกับ Obousy เกี่ยวกับวิธีการใหม่นี้กล่าว “ตัวยานนั้นจะถูกผลักไปด้วยฟองดังกล่าวและฟองนั้นจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไวกว่าแสง”

   วิธีการดังกล่าวนั้นมีพื้นมาจาก Alcubierre drive หรือ Warp Drive ซึ่งเสนอว่าการขยายตัวของอวกาศที่ด้านหลังตัวยานให้เป็นรูปฟองและลด กาล-อวกาศ ในด้านหน้าของตัวเรือลง โดยตัวยานนั้นจะไม่ได้ขยับจริงๆ ในทางตรงกันข้ามตัวยานนั้นจะนั่งอยู่ระหว่างการขยายตัวและการหดตัวของมิติต่างๆในกาล-อวกาศ เนื่องจากอวกาศจะเคลื่อนที่รอบๆตัวยาน ซึ่งทฤษฎีนี้ไม่ได้ฝ่าฝืนทฤษฎีแห่งความสัมพันธ์ของไอน์สไตน์ ซึ่งบอกไว้ว่าจะต้องใช้พลังงานที่มีปริมาณไม่สิ้นสุดเพื่อที่จะเร่งความเร็วของวัตถุให้มากกว่าความเร็วของแสง

    ทฤษฎีเส้นเชือกได้บอกว่าจักรวาลนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากหลายมิติ ส่วนสูง ความกว้าง และ ความยาวนั้นเป็นสามมิติ และเวลาเป็นมิติที่สี่ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทั้งหมดแล้วมีมิติอยู่ 10 มิติ ซึ่งอีกหกมิตินั้นเรายังไม่สามารถที่จะระบุได้  ทฤษฎีใหม่ที่เรียกกันว่า M-theory นั้นนำทฤษฎีเส้นเชือกไปอีกก้าวหนึ่งและบอกว่า “เส้นเชือก” นั้นจะสั่นสะเทือนอวกาศที่มี 11 มิติ ซึ่งเป็นมิติที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Baylor เชื่อว่าจะช่วยขับดันยานอวกาศให้มีความเร็วมากกว่าแสงได้

    นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Baylor ประมาณการณ์ว่าปริมาณของพลังงานที่จำเป็นจะต้องใช้เพื่อชักจูงมิติพิเศษนั้นเทียบเท่ากับดาวพฤหัสทั้งดวงถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเลยทีเดียว

    “นั่นเป็นปริมาณของพลังงานที่สูงมาก” Cleaver กล่าว “เรายังมีหนทางอีกห่างไกลกว่าเราจะสามารถสร้างอะไรบางอย่างที่สามารถควบคุมพลังงานชนิดนั้นได้”