สำหรับข้าพเจ้าแล้ว นวนิยายเป็นทั้งแหล่งความรู้ และความบันเทิงไปในเวลาเดียวกัน

     นวนิยาย เป็นหนังสือประเภทบันเทิงคดี ที่ได้รับความนิยมมาช้านาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ข้าพเจ้าก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านนวนิยายเช่นกัน ข้าพเจ้าเชื่อว่า หลายๆคนที่ไม่ชอบอ่านนวนิยายนั้น มักจะมองว่านวนิยายเป็นหนังสือที่ไร้สาระ เต็มไปด้วยเรื่องเพ้อฝัน แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว นวนิยายเป็นทั้งแหล่งความรู้ และความบันเทิงไปในเวลาเดียวกัน

     เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้อ่านนวนิยายเรื่อง "ฟ้าจรดทราย" ซึ่งแต่งโดย โสภาค สุวรรณ แล้วรู้สึกประทับใจมาก นวนิยายเรื่องนี้กล่าวถึง 'มิเชล' สาวลูกครึ่งฝรั่งเศสและตะวันออกกลาง เธอเป็นเด็กกำพร้า โตมาด้วยการเลี้ยงดูของเหล่าซิสเตอร์ เพราะครอบครัวของพ่อซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ไม่ยอมรับในตัวเธอ จนกระทั่งเรียนจบ มิเชลจึงตามเพื่อนสนิทเดินทางไปยังดินแดนทะเลทราย ที่นั่นเธอได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทั้งวัฒนธรรมของชาวทะเลทราย และสัจจธรรมแห่งชีวิต เพราะเธอถูกเพื่อนทรยศ ส่งตัวเธอไปเป็นนางสนม จนต้องไปพัวพันกับการก่อกบฏ และต้องหลบหนีเข้าไปในทะเลทรายกับ 'นายพันชารีฟ' ราชองครักษ์และพระญาติสนิทขององค์อาห์เม็ด เขาและเธอเจออุปสรรคมากมายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ในที่สุดทั้งสองก็รอดชีวิตมาได้ และกอบกู้บัลลังก์ให้องค์อาห์เม็ดได้สำเร็จ

  

     นวนิยายเรื่องนี้ให้ความรู้และแง่คิดแก่ข้าพเจ้ามากมาย คุณโสภาค สุวรรณ ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์นั้น เป็นบุตรีของเอกอัครราชทูตท่านหนึ่ง และมีโอกาสติดตามบิดาไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวทะเลทรายมาแล้วจริงๆ ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ ไปร่วมเดินทางในสถานที่นั้นด้วย อีกทั้งทำให้รู้ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆของชาวอาหรับทั้งที่อยู่ในเมืองและร่อนเร่ไปในทะเลทรายมากขึ้น เช่น ชาวทะเลทรายไม่ออกจากบ้าน หรือเดินทางในเวลากลางวัน เพราะแดดจะร้อนมาก ดังนั้นร้านค้าต่างๆจะเปิดในช่วงเย็นถึงดึกประมาณ 17.00-00.00 น. แล้วก็จะต้องแยกว่าร้านนี้สำหรับผู้ชาย ร้านนี้สำหรับผู้หญิง บ้านหรือที่พักของชาวอาหรับก็ต้องแยกส่วนชายกับหญิง ส่วนที่หญิงอยู่จะเรียกว่าฮาเร็ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแง่คิดเรื่องสัจจธรรมของชีวิต เนื่องจากนางเอกของเรื่องเติบโตมาท่ามกลางนักบวช ทำให้มองโลกสวยงาม คิดว่าทุกคนจะดีเหมือนกันหมด แต่แท้จริงแล้ว ประสบการณ์ก็ได้สอนให้เธอเห็นว่า โลกมีทั้งคนดีและชั่วปนกันไป แล้วเมื่อพระนางเดินทางไปในทะเลทราย พบอุปสรรคจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ก็ได้คิดว่าชีวิตคนก็มีอยู่เท่านี้ ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อใด เมื่อมีชีวิตอยู่ก็ควรจะทำความดีไว้

     เมื่ออ่านเรื่องนี้จบ มุมมองของข้าพเจ้าที่มีต่อชาวตะวันออกกลางก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่รู้สึกว่าดูลึกลับ และออกจะป่าเถื่อนนิดๆ อาจเป็นเพราะอิทธิพลของข่าวความรุนแรงและการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในดินแดนนั้น ข้าพเจ้าก็รู้สึกเข้าใจถึงวัฒนธรรมของพวกเขามากขึ้น และเห็นว่าแท้จริงแล้ว ชาวตะวันออกกลางก็มีทั้งดีและชั่วปะปนกันไป พวกเขาเคร่งศาสนามากด้วยซ้ำ และศาสนาของพวกเขาก็สอนให้พวกเขาเป็นคนดี รวมทั้งมีส่วนกำหนดวิถีชีวิตของพวกเขาด้วย สรุปคือข้าพเจ้ารู้สึกว่าได้เห็นถึงความสวยงามของดินแดนพระแม่สีทองอย่างแท้จริง

หนังสืออ้างอิง:

     โสภาค สุวรรณ. ฟ้าจรดทราย. กรุงเทพฯ; พิมพ์ครั้งที่ 19: 2551.

สื่ออ้างอิง:

     http://www.youtube.com/watch?v=BSP37Sh-bjg&feature=related

    

13/09/52